Warning! สำรวจตรวจตรา กับ 5 สิ่งของต้องห้าม ทิ้งเอาไว้อาจพังทั้งของ พังทั้งรถ!

ประสบการณ์ใช้รถ | 29 พ.ค 2562
แชร์ 1

เชื่อว่าในรถหลายคน อาจเป็นที่เก็บของสัมภาระส่วนตัวของแต่ละคนแตกต่างกันไป ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า เอกสารหรือสิ่งของต่าง ๆ ซึ่งก็ไม่แปลกด้วยพื้นที่ของรถที่กว้างขวาง เพียงพอที่จะให้คุณได้จัดเก็บอะไรได้มากมายอยู่แล้ว

แต่ก็ไม่ใช่ทุกอย่างที่จะสามารถเก็บไว้บนรถได้ หลายอย่างสามารถเอาขึ้นรถมาได้แต่ไม่ควรทิ้งเอาไว้ในรถ ท่ามกลางสภาพอากาศของเมืองไทยที่คุณเองก็คงรู้ดีถึงความแรงของแสงแดดที่พร้อมจะแผดเผาทะลุกระจกรถยนต์ของคุณ

อานุภาพแดดของเมืองไทย รุนแรงกว่าที่คุณคิด

อานุภาพแดดของเมืองไทย รุนแรงกว่าที่คุณคิด

เรามาดูกันกับ 5 สิ่งของต้องห้าม ทิ้งเอาไว้อาพังทั้งของ พังทั้งรถ! ฟังแล้วดูอันตรายเหลือเกิน รีบมาดูกันค่ะว่าสิ่งของต้องสงสัยเหล่านี้มีตั้งอยู่ในรถคุณอยู่หรือเปล่า

1. อย่าทิ้งโทรศัพท์ไว้ในรถ

อย่าทิ้งโทรศัพท์ไว้ในรถ

อย่าทิ้งโทรศัพท์ไว้ในรถ

สาวลืมมือถือในรถ จอดกลางแดดเปรี้ยง เกิดบึ้มเสียหาย

เชื่อว่าไม่มีใครอยากจะทิ้งโทรศัพท์ไว้หรอกค่ะ เพราะเดี๋ยวนี้โทรศัพท์เรียกได้ว่าเป็นอวัยวะที่ 33 มือทุกคนแทบจะติดกาวกับโทรศัพท์กันอยู่แล้ว แต่ก็อาจจะมีบ้างสำหรับคนขี้ลืม หรือคนที่มีโทรศัพท์มากกว่าหนึ่งเครื่อง ที่อาจจะเผลอวางโทรศัพท์ทิ้งเอาไว้ในรถ ระวังเอาไว้ เพราะมันเป็นอันตรายต่อทั้งโทรศัพท์เองและรถได้ เพราะความร้อนที่อาจเผลอสาดแสนยานภาพทะลุกระจกเข้ามาจะส่งผลในวงจรภายในโทรศัพท์เกิดความเสียหาย และค่อย  ๆ คืบคลานไปยังบริเวณแบตเตอรี่ และเมื่อความรู้สูงขึ้นมาก ๆ ยิ่งถ้าโทรศัพท์เปิดใช้งานอยู่ด้วย อาจเสี่ยงต่อการระเบิดได้มากขึ้นด้วยเช่นกัน แต่ทั้งก็ขึ้นอยู่กับคุณภาพของแบตเตอรี่ด้วย ถ้าเป็นแบตเตอรี่ที่มีมาตรฐานหน่อย อย่างมากก็อาจทำให้โทรศัพท์เสื่อม แต่ถ้าเกิดโชคร้ายก็เคยมีกรณีให้เห็นมาหลายกรณีแล้วในข่าวดังนั้นอย่าเผลอลืมโทรศัพท์ไว้ในรถกันนะคะ

2. อย่าทิ้ง Powerbank  ไว้ในรถ

Powerbank ส่วนใหญ่นั้นมีสารที่เป็นโลหะ ที่ไว้ต่อปฏิกิริยาทางเคมีชื่อว่าสารลิเธียมไอออน

Powerbank ส่วนใหญ่นั้นมีสารที่เป็นโลหะ ที่ไว้ต่อปฏิกิริยาทางเคมีชื่อว่าสารลิเธียมไอออน

