รถดับกลางน้ำทำยังไงดี! มาดูวิธีเอาตัวรอดเมื่อรถดับกลางน้ำท่วม พร้อมแนะนำ 5 ไอเท็มที่ควรมีไว้สำหรับการขับรถหน้าฝน

ประสบการณ์ใช้รถ | 11 มิ.ย 2562
แชร์ 2

หลีกเลี่ยงอย่างไรก็ไม่ได้กับการขับรถในช่วงหน้าฝนเช่นนี้ แน่นอนต้องพบกับปัญหาหลาย ๆ อย่างทั้งรถติด น้ำท่วม ร้ายหน่อยก็รถดับ แล้วต้องทำอย่างไรล่ะ ถ้าเกิดรถเกิดมาดับขณะขับลุยน้ำ

รถดับกลางน้ำทำยังไงดี! มาดูวิธีเอาตัวรอดเมื่อรถดับกลางน้ำท่วม พร้อมแนะนำ 5 ไอเท็มที่ควรมีไว้สำหรับการขับรถหน้าฝน

รถดับกลางน้ำทำยังไงดี! มาดูวิธีเอาตัวรอดเมื่อรถดับกลางน้ำท่วม

เป็นดังบทเพลงว่าไว้ “ย่างเข้าเดือนหก ฝนก็ตกพรำ ๆ” มิถุนายนเดือนหกนี้ ประเทศไทยเข้าสู่หน้าฝนอย่างเป็นทางการ จะตากผ้า ฝนก็ตก จะล้างรถ ฝนก็ตก ซวยหนักไปอีกถ้าฝนมาตกติดขับรถออกไปข้างนอก ยิ่งถ้าเป็นสภาพการจราจรอย่างกรุงเทพฯ บ้านเราแล้วล่ะก็ บรรยากาศที่ชุ่มฉ่ำจากสายฝน ไม่ได้ช่วยให้ใจเย็นได้เลย

รถดับกลางน้ำทำยังไงดี! มาดูวิธีเอาตัวรอดเมื่อรถดับกลางน้ำท่วม พร้อมแนะนำ 5 ไอเท็มที่ควรมีไว้สำหรับการขับรถหน้าฝน

รถดับกลางน้ำทำยังไงดี! 

ยิ่งปัญหาน้ำท่วมน้ำขัง เป็นอะไรที่น่ารำคาญใจ เป็นเรื่องที่มีเหตุการณ์ให้พูดถึงในทุกปี อย่างที่รู้กันดีว่าการระบายน้ำช่วงน้ำท่วมในกรุงเทพฯนั้น มักจะทำไม่ค่อยทัน และก่อให้เกิดปัญหาอยู่บ่อยครั้ง หนักสุดก็เล่นเอารถจมไปทั้งคัน ผู้ที่มีรถเองก็ต้องมานั่งลุ้น นั่งเสี่ยงดวง ว่าคราวซวยจะมาถึงตนเมื่อไหร่ ด้วยสภาพแวดล้อมที่พร้อมจะให้รถของคุณเข้ารับความเสี่ยงอยู่ทุกขณะ วันดีคืนดี ผู้โชคร้ายที่กำลังขับรถลุยน้ำท่วมอยู่แล้วรถเกิดดับขึ้นมา อาจเป็นคุณก็ได้

ดังนั้นมาหาวิธีรับมือเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันนี้กันเถอะ กับวิธีเอาตัวรอดเมื่่อเผชิญปัญหารถดับกลางน้ำท่วม

รถดับกลางน้ำท่วม สาเหตุมาจากอะไรบ้าง?

