ขายรถ Suzuki APV มือสอง ราคาดี ทั่วประเทศ

ค้นพบ 4 ประกาศ
รายการรถตามปี
เรียงลำดับ
  • เรียงลำดับ
  • ประกาศใหม่ไปเก่า
  • ราคาสูงไปต่ำ
  • ราคาต่ำไปสูง
  • ปีเก่าไปปีล่าสุด
1F22 Suzuki APV 1.6 GLX รถตู้/VAN ปี 2005
ดีลเด็ด

1F22 Suzuki APV 1.6 GLX รถตู้/VAN ปี 2005

฿95,000

2005
กรุงเทพมหานคร
ประกาศแนะนำ

บีบี สมาร์ทคาร์1 (สี่แยกมไหสวรรค์)

แชท ติดต่อผู้ขาย ติดต่อทางไลน์

suzuki apv โฉม2ไมเนอร์เชนจ์

฿219,000

2008
กรุงเทพมหานคร
ประกาศแนะนำ

ธีรวุฒิ สุดสอาด (ปอง)

แชท ติดต่อผู้ขาย ติดต่อทางไลน์

กฤษฎากู๊ดคาร์

แชท ติดต่อผู้ขาย ติดต่อทางไลน์

กฤษฎากู๊ดคาร์

แชท ติดต่อผู้ขาย ติดต่อทางไลน์

รีวิว SUZUKI APV

ถึงแม้องค์กรที่ดูแลเฉพาะในส่วนของรถยนต์ SUZUKI ในประเทศไทยจะไม่ใหญ่โตอะไรมากนัก แต่ถ้าไล่เรียงตั้งแต่เริ่มเข้ามาตั้งหลักปักฐานด้วยรถเก๋ง “Fronte” และรถจี๊ปจิ๋ว “Jimny 8” หรือ “SJ 20” เครื่องยนต์ 800 ซีซี. ที่แทบจะไม่มีเหลือให้เห็นในทุกวันนี้ ก็พอจะนับได้ว่ามีอายุยืนยาวพอสมควร เพราะรวมระยะเวลาได้เกือบสามสิบปีเข้าไปแล้ว... ครั้นเมื่อ “บริษัทแม่” เข้ามารับช่วงดำเนินการต่อก็ได้มีการปรับแผน “นำเข้า” ยานสำเร็จรูปเพื่อเสริมผลิตภัณฑ์ให้หลากหลายขึ้น โดยอาศัยผลพวงจากข้อตกลงทางการค้าระหว่างประเทศในภูมิภาคอาเซี่ยนที่เสียภาษีศุลกากรต่ำเป็นภิเศษ ซึ่ง “Grand Vitara” ที่ทางคอลลัมน์ได้นำขึ้นไปสัมผัสกับความหนาวเย็นบน “ดอยอ่างขาง” ตั้งแต่เมื่อ “ฉบับที่ 173” เดือนมีนาคม 2547 เป็นรุ่นแรก ครั้นเมื่อถึงปลายปีเดียวกันก็เป็นทีของ “APV” ที่ได้ชิมลาง “เปิดตัว” ในงาน “มหกรรมรถยนต์” ที่ “เมืองทองธานี” ก่อนที่ตัวรถสำหรับการจำหน่ายจริงๆ จะถูกส่งตามมาในช่วงเกือบกลางปี 2548
SUZUKI APV
SUZUKI APV

ราคา SUZUKI APV

SUZUKI “APV” ราคาอยู่ที่ประมาณ 719,000 บาท
>> ดูเพิ่มเติมรถ SUZUKI มือสอง ที่ตลาดรถ Chobrod.com

