อย่าคิดว่าหน้าฝนไม่ต้องล้างรถ ทำความเข้าใจใหม่กับ 5 เหตุผลที่ควรทำความสะอาดรถเป็นพิเศษในฤดูฝนนี้

ประสบการณ์ใช้รถ | 14 พ.ค 2562
แชร์ 6

เคยผ่านตามาบ้างไหมกับถ้อยคำที่กล่าวกันว่า ล้างรถเรียกฝน เป็นเหตุการณ์ที่เชื่อว่าหลายคนคงประสบพบเจอมากันมาแล้ว และเป็นการปลูกฝังความคิดว่า เราจะล้างรถไปทำไม เพราะสุดท้ายที่ล้างมาก็ถูกฝนชำระล้างอยู่ดี เดี๋ยวก็กลับมาเปื้อนอีก ที่ล้าง ๆ ไปสุดท้ายก็ต้องขับรถไปลุยดิน ลุยโคลนกันอีก นั่นจึงเป็นสาเหตุที่หลายคนฝังใจและคิดเอาไว้ว่า ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องล้างรถหน้าฝนให้เปลืองเงินเปลืองแรงอีก

หากคุณเองก็เป็นคนหนึ่งที่มีความคิดแบบนั้น ขอบอกเลยว่าเป็นความเข้าใจที่ผิด เพราะการล้างรถช่วงหน้าฝน เป็นสิ่งที่ควรทำเป็นพิเศษด้วยซ้ำ และช่วงนี้ก็กำลังผลัดฤดูจากหน้าร้อนเข้าสู่ฤดูฝนแล้ว มาดูกันดีกว่าว่าเพราะอะไรที่ยิ่งหน้าฝนเราจะต้องยิ่งล้างรถ อ่านแล้วมาลองเปลี่ยนความเข้าใจกันเสียใหม่ แล้วคุณจะเข้าใจว่าความเชื่อที่บอกว่า หน้าฝนไม่ต้องล้างรถ เป็นความเชื่อที่ผิด 

เคยเป็นไหม? ล้างรถทีไรฝนตกทุกที

เคยเป็นไหม? ล้างรถทีไรฝนตกทุกที

1. ไม่ล้างรถหน้าฝน เป็นการสะสมความสกปรก

อย่าเข้าใจว่าน้ำจากฝนจะช่วยขจัดคราบสกปรกได้ นั่นเป็นความคิดที่ผิดมาก ๆ หากคุณเป็นคนที่รักรถจริงย่อมจะรู้ว่าคราบที่มาจากหน้าฝน น้ำฝนไม่ได้ชำระล้างให้ความสะอาดแต่อย่างใด กลับเป็นการสะสมความสกปรกที่เพิ่มขึ้นด้วยซ้ำ เพราะนอกจากคราบน้ำที่เกิดขึ้นเมื่อรถแห้ง ยังมีสิ่งสกปรกจะเกาะติดรถได้ง่ายขึ้นไปอีกเวลาที่รถเปียกน้ำฝน

อย่าปล่อยคราบไว้นานจนฝันแน่น ไม่เช่นนั้นจะทำความสะอาดได้ยากกว่าเดิม

อย่าปล่อยคราบไว้นานจนฝันแน่น ไม่เช่นนั้นจะทำความสะอาดได้ยากกว่าเดิม

 และแน่นอนเมื่อปล่อยไว้นานเข้าก็จะยิ่งทำให้รถเป็นคราบเปื้อนล้างออกยาก สิ่งสกปรกเล็ก ๆ เหล่านี้หากไม่ได้รับการชะล้างจะเข้าไปฝังในชั้นแล็กเกอร์สีรถได้ ถ้าเป็นเช่นนี้ การฉีดน้ำและการล้างรถด้วยแชมพูแลดูจะไม่เพียงพอต่อการขจัดคราบฝังแน่นดังกล่าวนี้ ยิ่งเมื่อสะสมความสกปรกจนฝังแน่น การทำความสะอาดก็จะยากขึ้นกว่าเดิม ถึงแม้คุณจะเอารถเข้าศูนย์บริการ ทางศูนย์ก็ต้องเช็ดทำความสะอาดที่หนักขึ้นมากกว่าเดิมด้วยเช่นกัน และการออกแรงเช็ดที่มากขึ้นอาจทำเกิดรอยที่รถของคุณด้วยก็เป็นได้