รถหลายคันที่สามารถลุยผ่านน้ำท่วมไปได้ แต่บ้างคันก็โชคไม่เข้าข้าง เกิดดับระหว่างทางต้องจมแช่อยู่ในน้ำอย่างนั้น แล้วเพราะอะไรที่เป็นสาเหตุรถดับได้บ้าง

ถ้ารถได้ถูกน้ำครอบครองพื้นที่แล้ว มีความเสี่ยงมากมายที่จะเกิดความผิดปกติทำให้รถดับได้

ถ้ารถได้ถูกน้ำครอบครองพื้นที่แล้ว มีความเสี่ยงมากมายที่จะเกิดความผิดปกติทำให้รถดับได้

  • น้ำเข้าไปในท่อไอดีของเครื่องยนต์ ยังผลให้หัวฉีดเชื้อเพลิงเกิดความเสียหายเป็นเหตุให้เครื่องยนต์ดับลง
  • น้ำเข้าไปผสมในน้ำมันหล่อลื่นเครื่องยนต์ ทำให้น้ำมันหล่อลื่นกลายสภาพไปเป็นโคบนที่มีความหนืด ก่อให้เกิดความเสียหายต่อเครื่องยนต์อย่างร้ายแรง
  • น้ำเข้าไปสู่ห้องเผาไหมเเครื่องยนต์ผ่านทางใส้กรองอากาศหรือข้อต่องวงช้างใส้กรองอากาศความร้อนจัดเจอกับความเย็นจัดทำให้เครื่องช็อตและเกิดดับลง
  • ระบบไฟฟ้าในรถยนต์เกิดการช็อตเมื่อโดนน้ำ และลามไปถึงกล่องควบคุมเครื่องยนต์หรือระบบต่าง ๆ ทำให้เกิดความเสียหายเป็นสาเหตุที่ทำให้เครื่องยนต์ดับลง

ดูเพิ่มเติม
>> 10 อันดับถนนน้ำท่วมบ่อยในกรุงเทพ

>> ท่วมสูงแค่ไหนก็ไม่กลัว ตามหารถมือสองลุยน้ำท่วม !!

รถดับกลางน้ำ เอาตัวรอดอย่างไร? และแก้ไขอย่างไร

วิธีเอาตัวรอดขั้นแรก สิ่งที่จำเป็นต้องมีคือสติ และอย่าฝืนเปิดเครื่อง ดื้อดึงจะไปต่อ เพราะอาจทำให้เกิดอาการรวนมากกว่าเดิม ให้ปฏิบัติตามวิธีการดังต่อไปนี้

รีบเปิดฝากระโปรงรถเพื่อถอดขั่วแบตเตอรี่ออก ป้องกันไม่ให้ไฟไปเลี้ยงระบบต่าง ๆ ในรถ

รีบเปิดฝากระโปรงรถเพื่อถอดขั่วแบตเตอรี่ออก ป้องกันไม่ให้ไฟไปเลี้ยงระบบต่าง ๆ ในรถ

  • รีบเปิดสัญญาณไฟฉุกเฉิน
  • รีบนำรถออกจากถนนอย่างเร่งด่วนด้วยการขอความช่วยเหลือจากคนรอบข้าง  เพื่อไม่ให้กีดขวางการจราจร และป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายจากรถมากไปกว่านี้ แต่โดยส่วนใหญ่กรณีรถดับเป็นเรื่องสุดวิสัย จำเป็นที่จะต้องใช้เวลาเพื่อหาอุปกรณ์และเรียกรถมายกรถไปยังที่แห้ง ที่สูง หรือที่ลาดเอียง
  • กรณีที่ไม่สามารถนำรถยนต์ออกมาได้ ให้ทำการยกรถรถให้สูงขึ้นกว่าระดับน้ำท่วม ด้วยการใช้แม่แรง พร้อมนำอิฐหรือหินไปค้ำยางล้อรถทั้ง 4 ไว้
  • เมื่อรถยนต์อยู่บนพื้นแห้งหรือพ้นจากระดับน้ำแล้ว ให้รีบเปิดฝากระโปรงรถและถอดขั้วแบตเตอรี่ออกในทันที เพื่อป้องกันไม่ให้ไฟเข้าไปเลี้ยงในระบบส่วนอื่น ๆ ของรถยนต์ รวมทั้งปลดอุปกรณ์ที่เป็นขั้วไฟฟ้าและปลั๊กไฟทุกตัวในห้องเครื่อง
  • ทำการระบายน้ำในห้องเครื่อง ด้วยการถอดน็อตอ่างน้ำมันเครื่อง น้ำมันเกียร์ เฟืองท้าย ถังน้ำมันเชื้อเพลิง จากนั้นรอจนน้ำที่ขังอยู่ไหลมาจนหมด แล้วทำการขันน็อตกลับเข้าสู่ที่เดิม
  • ถอดหัวเทียน แผงฟิวส์ กล่องรีเลย์ และกล่อง ECU เพื่อนำตากมาตากให้แห้ง อาจผึ่งแดดหรือใช้เครื่องเป่า หรือฉีดเสปรย์ไล่ความชื้น
  • เมื่อรถยนต์แห้งแล้ว จัดการใส่อุปกรณ์ทั้งหมดเข้าที่
  • ทำการทดสอบเครื่องยนต์เบื้องต้นด้วยการเปิดสวิซตต์ไฟและตรวจสอบแผงหน้าปัด จากนั้นลองสตาร์ทเครื่องยนต์โดยไม่ต้องเปิดเครื่องปรับอากาศ เพื่ออุ่นเครื่องยนต์แลละไล่ความชื้นออกจากเครื่องยนต์
  • หากพบสัญญาณหรือความผิดปกติใด ๆ ให้รายงานช่าง ควรเรียกช่างหรือนำรถไปเข้าตรวจสภาพเพื่อความชัวร์ที่ศูนย์บริการทันที
  • ทั้งนี้อย่าลืมตรวจสอบประกับภัย ว่ากรรมธรรม์ของคุณครอบครลุมถึงความเสียหายที่เกิดจากภัยธรรมชาติหรือไม่ ก่อนจะติดต่อเพื่อทำการเคลมในขั้นตอนต่อไป

