หลักการคิดเบี้ยประกันภัย เรื่องสำคัญที่ต้องรู้ก่อนเลือกซื้อรถ

16 มี.ค 2561
ว่าด้วยเรื่องราคาเบี้ยประกันของรถแต่ละคัน เหตุผลหนึ่งที่ทำให้คุณต้องจ่ายค่าเบี้ยจำนวนแตกต่างกับรถคันอื่นนั้นเป็นเพราะเรื่องของการจัดกลุ่มประเภทรถยนต์ วันนี้ Chobrod ขออาสาพาไปดูว่าทำไมรถแต่ละรุ่นต้องจ่ายค่าเบี้ยประกันต่างกัน คันหนึ่งปีเก่ากว่าแต่ราคาเบี้ยกลับสูงริบ คันหนึ่งเป็นรถใหม่ป้ายแดงแต่ค่าเบี้ยประกันถูกกว่าครึ่ง ใช้หลักอะไรในการคิดเบี้ยกันแน่ไปดูกัน

นอกจากเรื่องเงื่อนไขของตัวผู้ขับขี่เองซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ราคาค่าเบี้ยลดลงหรือเพิ่มขึ้น ตามสถิติของลักษณะการใช้รถ ยังมีปัจจัยหลักอื่นๆ ของการที่บริษัทประกันจะคิดอัตราค่าเบี้ยประกันของรถคุณด้วยนั่นคือเรื่องของรุ่นรถ สถานที่ผลิต ประเภทรูปแบบการนำเข้า ซึ่งเงื่อนไขเหล่านี้จะถูกนำมาใช้ในการคิดเทียบอัตราค่าเบี้ยประกัน ว่าถ้าเกิดเหตุต้องเคลมกับรถคันนั้นๆ ประกันจะต้องใช้เงินจ่ายในการซ่อมเท่าไร ซึ่งแน่นอนว่ายังไงบริษัทประกันก็ไม่คิดให้ตัวเองขาดทุนอยู่แล้ว

สถิติตามลักษณะการใช้รถ

ประเภทของผู้ขับขี่ทางบริษัทจะดูในเรื่องปัจจัยที่จะทำให้เกิดอุบัติเหตุ นำไปใช้ในการคิดอัตราเบี้ยประกัน กลุ่มผู้ขับขี่ทำประกันที่ยังมีอายุน้อย เป็นวัยรุ่น ความสุขุมในการใช้รถก็อาจจะมีน้อยกว่าอีกกลุ่มผู้ใช้รที่มีอายุมากกว่า ดังนั้นความเสี่ยงของผู้ใช้รถที่มีอายุน้อยก็มีโอกาสที่จะเกิดอุบัติเหตุได้มากกว่าเช่นกัน ทำให้ค่าเบี้ยประกันสูงกว่า รวมไปถึงเรื่องของอาชีพก็มีส่วนด้วยเช่นกัน อาชีพที่ต้องมีการใช้รถเป็นประจำตลอดทั้งวัน เมื่อช่วงเวลาที่ต้องอยู่บนท้องถนนมากกว่าแน่นอนว่าความเสี่ยงที่รถจะเกิดอุบัติเหตุต้องมีมากว่าอาชีพที่ขับรถตอนเช้าไปทำงานแล้วจอด เย็นก็ขับกลับ และประวัติการประสบอุบัติเหตุ สำหรับบริษัทประกันจะมองเป็นอีกคำ เป็นคำว่า   “ประวัติการเคลม” ผู้ขอทำประกันเคยมีประวัติการขอเข้าซ่อม เข้าไปเคลมบ่อยแค่ไหน ซึ่งปัจจัยนี้สำคัญที่สุดเพราะถ้าเคลมบ่อย บริษัทประกันจะมองว่าถ้าซื้อประกันไปยังไงก็ต้องเคลมแน่ๆ เป็นส่วนที่ทำให้ค่าเบี้ยสูงไปจนถึงระดับที่บริษัทประกันไม่รับประกันเลยก็มี หลายคนคงเคยเจอที่ปีต่อมาคุณจะทำประกันแต่ไม่ได้ทำประกันกับบริษัทเดิม โบรเกอร์ประกันให้ย้ายบริษัทประกันเพราะครั้งที่คุณทำประกันไว้กับบริษัทเดิมนั่น คุณอาจจะเคยเคลมหนักซ่อมหนัก ค่าใช้จ่ายสูง จนบริษัทเก่าไปรับทำประกันต่อนั่นเอง