รีวิว SUZUKI APV

ภายนอก SUZUKI APV

รูปโฉมโนมพรรณของ SUZUKI “APV” ได้รับการรังสรรค์ไว้ในรูปแบบ MPV 5 ประตู ที่ดูแปลกตาด้วยจังหวะของเส้นสายและความอวบหนาไม่เหมือนใคร ทั้งนี้จะเป็นไปภายใต้โครงสร้างตัวถังแบบ TECT (Total Effective Control Technology) อันเป็นลิขสิทธิ์เฉพาะของ SUZUKI ที่จะช่วยหันเหแรงกระแทกจากการชนปะทะออกไปจากห้องโดยสาร และโครงสร้างตอนหน้ารถจะทำหน้าที่เป็นเสมือนกันชนเพื่อการปกป้องที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น โดยเรื่อนร่างซึ่งจัดอยู่ในระดับ Compact MPV นั้นจะมีความยาว/กว้าง/สูง 4,155/1,655/1,855 มม. ตามลำดับ
ทรวดทรงทางด้านหน้าที่สูงอวบและยื่นยาวจากเสาหน้าไม่มากนัก พร้อมกับมีความลาดเอียงอยู่พอสมควรนั้น สามารถยกเปิดส่วนของฝากระโปรงแผ่นเล็กๆ ที่คาดประดับด้วยแถบคิ้วโครเมี่ยวขึ้นมาได้ โดยที่ภายในทางฝั่งซ้ายจะติดตั้งไว้ด้วยหม้อลมเบรคแบบตอนเดียวขนาด 9 ½ นิ้ว พร้อมแม่ปั้มแยกสองวงจร หน้า/หลัง – ถังฉีดล้างกระจก – กล่องฟิวส์ – และปากท่อรับอากาศที่จะส่งผ่านไปเข้ากรองอากาศเพื่อเข้าสู่ระบบไอดีอีกที แล้วถัดมาในส่วนกลางด้วยหม้อน้ำอลูมิเนียมที่ซ้อนทับหน้าไว้ด้วยรังผึ้งแอร์และประกบดูดออกจากด้านในด้วยพัดลมไฟฟ้าขนาดไม่ใหญ่นัก ซึ่งยังมีชุดแม่แรงและบล็อคถอดล้อติดลอยถัดเข้าไปที่ด้านใน โดยมีหม้อพักน้ำประกบถัดต่อออกไป ขณะที่ในส่วนล่างยังจะมี Oil Cooler ของน้ำมันเกียร์แผงเล็กๆ ตั้งเตียงอยู่ทางฝั่งซ้ายพร้อมจุดเติมน้ำยาแอร์ที่ริมซ้ายตอนบน
สองฝั่งของฝากระโปรงจะขนาบไว้ด้วยโคมไฟใหญ่ทรงสี่เหลี่ยมยาวมนมุมเล็กน้อย ซึ่งเป็นแบบ Multi Reflector ที่ภายในเบ้าใหย่จะใช้เป็นไฟหรี่/ไฟต่ำ/ไฟสูง หลอด Halogen ในดวงเดียวกัน ขณะที่ไฟเลี้ยวหลอดส้มจะอยู่ในส่วนโค้งตรงมุมแล้วรองรับต่ำลงไปด้วยกันชนพลาสติคขนาดใหญ่มากๆ ที่เว้าตรงกลางให้เป็นส่วนของกระจังและไฟตัดหมอกทรงกลมชนาบอยู่สองฟาก พร้อมกับมีช่องรับลมอีกสองแนวซ้อนกันอยู่ด้านล่าง โดยในส่วนของชายล่างยังสามารถแยกตัวออกเป็นอีกชิ้นหนึ่งด้วย
บานฝาท้ายขนาดใหญ่เป็นแบบเปิดยกขึ้นทั้งบานโดยแผ่นกระจกบังลมที่อัดกาวติดตายจะฝังไว้ด้วยแผงละลายฝ้า ขณะที่ใบปัดน้ำฝนหลังจะติดตั้งอยู่ด้านล่าง ส่วนปุ่มฉีดน้ำล้างกระจกฝังอยู่กับขอบด้านบน แล้วนำเอาไฟเบรคดวงที่สามเข้าไปแปะอยู่ภายใน และให้แสงออกมาในระดับเหนือขอบสะเอวด้านล่าง พร้อมกับตกแต่งด้วยการนำแถบโครเมี่ยมมาคาดปิดเหนือหลุมติดแผ่นป้ายทะเบียนทางตอนล่างสุด สำหรับชุดไฟท้ายทรงห้าเหลี่ยมดวงใหญ่พอสมควร ที่ฝงอยู่กับมุมสะเอวและโค้งโอบมาถึงด้านข้างใช้เลนส์ขาว-แดงสองสี พร้อมจานฉายแบบ Multi Reflector ตามสมัย ซึ่งในส่วนบนจะเป็นไฟเบรคแล้วคาดกลางตรงเลนส์ขาวด้วยไฟเลี้ยวหลอดส้มและไฟถอยหลัง โดยไฟท้ายจริงๆ จะอยู่ส่วนล่าง ขณะที่กันชนท้ายทำด้วยพลาสติคขนาดใหญ่ฝังประดับไว้ด้วยทับทิมสะท้อนแสงทรงเหลี่ยมเล็ก จะมีไฟตัดหมอกด้านหลังลอยตัวห้อยอยู่เดี่ยวๆ ทางด้านซ้าย พร้อมด้วยแผ่นกันโคลนชิ้นเล็กมาอาศัยแปะอยู่ตรงหลังล้อ
ล้อและยางที่ติดตั้งให้มาจะอยู่ในพิกัดของล้ออัลลอยลายห้าก้านทรงบึกในขนาด 14 x 5 JJ แบบ 5 รูน็อต 114.3 มม. และมีขนาด Off Set + 45 ซึ่งมาพร้อมกับยางถนนของ BRIDGESTONE “Techno 248” เบอร์ 185/80 R 14

