ประกันรับเคลมหรือเปล่า ? เมื่อคนขับรถไปชนเป็นคนละชื่อกับคนในกรมธรรม์

8 ต.ค 2562
จะทำอย่างไร ? เมื่อความใจดีของคุณ ย้อนกลับมาสร้างปัญหาให้คุณเอง ไขคำตอบ ประกันภัยรถยนต์รับเคลมหรือไม่ ? หากชื่อผู้ขับกับชื่อเจ้าของกรมธรรม์เป็นคนละคนกัน ?

รถ ปืน คนรัก คือของต้องห้ามยืม ที่มีกล่าวเอาไว้มานานแล้ว ซึ่งหลายคนคงเข้าใจเหตุผลกันดี ว่าที่มาของการห้ามหยิบยืมมาจากอะไร ? การไว้วางใจมากไป สุดท้ายก็อาจทำร้ายตัวผู้หวังดีได้ในที่สุด ทางที่ดีควรหยิบยื่นน้ำใจในทางที่พอเหมาะพอควรจะดีที่สุด

มีคำกล่าวไว้ว่า รถยนต์คือของต้องห้ามยืม
มีคำกล่าวไว้ว่า รถยนต์คือของต้องห้ามยืม

แต่บางครั้งมันก็เลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะรถ ที่ดูเหมือนเป็นสิ่งที่วางใจจะให้หยิบยืมได้มากที่สุด ยิ่งถ้าเป็นคนในครอบครัวหรือเพื่อนสนิท คงจะปฏิเสธการเอ่ยปากขอหยิบยืมได้ยาก หลาย ๆ คนเองก็ไว้วางใจผู้ที่ขอยืม เพราะคิดว่าแค่ยืมเอง ไม่เป็นไรหรอก อีกอย่างก็เห็นว่าคนที่ยืมรถไปก็มีประสิทธิภาพมากพอที่จะดูแลรักษารถของตนได้ ดังนั้นการหยิบยืมรถให้ใช้กัน จึงอาจเป็นเรื่องปกติที่พบเห็นได้โดยทั่วไป

รับเคลมหรือเปล่า ? หากคนอื่นเอารถเราไปชน
รับเคลมหรือเปล่า ? หากคนอื่นเอารถเราไปชน

แต่คำว่าเหตุสุดวิสัย มันก็คือเรื่องที่ไม่ทันคิดว่าจะเกิดขึ้น และมันก็สามารถเกิดขึ้นกับใครก็ได้ คุณจะทำอย่างไร ? ถ้าความใจดีของคุณย้อนกลับมาทำร้ายคุณ เมื่อผู้ที่ให้ยืมรถ กลับพารถของคุณไปประสบอุบัติเหตุขึ้นมา และปัญหาที่ตามมาหลังจากนั้น คือการรับผิดชอบ จะทำอย่างไร ถ้าผู้ขับรถเป็นคนละชื่อกับผู้เอาประกัน ? จะรับเคลมหรือไม่ ? เงื่อนไขว่าไว้อย่างไร คนชอบให้คนอื่นยืมรถต้องห้ามพลาด !

จะทำอย่างไร ? ถ้าคนอื่นเอารถเราไปเกิดอุบัติเหตุ

ไม่ใช่ละครที่คุณต้องสลับที่นั่งคนขับหรือออกตัวเอ่ยรับผิดชอบแทนถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อรถของคุณไปประสบอุบัติเหตุหรือเจอเหตุการณ์ฉุกเฉินที่มีความจำเป็นจะต้องติดต่อกับบริษัทประกัน เพราะประกันรถยนต์ส่วนมาก มักจะเป็นการคุ้มครองตัวรถอยู่แล้ว ทั้งนี้ต้องมีการตรวจสอบอีกที ว่าผู้ขับกระทำการที่ผิดเงื่อนไขการคุ้มครองไหม?