2. ความสกปรกที่มาพร้อมกับสายฝนพร้อมจะทำร้ายสีรถของคุณ

ฝนกรดที่ปนเปื้อนสารเคมีจะสร้างความเสียหายให้รถคุณได้มากกว่าน้ำฝนทั่วไป

ฝนกรดที่ปนเปื้อนสารเคมีจะสร้างความเสียหายให้รถคุณได้มากกว่าน้ำฝนทั่วไป

ยิ่งถ้าอยู่ในพื้นที่แหล่งอุตสาหกรรม สายฝนที่พัดมาปะทะกับรถคุณไม่ได้หอบมาเพียงแค่หยดน้ำ แต่ยังพาสารพิษ สารเคมีที่ปนเปื้อนมาด้วย ในรูปแบบที่เรียกว่าฝนกรด ซึ่งถ้ารถของคุณต้องเจอฝนกรดบ่อย ๆ โอกาสที่จะเกิดความเสียหายก็เพิ่มมากขึ้นต่อสีรถ เพราะฝนกรดมีค่าความเป็นกรดมากกว่าน้ำฝนทั่วไป และสามารถสร้างความเสียหายได้มากขึ้นด้วยเช่นกัน

ดูเพิ่มเติม
>> ร้อนนี้ดูแลรถยนต์อย่างไร ให้รถยนต์ “ไม่ร้อนจนไหม้”
>> ขับรถในหน้าร้อนควรใส่ใจอะไรบ้าง! มาดู 7 วิธี การดูแลส่วนต่าง ๆ ของรถในซัมเมอร์สุดฮอต

3. ความชื้นที่เพิ่มระดับมากขึ้นช่วงหน้าฝนเป็นสาเหตุต่อการเกิดสนิม

ขับรถหน้าฝนจะยิ่งเจอความชื้นมากขึ้น

ขับรถหน้าฝนจะยิ่งเจอความชื้นมากขึ้น

หน้าฝนก็พร้อมกับความกดอากาศที่ต่ำกว่าสภาวะปกติ ยิ่งใช้งานรถในช่วงหน้าฝนมากเท่าไหร่ รถก็จะยิ่งเจอความชื้นมากขึ้น และความชื้นนี้นี่เอกที่เป็นสาเหตุของการเกิดสนิม การชำระล้างและเป่าแห้ง จะช่วยลดการเกิดสนิมได้ และนอกจากความชื้นจะทำให้เกิดสนิมแล้ว ยังเป็นสาเหตุของกลิ่นอับชื้นอีกด้วย และคุณคิดดีแล้วหรือ หากต้องทนนั่งรถที่มีกลิ่นอับไปจนถึงหมดฤดูฝนที่ไม่ใช่เพียงแค่วันสองวัน เพราะช่วงของฤดูฝนกินระยะเวลายาวนานเป็นเดือน ๆ