ภายใน SUZUKI APV

ภายใน SUZUKI APV
ภายใน SUZUKI APV
การปิดประตูเพื่อเข้าสู่ห้องโดยสารยังคงต้องพึ่งพา “กุญแจ” เป็นหลัก แต่มีระบบเซ็นทรัลล็อคมาช่วยอำนวยความสะดวกอยู่อีกระดับ ซึ่งเมื่อก้าวเข้าสู่ห้องโดยสารจะรองรับสานตาไว้ด้วยคอนโซลพลาสติกแข็งฉีดขึ้นรูปสีทูโทน ที่มีพื้นบนผิวลายคอตต้อนสีน้ำตาลอมเทา ส่วนท่อนล่างเป็นสีเบจที่ออกเทาๆเหมือนกัน และมีแผงลยไม้สีแดงเข้มสไตล์ “อิเหนานิยม” เน้นมาให้ตรงกลางหนึ่งแถบ
สำหรับรายละเอียดของอุปกรณ์นับจากฝั่งซ้ายสุดเข้ามาจะมีจุดติดตั้งทวีตเตอร์เสียงแหลมอยู่ที่มุมบน แล้วถัดต่อลงมาด้วยช่องลมไล่ฝ้าและช่องแอร์ริมซ้าย โดยมีจุดฝัง Air Bag ของฝั่งผู้โดยสารต่อเนื่องเข้ามาทางด้านใน ขณะที่ในแนวสีเบจต่ำลงไปจะเป็นเก๊ะเก็บของฝาเปิดง้างดังเช่นที่ใช้กันอยู่... ส่วนในช่วงกลางคอนโซลจะโดดเด่นด้วยแผงลายไม้ตามที่บอกเอาไว้ และมีช่องแอร์สำหรับแนวกลางอยู่ตอนบนสุด แล้วหรูหราขึ้นมาอีกนิดด้วยชุดเครื่องเสียงระดับวิทยุ/เทป/CD แบบแผ่นเดียว ซึ่งจะรายล้อมด้วยสวิทช์แผงละลายฝ้าพร้อมสวิทช์สำรองทางฝั่งซ้ายและสวิทช์ไฟฉุกเฉิน ตลอดจนสวิทช์ไฟตัดหมอกหน้าทางฟากขวาโดยในแนวสีเบจจะเป็นนาฬิกาแบบตัวเลขและช่องวางของเล็กๆ เช่น ปากกา หรือโทรศัพท์มือถือ ซึ่งมีที่จุดบุหรี่เรียงต่ออยู่ปลายแนว ก่อนจะรองรับด้วยขุดควบคุมระบบปรับอากาศแบบปุ่มบิดสอปุ่ม แล้วจึงปิดท้ายในตอนล่างสุดด้วยที่เขี่ยบุหรี่