ปัจจัยเรื่องอายุผู้ขับขี่มีผลทำให้ค่าเบี้ยลดลงหรือเพิ่มขึ้นด้วย

ปัจจัยเรื่องอายุผู้ขับขี่มีผลทำให้ค่าเบี้ยลดลงหรือเพิ่มขึ้นด้วย

ประเภทรถผลิตในประเทศหรือเป็นรถนำเข้า

รุ่นรถของคุณอยู่ในกลุ่มไหน ประเภทอะไร ประเภทในที่นี้ไม่ใช่ประเภทรถเก๋ง รถกระบะหรือ SUV แต่เป็นการแบ่งประเภทรถตามที่ผลิต ผลิตในประเทศหรือนำเข้าจากต่างประเทศ ซึ่งมีผลต่อราคาเบี้ยประกันรถยนต์มากที่สุด มองในประเภทรถยนต์ที่ผลิตในประเทศ อะไหล่ของรถกลุ่มนี้หาได้ง่ายกว่ารวมถึงเกรดของอะไหล่ก็มีมากมายหลายระดับให้เลือกใช้ แต่ถ้าเป็นกลุ่มรถนำเข้าจำเป็นต้องสั่งอะไหล่เข้ามาจากต่างประเทศซึ่งแน่นอนว่าราคาค่าอะไหล่แต่ละชิ้นสูงกว่ารถที่ผลิตในประเทศแทบทั้งสิ้น แพงทั้งจากตัวค่าอะไหล่เอง และไหนจะค่าขนส่ง ภาษีนำเข้าอีก ทำให้รถนำเข้าจะมีค่าเบี้ยประกันสูงกว่ารถที่ผลิตในประเทศ

BMW X-1 กับ Honda CR-V รถประเภทคล้ายกันแต่ค่าเบี้ยต่างกันเพราะแหล่งที่มาของรถ

BMW X-1 กับ Honda CR-V รถประเภทคล้ายกันแต่ค่าเบี้ยต่างกันเพราะแหล่งที่มาของรถ

ขนาดเครื่องยนต์มีผลด้วยเช่นกัน

ขนาดของเครื่องยนต์วัดกันตามจำนวน c.c. ย่อมาจากลูกบากศ์เซนติเมตร (Cubic Centimeters) คืออีกหนึ่งปัจจัยที่บ่งชี้ไปถึงราคาตัวรถเมื่อยามออกจากศูนย์ใหม่ๆ รถที่มีจำนวนซีซีสูงมักจะมากับอุปกรณ์ ชิ้นส่วนหรูหราราคาแพง พร้อมเทคโนโลยีมากมายที่ราคาอะไหล่เมื่อตอนเคลมแพงหูฉี่ ดังนั้นค่าเบี้ยประกันที่ถูกคิดสำหรับรถที่ขนาดเครื่องยนต์ใหญ่ก็มักจะสูงกว่ารถที่เครื่องยนต์เล็กๆ ยกตัวอย่างง่ายๆ ประกันชั้นหนึ่งของรถอีโคคาร์ที่เครื่องยนต์ขนาด 1.2L จะมีราคาถูกกว่าเบี้ยประกันชั้นหนึ่งของรถซีดานประเภท C-Segment เครื่องยนต์ 1.8L-2.0L เป็นต้น

เงื่อนไขการแบ่งกลุ่มรถยนต์ที่แบ่งตาม 3 ข้อที่กล่าวมา ส่งผลให้ราคาค่าเบี้ยของรถแต่ละรุ่นแตกต่างกัน จนนำไปสู่การแบ่งกลุ่มรถยนต์ตามรุ่น และยี่ห้อทั้งหมด 5 กลุ่ม ดังต่อไปนี้

รถยนต์ในกลุ่มที่ 1

ถือเป็นกลุ่มที่มีราคาเบี้ยประกันภัยรถยนต์สูงที่สุด อยู่ในระดับรถกลุ่มพิเศษที่ต้องใช้เวลาเช็คเบี้ยประกันนานกว่ากลุ่มอื่นๆ อะไหล่ชิ้นส่วนเฉพาะ ต้องสั่งทำพิเศษหรือนำเข้าจากประเทศผู้ผลิต อีกทั้งสำหรับในรถบางรุ่นเช่นรถ Super Car บริษัทรับประกันจะต้องพิจารณาทักษะการขับขี่ของผู้เอาประกันก่อนอีกด้วย ถ้าบางเงื่อนไขอยู่ในความเสี่ยงเกินไปที่บริษัทประกันจะรับไหวก็อาจต้องมีการขอให้บริษัทประกันอื่นมาประกันร่วมด้วย ยกตัวอย่างรถที่อยู่ในกลุ่มนี้ได้แก่ BENTLEY ทุกรุ่น, CADILLAC ทุกรุ่น, FERRARI ทุกรุ่น, LAMBORGHINI ทุกรุ่น, PORSCHE ทุกรุ่น, ROLLS ROYCE ทุกรุ่น, MASERATI ทุกรุ่น เป็นต้น