4. ลมหน้าฝน พัดพากิ่งไม้มาทำร้ายสีรถ

การขับรถท่ามกลางสายฝน มีโอกาสปะทะเข้ากับเศษกิ่งไม้ใบไม้

การขับรถท่ามกลางสายฝน มีโอกาสปะทะเข้ากับเศษกิ่งไม้ใบไม้

มีฝนก็ย่อมมีลม และลมที่พัดปะทะเข้ากับตัวรถของเรา ก็หอบเศษกิ่งไม้ใบไม้เข้ามาปะทะกับรถของคุณให้หงุดหงิดใจเล่นอีก ที่สำคัญมันทำให้สีรถของคุณถลอกและเปื้อนได้ ยิ่งพัดมาด้วยความเร็วลมที่สูง โอกาสเกิดรอยก็ย่อมมีได้ง่ายกว่าด้วยเช่นกัน เมื่อปล่อยให้รอยถลอกนั้นทิ้งไว้ หากจะทำการบำรุงรักษาซ่อมแซมก็เป็นไปได้ยากกว่าเก่าอีก ดังนั้นเมื่อคุณพารถไปฝ่าลม ฝ่าสงครามน้ำฝนมา การรีบล้างทำความสะอาดและทำเคลือบผิวรถจะช่วยคุณลดปัญหากวนใจนี้ได้ ไม่เกิดคราบเป็นรอยไว้ดูต่างหน้าหลังฝนหยุดให้ช้ำใจเล่นแน่นอน

5. คราบดินโคลนทำสีรถหมองและกัดกร่อนจนเกิดสนิม

ความเค็มของดินสามารถกัดกร่อนเหล็กและสีรถ และทำให้เกิดสนิมได้

ความเค็มของดินสามารถกัดกร่อนเหล็กและสีรถ และทำให้เกิดสนิมได้

สำหรับคนที่พารถไปลุยดินลุยโคลนต่างจังหวัด อาจได้พารถสุดรักของคุณผ่านทางลูกรัง ที่เมื่อยิ่งถูกน้ำฝนก็ยิ่งเป็นคราบให้ติดกับรถได้อย่างง่ายดายและดินแดงตัวร้ายนี้ก็เป็นศัตรูสำคัญ เพราะความเค็มของดินสามารถกัดกร่อนเหล็กและสีรถได้และเป็นสาเหตุของการเกิดสนิมได้อีกด้วย ยิ่งถ้ารถขอคุณเป็นรถสีสะอาดอย่างสีขาว หรือสีโทนอ่อนควรหลีกเลี่ยงการสะสมคราบสกปรกไว้นาน ๆ เพราะยิ่งสะสมมาก ไม่ยอมล้างทำความสะอาด รถของคุณก็จะหมองเร็วขึ้น ต้องทำการขจัดคราบอย่างหนักเพื่อให้สีรถกลับมาสดใสดังเดิม และต้องสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายส่วนนี้เพิ่มขึ้นอีกด้วย

อย่างน้อยใช้น้ำธรรมดาฉีดล้างคราบน้ำฝนออกจากผิวสีรถไว้เบื้องต้นสักหน่อย

อย่างน้อยใช้น้ำธรรมดาฉีดล้างคราบน้ำฝนออกจากผิวสีรถไว้เบื้องต้นสักหน่อย

เพราะเป็นหน้าฝน ก็มีฝนตกมาได้ทุกวัน อย่ามองเพียงว่าล้างแล้วก็เลอะอีก แต่ให้คิดว่าเป็นวิธีการดูแลรักษารถของคุณให้มีสภาพที่สะอาดพร้อมใช้งานเหมือนใหม่ หากคุณมีเวลาไม่มากพอ ก็ให้ทำความสะอาดตามสะดวก อย่างน้อยก็ไม่ควรจะปล่อยทิ้งเอาให้นานจนเกินไป หาเวลาสักยี่สิบนาทีใช้น้ำธรรมดาฉีดล้างคราบน้ำฝนออกจากผิวสีรถไว้เบื้องต้นก่อนก็ยังดี และหากมีเวลาก็ไปรับบริการที่ศูนย์ทำความสะอาดรถเพื่อชำระล้างให้สะอาดอีกครั้งให้ทั่วทั้งคันทั้งภายในและภายนอก

ดูเพิ่มเติม
>> 5 ข้อปลอดภัย ขับรถหน้าฝนไร้อุบัติเหตุ

>> วิธีดูแลรักษารถอย่างถูกวิธีในช่วงหน้าฝน

ติดตามข่าวสารรถยนต์ คลิกที่นี่
ต้องการซื้อรถมือสองสภาพดี เชิญเข้าดูที่ตลาดรถตรงนี้

ANNOiNA