อีกหนึ่งไอเท็มที่หลายคนมีติดตัวคู่กับโทรศัพท์เครื่องโปรดกับแบตเตอรี่สำรองหรือ Powerbank บางคนอาจจะจงใจทิ้งเอาไว้ในรถเมื่อไม่ได้มีการใช้งานแล้ว รู้หรือเปล่าว่า Powerbank ส่วนใหญ่นั้นมีสารที่เป็นโลหะ ที่ไว้ต่อปฏิกิริยาทางเคมีชื่อว่าสารลิเธียมไอออน  ด้วยตัวอุปกรณ์เองที่เป็นโลหะ และข้างในก็ประกอบไปด้วยวงจรไฟฟ้าที่อ่อนไฟไวต่อความร้อนอีก ซึ่งอาจจะเกิดภาวะลัดวงจรได้เมื่อเกิดความร้อนสะสมแม้จะไม่ได้ใช้งานหรือปิดเอาไว้ก็ตาม ยิ่งขนาดความจะของปริมาณไฟมากเท่าไหร่ หรือยิ่งขนาดใหญ่มากแค่ไหน ก็ยิ่งเพิ่มระดับความรุนแรงมากขึ้น ดังนั้นหากไม่ต้องการใช้งานและไม่อยากพกพา ให้เก็บเอาไว้ในซองใส่ที่มิดชิดให้พ้นความร้อน แต่แนะนำว่าถึงจะหนักไปหน่อยแต่การห้อยไปด้วยก็น่าจะปลอดภัยมากกว่า

ดูเพิ่มเติม
>> หน้าร้อนแบบนี้ มาดูแลรถยนต์ให้รอดพ้นจากความร้อนกันเถอะ

>> ขับรถในหน้าร้อนควรใส่ใจอะไรบ้าง! มาดู 7 วิธี การดูแลส่วนต่าง ๆ ของรถในซัมเมอร์สุดฮอต

3. อย่าทิ้งกระป๋องสเปรย์ไว้ในรถ

ร้อนจัด สเปรย์กระป๋องระเบิดในรถ

ภายในกระป๋องสเปรย์ถูกอัดด้วยแก๊สหรือสารเคมีอัดพ่น เป็นสารกลุ่มของคลอโรฟลูออโรคาร์บอน หรือสาร (CFCs) หรือสารเคมีชนิดอื่น ๆ ที่แตกต่างกันไปตามแต่ละชนิดของสเปรย์ ไม่ว่าจะเป็นสเปรย์น้ำหอม สเปรย์สี กระป๋องเสปรย์เหล่านี้เมื่อได้รับความร้อนสูง แก๊สที่อยู่ในกระป๋องจะเกิดการขยายตัวและส่งผลให้เกิดการระเบิดขึ้นมาได้ และอยู่ในระดับที่รุนแรงถึงขั้นเกิดความเสียหายมากมายแก่ตัวรถได้ ไม่ว่ากระจกแตก เบาะหนังฉีกขาด หรือแม้แต่อาจเสี่ยงเกิดประกายไฟจนเกิดการลุกไหม้ได้ด้วย หลีกเลี่ยงการเก็บกระป๋องเอาไว้ในพื้นที่ความร้อนหรือแสดงแดดส่องถึง ให้ไปเก็บไว้ในพื้นที่ที่อากาศถ่ายเทเพราะข้างกระป๋องเองก็มีคำเตือนบอกเอาไว้แล้วเช่นกัน

4. อย่าทิ้งไฟแช็คไว้ในรถ

ไฟแช็คเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่หลีกเลี่ยงการประทะเข้ากับความร้อน หลีกเลี่ยงการทิ้งไว้ในรถ

ไฟแช็คเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่หลีกเลี่ยงการประทะเข้ากับความร้อน หลีกเลี่ยงการทิ้งไว้ในรถ