พวงมาลัยยูรีเธนแบบสามก้านที่ขอบวงมีปุ่มรับหัวแม่มือและฝัง Air Bag ไว้ภายในแป้นตรงกลาง มีขนาดค่อนข้างเล้กเพียง 365 มม. ซึ่งก้านสวิทช์ที่คอทางฝั่งซ้ายจะใช้ควบคุมใบปัดน้ำฝนทั้งหน้า/หลัง ขณะที่ทางด้านขวาเป็นสวิทช์ควบคุมไฟใหญ่/ไฟเลี้ยวดังเช่นของรถญี่ปุ่นทั่วไป... ส่วนแผงคอนโซลทางด้านขวาสุด นอกจากจุดติดทวีตเตอร์/ช่องลมไล่ฝ้า/ช่องแอร์ตัวริมแล้วจะรองรับต่ำลงมาด้วยแผงสวิทช์ที่ประกอบด้วยสวิทช์สำรอง/สวิทช์ไฟตัดหมอกหลัง/สวิทช์ปรับระดับไฟหน้าที่ตั้งได้เป็น 0-1-2-3-4 ก่อนปิดท้ายด้วยช่องวางของสำหรับคนขับอีกหนึ่งช่อง
คอนโซลครอบคันเกียร์ตรงกลางจะมีหลุมวางของหรือเครื่องดื่มอยู่ตรงหัวแนว แล้วเส้นถัดต่อเข้ามาด้วยคันเกียร์ทรงหัวโตที่มีปุ่ม O/D Off อยู่ใต้ปุ่มปลดล็อก และใช้แบบร่องยาวที่มีอักษร/ตัวเลข P-R-N-D-2-L ขนาบอยู่ทางขวาก่อนที่จะเป็นคันเบรคมือที่มีช่องวางเครื่องดื่มสำหรับผู้ที่นั่งตอนหลัง และที่วางแบบพลิกเพิ่มได้อีกหนึ่งที่ประกบอยู่ตอนท้ายคอนโซล
สำหรับในส่วนของเบาะนั่งทั้งหมดจะหุ้มด้วยผ้ากำมะหยี่ใยสังเคราะห์ลายในตัวสีเบจ ซึ่งในคู่หน้าเฉพาะตัวของคนขับจะมีเท้าแขนแบบพับเก็บได้แปะติดข้างพนักมาให้ด้วย และควบคู่เอาไว้ด้วยเข็มขัดนิรภัยแบบ ELR 3 จุด ปรับระดับได้ทั้งสองฝั่ง ส่วนแถวที่สองซึ่งปรับเอนนอนได้สุดๆ จะเป็นแบบแบ่งพับแยก 60/40% เพื่อใช้เป็นช่องทางเข้าสู่ที่นั่งแถวที่สาม โดยในส่วน 60% จะมีเท้าแขนฝังไว้กับพนักพร้อมเข็มขัดนิรภัยแบบ ELR 3 จุดในสองที่ริม ส่วนตรงกลางเป็นแบบ 2 จุด ขณะที่แถวหลังสุดสามารถปรับเอนได้สุดพื้นที่และแยกพับเป็น 60/40% เช่นกัน แถมมีเท้าแขนฝังมาให้ที่พนักพิงพร้อมเข็มขัดนิรภัยแบบ 3 และ 2 จุด เช่นเดียวกัน อีกทั้งยังพับพลิกไปข้างหน้าเมื่อต้องการพี้นที่แบกขนสัมภาระได้อีกต่างหาก