ประกันรถยนต์แบบดั้งเดิมคือประกันรถแบบไม่ระบุชื่อ
ประกันรถยนต์แบบดั้งเดิมคือประกันรถแบบไม่ระบุชื่อ

โดยประกันจะตรวจสอบผู้ขับว่า ตอนขับอยู่ในอาหารมึนเมาหรือเปล่า หรือไม่ใบอนุญาตที่ถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ ? และได้รับความยืนยืมในการขับจากเจ้าของรถด้วยไหม ? โดยลักษณะประกันนี้เรียกว่าเป็นประกันแบบไม่ระบุชื่อ ซึ่งแน่นอนว่ามีแบบระบุแล้ว ก็มีประกันแบบไม่ระบุชื่อด้วยเช่นกัน ซึ่งประกันประเภทดังกล่าวนี้ จะมีเงื่อนไขในการคุ้มครองและการรับเคลมที่ต่างกันออกไป

ดูเพิ่มเติม
>> 3 เรื่องที่ควรรู้ ก่อนซื้อประกันภัยรถยนต์ออนไลน์
>> พ.ร.บ.รถขาด ญาติเด็กเทคนิคศรีสะเกษ 13 ศพ เสี่ยงอดเงินทดแทนหรือไม่ ?

ทำความรู้จักกับประกันภัยรถยนต์แบบระบุชื่อ

ประกันภัยแบบระบุชื่อผู้ขับขี่เป็นรูปแบบประกันภัยรถยนต์ที่มีการพัฒนาขึ้นมาใหม่ในไทย หลักสำคัญคือมีการคุ้มครองความรับผิดชอบหรือความเสียหายต่อรถยนต์ที่เกิดขึ้นในขณะที่มีบุคคลที่ระบุชื่อในกรมธรรม์เป็นผู้ขับขี่เท่านั้น ถ้าหากใช้รถยนต์คันนี้เพียงคันเดียว หรือใช้เพียงคนในครอบครัว การทำประกันภัยรถยนต์แบบระบุชื่อจะตอบโจทย์ความคุ้มค่าได้มากกว่า ซึ่งใครที่อยากทำประกันภัยรถยนต์แบบระบุชื่อจะมีเฉพาะประกันชั้น 1 เท่านั้น

การทำประกันแบบระบุชื่อผู้ขับ สามารถระบุชื่อได้มากที่สุดเพียง 2 คนเท่านั้น
การทำประกันแบบระบุชื่อผู้ขับ สามารถระบุชื่อได้มากที่สุดเพียง 2 คนเท่านั้น

โดยการทำประกันภัยแบบระบุชื่อผู้ขับสามารถระบุชื่อผู้ขับได้มากที่สุด 2 คน หรือถ้าเป็นคุณคนเดียวก็ใส่ชื่อเพลงผู้เดียวก็ย่อมได้ การทำประกันแบบระบุชื่อจะได้รับส่วนลดเบี้ยประกันที่ทำให้ใช้จ่ายได้ประหยัดขึ้น ซึ่งการคิดคำนวณเบี้ยประกันนั้น จะใช้ผู้ขับที่มีเกณฑ์ความเสี่ยงสูงในการขับขี่เป็นตำคำนวณเบี้ยประกัน ซึ่งในปัจจุบัน มีการกำหนดเงื่อนไขการได้รับส่วนตามอายุดังนี้

  • อายุ 18-24 ปี เสี่ยงมากสุด ได้รับส่วนลดน้อยสุดเช่นกัน เพียงแค่ 5% เท่านั้น
  • อายุ 25-35 ปี ได้รับส่วนลด 10%
  • อายุ 36-50 ปี ได้รับส่วนลด 15%
  • อายุเกิน 50 ปีขึ้นไป เสี่ยงน้อยสุด ได้รับส่วนลดมากสุดถึง 20%

ประกันไม่รับเคลมทุกกรณีจริงหรือ ? หากไม่ได้เป็นผู้ที่มีชื่อในกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์แบบระบุชื่อ

เป็นคำถามที่หลายคนอยากรู้คำตอบ ในกรณีที่ทำประกันภัยแบบระบุชื่อไว้ แต่เกิดเหตุสุดวิสัย เมื่อรถประสบอุบัติเหตุหรือเหตุการณ์ที่ทำให้เรื่องต้องติดต่อประกัน โดยผู้ขับเป็นคนที่ไม่มีชื่ออยู่ในประกัน ถ้าเป็นแบบนี้ ประกันจะเคลมให้ไหม ? ในเมื่อมีการส่งเบี้ย มีการเสียค่าใช้จ่ายในการทำประกันไปแล้ว จะใจร้ายไม่รับเคลมทุกกรณีหรือไม่ ? คำตอบคือ หากเกิดกรณีแบบนี้ ต้องมีการสืบเพื่อพิสูจน์หาผู้รับผิดชอบ  แบ่งออกมาเป็น 2 กรณี ดังนี้

