Toyota อธิบายเหตุผลที่ Hilux ยังไม่มีรุ่น PHEV ชี้น้ำหนักแบตเตอรี่กระทบความสามารถในการบรรทุกและลากจูง

ตลาดรถยนต์ต่างประเทศ | 9 ก.ค 2569
แชร์ 0

Toyota เผยยังไม่เร่งพัฒนา Hilux Plug-in Hybrid แม้ตลาดรถกระบะ PHEV เติบโตต่อเนื่อง เหตุเทคโนโลยียังไม่ตอบโจทย์ด้านการบรรทุกและลากจูงตามมาตรฐานของแบรนด์

Toyota Hilux ยังไม่มีรุ่น PHEV
Toyota Hilux ยังไม่มีรุ่น PHEV

แม้ว่าตลาดรถกระบะ Plug-in Hybrid (PHEV) จะเริ่มได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในประเทศออสเตรเลีย แต่ Toyota ยืนยันว่าบริษัทยังไม่มีแผนเปิดตัว Toyota Hilux เวอร์ชัน PHEV ในระยะเวลาอันใกล้ พร้อมระบุว่าการพัฒนารถรุ่นใหม่ต้องตอบโจทย์การใช้งานจริงของลูกค้า ไม่ใช่เพียงเพื่อแข่งขันกับคู่แข่งในตลาด

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ตลาดรถกระบะของออสเตรเลียซึ่งเคยถูกครองโดยเครื่องยนต์ดีเซล กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จากแรงผลักดันของมาตรการด้านสิ่งแวดล้อม สิทธิประโยชน์ทางภาษี รวมถึงความต้องการของผู้บริโภคที่มองหารถกระบะซึ่งให้สมรรถนะที่ทรงพลัง แต่ขับขี่เงียบและนุ่มนวลกว่าเดิม

ผู้ผลิตหลายรายจึงเริ่มเปิดตัวรถกระบะ PHEV อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น BYD Shark 6, GWM Cannon Alpha PHEV และ Ford Ranger Hybrid ขณะที่ JAC Hunter และ Nissan Frontier Pro ก็มีแผนเข้าสู่ตลาดภายในช่วง 12 เดือนข้างหน้า

ข้อมูลถึงสิ้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ระบุว่ามีการส่งมอบรถเพื่อการพาณิชย์ขนาดเล็กแบบ Plug-in Hybrid แล้วกว่า 8,438 คัน ในออสเตรเลีย สะท้อนให้เห็นว่าความต้องการรถที่สามารถทดแทนเครื่องยนต์ดีเซลกำลังเติบโตขึ้นอย่างชัดเจน

อย่างไรก็ตาม Toyota ยังเลือกใช้แนวทางที่ระมัดระวังมากกว่า นาย John Pappas รองประธานฝ่ายการขาย การตลาด และเครือข่ายผู้แทนจำหน่ายของ Toyota Australia ให้สัมภาษณ์กับ CarExpert ว่า บริษัทติดตามและศึกษาทางเลือกด้านระบบขับเคลื่อนใหม่อยู่ตลอด แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือเทคโนโลยีนั้นต้องสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้จริง นาย John Pappas ระบุว่า Toyota มีแนวทางและตัวเลือกสำหรับ Hilux อยู่แล้ว แต่การลงทุนด้านวิจัยและพัฒนาจำนวนมหาศาลมีเป้าหมายเพื่อให้มั่นใจว่า ระบบขับเคลื่อนใหม่จะเหมาะสมกับลักษณะการใช้งานของตลาด ไม่ใช่เพียงเปิดตัวเพื่อให้ทันกระแส

ปัจจุบัน Toyota Australia ยังคงเดินหน้าพัฒนาขุมพลังสำหรับ Hilux เจเนอเรชันที่ 9 ทั้งเครื่องยนต์ดีเซล, รถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ (BEV) และรถเซลล์เชื้อเพลิงไฮโดรเจน (FCEV) โดยรุ่น FCEV มีเป้าหมายเปิดตัวภายในปี 2028 สำหรับรุ่นดีเซลยังคงเป็นกำลังหลักของยอดขาย ด้วยความสามารถในการลากจูงสูงสุด 3,500 กิโลกรัม และรองรับน้ำหนักบรรทุกได้ประมาณ 1 ตัน ขณะที่รุ่น BEV และ FCEV ซึ่งมีสมรรถนะด้านการลากจูงต่ำกว่า จะเน้นกลุ่มลูกค้าองค์กรและการใช้งานเฉพาะทางเป็นหลัก

ในอีกด้านหนึ่ง ผู้ผลิตคู่แข่งเริ่มพัฒนารถกระบะ PHEV ให้มีความสามารถในการลากจูงใกล้เคียงกับรถดีเซล โดยทั้ง GWM Cannon Alpha PHEV, Ford Ranger Hybrid, BYD Shark 6 Performance และ JAC Hunter ต่างประกาศตัวเลขการลากจูงสูงสุดที่ 3,500 กิโลกรัม พร้อมระบบเบรกพ่วง แม้ว่าความสามารถในการบรรทุกสัมภาระจะยังไม่เทียบเท่ากับ Hilux รุ่นตอนเดียวก็ตาม

นาย Ray Munday ผู้จัดการฝ่ายวางแผนผลิตภัณฑ์และกำหนดราคาของ Toyota Australia ย้ำว่าบริษัทจะไม่รีบเปิดตัว Hilux PHEV เพียงเพื่อแข่งขันกับผู้ผลิตรายอื่น นาย Ray Munday ระบุว่า Toyota ตระหนักถึงการแข่งขันที่รุนแรงในตลาดรถกระบะพลังงานทางเลือก และกำลังศึกษาความเป็นไปได้อย่างจริงจัง แต่หากเทคโนโลยียังไม่สามารถตอบโจทย์มาตรฐานของบริษัท ก็จะไม่เร่งนำผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาด

นาย Munday อธิบายเพิ่มเติมว่า ความท้าทายสำคัญของระบบ PHEV รวมถึงระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าประเภทอื่น คือ น้ำหนักของแบตเตอรี่ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อความสามารถในการบรรทุกและการลากจูง โดยเทคโนโลยีในปัจจุบันยังไม่สามารถรักษาสมรรถนะระดับเดียวกับ Hilux เครื่องยนต์ดีเซลได้อย่างเต็มที่ ลูกค้า Hilux คาดหวังมาตรฐานด้านความแข็งแกร่งและความทนทานในระดับสูง ซึ่งอาจสูงกว่ารถรุ่นอื่นของตลาด ดังนั้น Toyota จึงต้องมั่นใจว่าผลิตภัณฑ์ใหม่จะสามารถรักษาชื่อเสียงของ Hilux เอาไว้ได้ก่อนเปิดตัว

ท่าทีที่รอบคอบของ Toyota ถือเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ เนื่องจากเทคโนโลยี Plug-in Hybrid เพิ่งเริ่มมีบทบาทในผลิตภัณฑ์ของบริษัทในออสเตรเลีย โดย Toyota RAV4 PHEV ถือเป็นรถรุ่นแรกที่นำระบบขับเคลื่อนดังกล่าวเข้ามาทำตลาด และประสบการณ์ที่ได้จากรุ่นนี้อาจเป็นพื้นฐานสำคัญก่อนการขยายสู่รถกระบะในอนาคต