ขับรถอย่างไร? ให้ผ่านน้ำท่วมไปได้!

วิธีป้องกันการเกิดปัญหาที่ดีนั่นคือการเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้น อย่างน้อยได้รู้วิธีป้องกันเบื้องต้น อาจจะช่วยให้ผ่านปัญหาหรือผ่อนแรงลงไปได้บ้าง

ระดับน้ำที่จะเกิดอันตรายแก่ตัวรถ

ระดับน้ำที่จะเกิดอันตรายแก่ตัวรถ

  • ขั้นแรกให้ศึกษาเส้นทางที่จะไปให้ดี ว่าเป็นทางที่จะเจอกับน้ำท่วมหรือไม่ ทำได้โดยติดตามสถานการณ์ตามเพจหรือเว็บไซต์ที่รายงานสภาพอากาศต่าง ๆ ถ้ามีเส้นทางที่หลีกเลี่ยงได้ก็ให้เลือกเส้นทางนั้นแทนเส้นทางหลักที่น้ำท่วม หรือถ้ากำลังเดินทางไปยังเส้นทางนั้นแล้ว ให้พิจารณาจากระดับน้ำ ไม่ควรสูงเกิด 30 ซม. สังเกตคร่าว ๆ จากระดับน้ำท่วมล้อรถยนต์คันที่ฝ่ามรสุมไปก่อนหน้า ถ้าน้ำสูงท่วมเกินครึ่งล้อขึ้นไป แนะนำให้หลีกเลี่ยง
  • หากเป็นเส้นทางหลักสายเดียวไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ในขณะที่จะขับผ่าน ควรเลิอกใช้เกียยร์ต่ำและความเร็วต่ำ และต้องพยายามรักษาระดับความเร็วของรถยนต์เอาไว้อย่างสม่ำเสมอ ที่สำคัฯคือไม่ควรเร่งเครื่องเป็นอันขาด เพราะจะทำให้พัดลมระบายควมร้อนตีน้ำเข้ามาในห้องเครื่อง และเกิดอาการช็อตจทนทำให้เครื่องดับได้
  • ปิดเครื่องปรับอากาศ และเปิดกระจกแทน เนื่องจากพัดลมไฟฟ้าของระบบอากาศจะกวักน้ำเข้ามาท่วมในห้องเครื่องยนต์ได้ กรณีที่แย่กว่านั้น อาจนำพาเศษขยะที่ลอยมากับน้ำ อย่างกิ่งไม้ ใบไม้ หรือถุงพลาสติกเข้ามาขัดขวางการทำงานของเครื่่องยนต์ อาจส่งผลทำให้ใบพัดที่เป็นส่วนระบายความร้อนของเครื่องยนต์หักและนั่นทำให้รถที่ไม่มีการระบายความร้อนเกิดอาการ Overheat และดับไปในทันที
  • พยายามรักษาระยะห่างจากรถยนต์คันหน้าเอาไว้ เพราะประสิทธิภาพการทำงานของเบรกจะลดลงเนื่องจากจมอยู่ใต้น้ำ ดังนั้นเมื่อสามารถขับรถพ้นน้ำแล้วไปแล้วก็ขอให้ขับรถด้วยความเร็วต่อไปอีกสักระยะและทำการเบรกเป็นเป็นช่วง ๆ เพื่อทำให้ผ้าเบรกแห้ง
  • เมื่อถึงปลายทางแล้ว อย่าเพิ่งรับดับเครื่องยนต์ ให้ทำการสตาร์ทรถยนต์ค้างเอาไว้ก่อนสักพัก เพื่อให้ความร้อนของรถไล่ความชื้นออกไปให้หมด จากนั้นทำการตรวจเช็ครถยนต์ด้วยวิธีการเดียวกับคำแนะนำข้างต้น ถ้าเป็นไปได้รถที่เพิ่งผ่านการลุยน้ำท่วมหนัก ๆ มาให้ส่งไปตรวจเช็กที่ศูนย์บริการหรือศูนย์รับซ่อมอย่างละเอียดอีกครั้งจะดีที่สุด