รถในประเภท Super Car ค่าเบี้ยแพงแปรผันตรงตามราคาค่ารถ

รถในประเภท Super Car ค่าเบี้ยแพงแปรผันตรงตามราคาค่ารถ

รถยนต์กลุ่มที่ 2

รถทั่วไปที่มีกลุ่มรถนำเข้าร่วมอยู่ด้วย จึงทำให้รถในกลุ่มนี้ถูกจัดค่าเบี้ยประกันสูงกว่า และต้องมีการใช้เวลาสักหน่อยในการเช็คเบี้ยประกัน เพราะยังถือเป็นกลุ่มรถพิเศษซึ่งอาจไม่เทียบเท่ากลุ่มที่ 1 แต่เงื่อนไขในการพิจารณาปัจจัยต่างๆ ทั้งด้านอะไหล่ และค่าซ่อก็ยังต้องมีเพิ่มเติม และต้องใช้เวลาในการพิจารณษเพื่อนำไปใช้ในการคำนวนค่าเบี้ยประกัน ยกตัวอย่างรถที่อยู่ในกลุ่มนี้ได้แก่

  • ALFA ROMEO ทุกรุ่น
  • BMW รุ่น 640 i, 730, 730 LD, 730 LI , X5, X6, SERIES 3, SERIES 5
  • MERCEDES BENZ รุ่น CL500, CLS350, E300, E350 , ML300, R 300, S300, S300L, S320, S350, S500, SL350, SLK350, SLS, VIANO
  • VOLKSWAGEN ทุกรุ่น
  • NISSAN รุ่น CEDRIC, JUKE (CBU) , TERRANO, X-TRAIL
  • TOYOTA รุ่น ALPHARD, bB , CELICA, CROWN , ESTIMA, HARRIER , LAND CRUISER, RAV 4 , VELLFIRE

รถยนต์กลุ่มที่ 3, 4, 5

รถยนต์ในกลุ่มนี้จะมีราคาเบี้ยที่ถูกกว่า สามารถเช็คเบี้ยประกันได้ในทันทีมีตารางบอกไว้ตามปีของรถในแต่ละรุ่น อีกทั้งแต่ละบริษัทยังมีโปรโมชั่นในการซื้อให้เลือกได้อีกด้วย รถ 3 กลุ่มนี้ถูกจัดให้เป็นกลุ่มของ “รถตลาด” บริษัทประกันประเมินค่าเบี้ยบ่อยเป็นประจำ เป็นรถที่มีผู้ใช้แพร่หลายจำนวนมาก ค่าซ่อม ค่าอะไหล่ ต่างๆ ไม่สูงมากนัก ยกตัวอย่างรถยนต์ในกลุ่มนี้ เช่น

กลุ่มที่ 3

  • TOYOTA รุ่น CAMRY, CORONA, FORTUNER, INNOVA, PRIUS, SPORT CRUISER, STARLET, WISH
  • HONDA รุ่น ACCORD, CIVIC, CR-V, FREED
  • ISUZU รุ่น MU-X
  • MAZDA รุ่น 3, CX5

กลุ่มที่ 4

  • TOYOTA รุ่น COROLLA
  • MAZDA รุ่น 2  
  • SUZUKI รุ่น APV, ERTIGA, SWIFT, SX4
  • HONDA รุ่น HR-V

กลุ่มที่ 5

  • TOYOTA รุ่น AVANZA, SOLUNA, VIOS, Yaris
  • HONDA รุ่น BRIO, CITY, JAZZ, MOBILIO
  • NISSAN รุ่น ALMERA, MARCH, NEO, NV, SENTRA , SUNNY, TIIDA

รถตลาดค่าเบี้ยประกันจะที่สุดเมื่อเทียบกับรถประเภทอื่น

ทั้งหมดคือเงื่อนไข และปัจจัยที่บริษัทประกันนำไปใช้เพื่อพิจารณาค่าเบี้ยประกันของรถคุณ ซึ่งคุณสามารถนำไปใช้เพื่อคำนวนค่าใช้จ่ายในแต่ละปีของรถหนึ่งคันที่ต้องจ่าย ว่าค่าเบี้ยประกันอยู่ที่เท่าไร ถ้าซื้อรถที่อยู่ในกลุ่มประเภทนี้ค่าเบี้ยจะสูงกว่าซื้อรถอีกรุ่นที่อยู่อีกกลุ่มซึ่งมีค่าเบี้ยประกันถูกกว่า ซึ่งมีผลต่อการนำไปใช้ได้ก่อนจะตัดสินใจซื้อรถสักคัน ไม่ว่าจะเป็นรถป้ายแดงหรือรถมือสองก็เหมือนกันหมด ปัจจัยที่ใช้กลุ่มประเภทรถคือหลักสำคัญ ในการที่บริษัทประกันนำไปใช้คิดค่าเบี้ยแต่ละปีกับคุณ

แล้วคุณละใช้รถรุ่นอะไร อยู่ในกลุ่มรถยนต์ไหน ค่าเบี้ยประกันภัยต่อปีเท่าไร บอกกับเราให้ Chobrod รู้กันสักหน่อย และใช้บริษัทประกันของอะไรดี อย่าลืมมาแชร์ประสบการณ์ให้เพื่อนๆ ได้รู้กันด้วยนะ

ดูเพิ่มเติม

ข่าวที่ได้รับความสนใจ

ประเด็นร้อน

รีวิวรถ

ราคารถ