ถึงไม่มีชื่อในกรมธรรม์แต่ถ้าไม่ผิด ก็ได้รับความคุ้มครองจากคู่กรณีอยู่แล้ว
ถึงไม่มีชื่อในกรมธรรม์แต่ถ้าไม่ผิด ก็ได้รับความคุ้มครองจากคู่กรณีอยู่แล้ว

  • หากผู้ขับขี่เป็นฝ่ายถูก : ไม่ว่าจะมีชื่อระบุอยู่ในกรมธรรม์หรือไม่ ก็จะได้ยังคงได้รับความคุ้มครองจากคู่กรณีอยู่แล้ว จึงไม่ต้องกังวลว่าจะไม่ได้รับความคุ้มครองแต่อย่างใด
  • หากผู้ขับขี่เป็นฝ่ายผิด : ถึงแม้ไม่มีชื่ออยู่ในประกัน ก็อย่าเพิ่งเป็นกังวลว่าประกันภัยจะไม่ซัพพอร์ตอะไรเลย เพราะบริษัทประกันภัยยังคงให้ความคุ้มครองเต็มจำนวนวงเงินเอาประกันภัย แต่ทั้งนี้ ผู้ขับขี่จะต้องร่วมจ่าย ‘ค่าผิดเงื่อนไข’ กับบริษัทประกันภัยเพื่อชดเชยให้คู่กรณีเป็นจำนวน 2,000 บาท และซ่อมตัวรถเอง 6,000 บาท ที่เป็นคนละวงเงินกับค่าเสียหายส่วนแรก หรือที่เรียกว่า Excess Charge นั่นเอง

ประเภทของรถยนต์ที่ทำประกันภัยแบบระบุชื่อได้

ใช่ว่ารถทุกประเภทจะสามารถทำประกันภัยแบบระบุชื่อได้ เพราะมีข้อกำหนดสำหรับประเภทรถที่ใช้คำประกันภัยอยู่ โดยมีการระบุเอาไว้ว่า รถที่ทำประกันภัยแบบระบุชื่อนั้น ต้องเป็นรถยนต์ที่ใช้เป็นรถส่วนบุคคลเท่านั้น ส่วนรถยนต์ที่ใช้รับจ้างสาธารณะหรือใช้สำหรับการพาณิชย์ / การพาณิชย์พิเศษ นั้น ไม่สามารถทำประกันภัยประเภทนี้ได้ โดยรถยนต์ที่สามารถทำประกันภัยแบบรถบุชื่อผู้ขับขี่ได้ จำกัดเอาไว้  3 ประเภทเท่านั้นคือ

  • รถยนต์นั่งส่วนบุคคล
  • รถยนต์โดยสารส่วนบุคคล
  • รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล

ทุกอย่างย่อมมีการสร้างความสมดุลแก่ทุกฝ่าย ถ้าหากคุณรู้ลิมิตและข้อจำกัดของตนเอง ว่าไม่สามารถใจแข็ง ไม่อนุญาตให้ใครยืมรถได้ ใครขอก็ให้ทุกที ก็เลือกรูปแบบประกันที่ครอบคลุมอย่างประกันแบบไม่ระบุชื่อจะดีต่อเจ้าของรถอย่างคุณเองเป็นการดีที่สุด

แต่ถ้าหากคุณมองเห็นความจำเป็นของตนเอง ว่ามีการใช้งานรถด้วยบุคคลที่กำหนดได้ และต้องการเซฟค่าใช้จ่าย การเลือกประกันแบบระบุชื่อจะช่วยคุณได้ แต่นั่นก็ต้องแลกกับเงื่อนไขที่มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น หากคุณใจดีให้รถคนอื่นไปขับ และเขาคนนั้นไม่ได้มีชื่ออยู่ในประกัน ก็ต้องมาลุ้นเรื่องการเคลม ที่อาจจะเสียเวลายุ่งยากที่มากกว่า

ดูเพิ่มเติม
>> ซื้อประกันรถยนต์แบบไหนดี แล้วควรเลือกซื้อกับบริษัทไหน ที่นี่มีคำตอบให้คุณ
>> จะเคลมได้ไหม? เคลมได้หรือเปล่า โดนน้ำท่วมประกันรถยนต์จ่ายให้เท่าไหร่?
 

ติดตามข่าวสารรถยนต์ คลิกที่นี่
ต้องการซื้อ รถมือสองราคาดี เชิญเข้าดูที่ ตลาดรถรถมือสองตรงนี้

ANNOiNA

รีวิวรถ

ราคารถ