แนะนำอุปกรณ์เสริมที่ควรมีติดรถช่วงหน้าฝน

บางท้องที่ที่ไม่ได้เจอกับน้ำท่วม อย่าเพิ่งชะล่าใจไปกับการขับรถในหน้าฝนเช่นนี้ ไม่ว่าอย่างไรการขับรถช่วงที่ฟ้าฝนไม่เป็นใจ จำเป็นที่จะต้องเตรียมตัวรับมือไว้ให้ดีเช่นกัน ลองมาดูกันกับ 5 ไอเท็มที่ควรมีไว้สำหรับการขับรถหน้าฝน

1. ก้านปัดน้ำฝนสำรอง

ก้านปัดน้ำฝนควรมีไว้ในกรณีที่ของเก่าอาจจะเสื่อมลงได้เพราะทำงานหนัก

ก้านปัดน้ำฝนควรมีไว้ในกรณีที่ของเก่าอาจจะเสื่อมลงได้เพราะทำงานหนัก

ในกรณีที่นาน ๆ เราจะได้ใช้ยางปัดน้ำฝน พอมาใช้แล้วก็เจอกับฝนที่ตกหนัก ยางปัดน้ำฝนที่ไม่ค่อยใช้งานอาจจะทำงานได้ไม่เต็มที่ เป็นการดีกว่าที่เราสามารถเปลี่ยนก้านปัดน้ำฝนที่มีติดรถเอาไว้ได้ด้วยตัวเอง เพราะทัศนวิสัยในการขับขี่ที่ดีคือควรมองเห้นเส้นทางที่ชัดเจนทุกเส้นทางในการขับขี่

2. หลอดไฟสำรอง

ไฟเป็นสิ่งสำคัญในการขับขี่รถหน้าฝน โดยเฉพาะตอนกลางคืน

ไฟเป็นสิ่งสำคัญในการขับขี่รถหน้าฝน โดยเฉพาะตอนกลางคืน

การขับขี่ขณะฝนตก ยิ่งถ้าเป็นเวลากลางคืน ไฟส่องสว่างทุกจุดของตัวรถเป้นสิ่งที่จำเป็นอย่างมาก ดังนั้นควรซื้อไฟสำรองติดรถเอาไว้ เพื่อสร้างทัศนวิสัยที่ชัดเจนของผู้ขับขี่เอง และเป็นสัญญาณให้เพื่อนร่วมถนนที่ขับขี่กลางสายฝน มองเห็นรถของคุณองได้อย่างชัดเจนด้วยเช่นกัน