เครื่องยนต์ SUZUKI APV

พลังสำหรับขับเคลื่อน SUZUKI “APV” รุ่นนี้จะได้มาจากแหล่งกำเนิดที่ชาวไทยคุ้นเคยกันดี นั่นคือบล็อคตัวเก่งซึ่งโดดเด่นมาตั้งแต่สมัย “Vitara” อันได้แก่ เครื่องยนต์รหัส “G 16A” ในรูปแบบ เบ็นซิน 4 สูบ-SOHC-16 วาล์วหัวฉีด ที่มีพิกัดความจุสุทธิ 1,590 ซีซี. โดยเป็นผลที่ได้จากขนาดกระบอกสูบ 75.0 มม. คูณด้วยช่วงชัก 90.0 มม. ทั้งนี้ตัวเลยในพิกัดดังกล่าวจัดอยู่ในกลุ่ม “ชักยาว” ซึ่งตามตำราเค้าว่าน่าจะให้ “แรงบิด” ดีพอสมควร จากนั้นก็ลำเลียงอากาศที่ผ่านการคละเคล้าด้วยเชื้อเพลิง RON 91 ด้วยระบบหัวฉีดแบบมัลติพอยท์ MPI ควบคุมด้วยอิเล็คทรอนิคส์ ซึ่งมีกล่อง ECU คอยช่วยคำนวณปริมาณ ตลอดจนจังหวะฉีดที่เหมาะสมต่อการใช้งาน เข้าสู่กระบวนการจุดระเบิดด้วยอัตราส่วนกำลังอัดระดับ 9.5:1 ก่อนจุดระเบิดด้วยกระแสไฟแรงสูงจากลักษณะ Direct Coil สูบละตัว จนได้พละกำลังออกมา “92 แรงม้า” (68kW) ที่ 5,750 รอบต่อนาที พร้อมด้วยแรงบิดในระดับ 12.95 กก.-ม. (127 Nm) ที่ 4,500 รอบ

สรุป

บทสรุปสำหรับรุ่นดังกล่าวนี้คงเป็นที่ยอมรับในเรือนร่างทรงเสน่ห์แบบสะเอวสูงที่ดูเก๋ไปอีกแบบ โดยความโดดเด่นที่น่าพอใจจะได้แก่ เรื่องของห้องโดยสารที่รองรับสมาชิกของครอบครัวได้อย่างเหลือเฟือด้วยความสบายแบบไม่แตกต่างกันมากระหว่างแต่ละที่นั่งขณะที่เรื่องของพละกำลังและอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงก็ไม่เลวร้ายถึงกับ “รับไม่ได้” ซึ่งถ้า “ใจเย็น” ไปเรื่อยๆ ก็น่าจะให้ผลลัพธ์ที่ดียิ่งซะด้วยซ้ำ แล้วไป “น่าใช้” กันในเรื่องของสนนราคาที่ไล่ตังแต่รุ่นประหยัดด้วยค่าตัวไม่กี่แสนจนหรูสุดในรุ่นนี้ที่แค่ “เจ็ดแสนต้นๆ” เท่านั้นเอง โดยในส่วนของระบบห้ามล้อที่ด้อยกว่าชาวบ้านหน่อยนั้น ถ้าไม่ใช่การขับขี้แบบปรู๊ดปร๊าด “แร่ด” จริงๆ ก็แทบจะไม่รู้สึกถึงอาการที่ว่าอีกเหมือนกัน... “คบได้” คือคำตอบสุดท้ายครับ
สำหรับใครที่สนใจอยากซื้อรถ SUZUKI APV มือสอง เข้าไปดูเพิ่มเติมได้ที่ Chobrod.com ตลาดรถให้ข้อมูลที่ดีที่สุดสำหรับการซื้อขายรถยนต์ในไทย สำหรับใครที่สนใจจะขายรถ SUZUKI APV มือสอง Chobrod สามารถช่วยคุณได้ ด้วยจำนวนคนผู้เข้าชมเว็บไซต์กว่า 2 ล้านคนต่อเดือน คุณจึงมั่นใจได้ว่ารถ SUZUKI มือสอง ของคุณที่ลงประกาศขายอยู่ใน Chobrod จะสามารถเข้าถึงผู้ซื้อได้มากกว่า และแน่นอนว่าความเป็นไปได้ที่รถของคุณจะขายได้ ในราคาที่คุณกำหนดเองนั้นก็จะสูงขึ้นด้วย