3. กระดาษทิชชู่หรือผ้าแห้ง

พกผ้าติดไว้กับรถเพื่อช่วยซับน้ำฝนที่เข้ามาในตัวรถ

พกผ้าติดไว้กับรถเพื่อช่วยซับน้ำฝนที่เข้ามาในตัวรถ

อย่าเพิ่งเข้าในว่าอุปกรณ์เหล่านี้จะมาช่วยซับรถที่เปียกน้ำทั้งคันให้แห้ง ของชิ้นเล็ก ๆ เหล่านี้เอาไว้ใช้ซับน้ำฝนที่เข้ามาเวลาที่เราเปิดประตูเข้ามายังรถ เพียงเวลาแค่ไม่กี่วินาทีแต่ก็ยังเปียกด้วยสายฝนอยู่ได้เช่นกัน ทิชชู่และผ้าดังกล่าวนี้ จะช่วยซับส่วนที่เปียกเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านั้นได้ โดยเฉพาะที่ประตู ที่เมื่อหากเปิดอ้าออกไป มีความเสี่ยงที่ปุ่มบริเวณเหล่านั้นจะเปียกน้ำได้ ใช้อุปกรณ์เหล่านี้ซํบเอาไว้ป้องกันการเกิดการช็อตและช่วยให้ไม่มีรอยด่างที่แผงประตูอีกด้วย

4. น้ำยาเคลือบกระจก

ความแตกต่างระหว่างการเคลือบและไม่เคลือบกระจกรถยนต์

ความแตกต่างระหว่างการเคลือบและไม่เคลือบกระจกรถยนต์

ไอเท็มคู่ใจสำหรับหน้าฝน ที่จะช่วยให้เรามีทัศนวิสัยในการขับขี่ที่ชัดเจนขึ้น เพราะน้ำยาเคลือบกระจกชนิดพิเศษจะช่วยป้องกันการเกาะตัวของหยดน้ำ โดยสามารถหาซื้อได้ตามร้านค้าทั่วไป และสามารถใช้งานได้ด้วยตัวเอง โดยใช้เวลาเพียง 20 นาทีในการทำการเคลือบ ใช้งานได้ทั้งทั่วกระจกหน้ารถ หน้าต่างและกระจกมองข้าง

5. ร่ม

อุปกรณ์สำคัญที่ควรมีไว้สำหรับหน้าฝน

อุปกรณ์สำคัญที่ควรมีไว้สำหรับหน้าฝน

อุปกรณ์สำคัญที่ไม่ได้จำเป็นจะต้องพกติดแค่ในรถ แค่ควรพกติดต่ัวไว้ตลอดเวลา เพราะจะช่วยปกป้องคุณเองจากหยดน้ำฝน ทั้งในกรณีที่ไม่สามารถหาที่จอดรถในร่มได้ ร่มนี่แหละจะเป็นฮีโร่ที่ช่วยให้คุณเดินออกมาจากรถได้โดยไม่เปียกฝนป้องกันอาการเจ็บไข้ได้ป่วยที่จะเกิดขึ้นกับตัวคุณเองได้

นอกจากจะดูแลรถแล้ว หน้าฝนนี้ควรดูแลสุขภาพตัวเองด้วย

นอกจากจะดูแลรถแล้ว หน้าฝนนี้ควรดูแลสุขภาพตัวเองด้วย

การขับรถในหน้าฝนเป็นเรื่องที่ต้องรับมือและเตรียมพร้อมหลาย ๆ ด้านและนอกจากการเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อมสำหรับรถยนต์คู่ใจของคุณแล้ว ก็อย่าลืมที่ดูแลรักษาสุภาพกายของตัวเองให้ดีด้วยเช่นกัน สุดท้ายนี้ Chobrod ขออวยพรให้ทุกท่านขับขี่ปลอดภัย ระมัดระวังและดูแลสุขภาพตัวเองกันให้ดีในฤดูฝนนี้

ดูเพิ่มเติม
>> 5 ข้อปลอดภัย ขับรถหน้าฝนไร้อุบัติเหตุ

>> อย่าคิดว่าหน้าฝนไม่ต้องล้างรถ ทำความเข้าใจใหม่กับ 5 เหตุผลที่ควรทำความสะอาดรถเป็นพิเศษในฤดูฝนนี้

ติดตามข่าวสารรถยนต์ คลิกที่นี่
ต้องการซื้อรถมือสองสภาพดี เชิญเข้าดูที่ตลาดรถตรงนี้

ANNOiNA