รายการนี้เดาได้ไม่ยากเลย จากข้ออื่น ๆ ล้วนเป็นอุปกรณ์ที่เมื่อได้รับความร้อนก่อนแล้วจะส่งผลให้เกิดความเสียหายได้ แต่ไฟแช็คนี่ชื่อก็บอกอยู่แล้วเกี่ยวข้องกับไฟโดยตรง และถ้าเกิดการระเบิดขึ้นมาบอกได้คำเดียวว่าเละ เพราะเวลาจอดรถตากแดดจัด ๆ อุณหภูมิภายในรถยนต์สามารถสูงขึ้นได้ถึง 60 องศาเซลเซียสทีเดียว และยิ่งสำหรับไฟแช็คที่ใช้แล้วจะมีที่ว่างในตัวมันมากพอที่จะสะสมแก๊สอันเกิดจากเชื้อเพลิงของเหลวภายในจำพวกบิวเทน และจะเกิดขยายตัวขึ้นจนระเบิด การระเบิดของตัวไฟแช็คนั้นถ้าบังเอิญทำให้เกิดประกายไฟขึ้นจากชิ้นส่วนโลหะที่กระเด็นออก ก็อาจจะทำให้ติดไฟ ไฟไหม้ได้

รถยนต์เกิดเหตุเพลิงไหม้สาเหตุพบว่าทิ้งไฟแช็กเอาไว้ในรถและตากแดด

รถยนต์เกิดเหตุเพลิงไหม้สาเหตุพบว่าทิ้งไฟแช็กเอาไว้ในรถและตากแดด

5. อย่าทิ้งแล็ปท็อปไว้ในรถ

อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทุกชนิด ไม่ถูกกับความร้อนทั้งนั้น ไม่เว้นแม่แต่แล็ปท็อปด้วย หลายคนอาจมีความจำเป็นที่จะต้องแบกอุปกรณ์ทำงานชิ้นนี้ไปไหนมาไหน เวลาจะลงจากรถไปทำธุระที่ไม่อยากจะต้องแบกแล็ปท็อปไปก็ทิ้งเอาไว้ในรถนี่แหละ แต่ระวังไว้ด้วย เพราะอากาศร้อนอาจส่งผลให้อึปรณ์ของคุณเกิดอาการเสื่อมสภาพได้หากตั้งเอาไว้ในสภาพที่ไม่เหมาะสม เช่นเปิดเครื่องทิ้งเอาไว้ วางเอาไว้บนเยาะรถ หรือตั้งเย้ยฟ้าท้าแดด เมื่อโดนความร้อนโดยตรงอาจไม่ถึงขั้นระเบิดรุนแรงเกิดความเสียหายต่อตัวรถ แต่ก็จะทำให้แล็ปท็อปของคุณนี่แหละ เสื่อมสภาพเอาได้

นอกจากจะเสี่ยงแบตเสื่อมแล้วยังเสี่ยงถูกโจรกรรมด้วย

นอกจากจะเสี่ยงแบตเสื่อมแล้วยังเสี่ยงถูกโจรกรรมด้วย

แต่ใช่ว่าจะวางทิ้งเอาไว้ในรถไม่ได้ เข้าใจแหละเพราะว่ามันไม่ใช่อุปกรณ์ไว้สำหรับพกพา แต่หากจะทิ้งเอาไว้ก็ควรเก็บเอาไว้ในที่มิดชิด ทางที่ดีควรถอดแบตเตอรี่ออกเสียก่อน จากนั้นก็ใส่กระเป๋าและซ่อนเอาไว้เอาไว้ให้ดี เพราะนอกจากจะช่วยเรื่องไม่ให้แล็ปท็อปของคุณต้องโดยความร้อนแล้ว ยังช่วยป้องกันเรื่องของการโจรกรรมได้อีกด้วย เพราะถึงจะไม่เห็นของภายในแต่ใคร ๆ ก็คงดูออกว่ากระเป๋าแล็ปท็อปหน้าตาเป็นยังไง ดังนั้นควรเพิ่มความมิดชิด เก็บไว้ที่กระโปรงหลังรถ หรือซ่อนไว้ใต้เบาะกระอาจจะเป็นวิธีที่ปลอดภัยกว่า

เมื่ออ่านจบแล้ว ลองรีบไปสำรวจตรวจตรารถของคุณเลยว่ามีสิ่งของทั้ง 5 อย่างที่เราบอกมาวางอยู่ในสภาพหรือพื้นที่เสี่ยงที่เป็นอันตรายต่อตัวรถและทรัพย์สินของคุณเองหรือไม่ หากพบว่ามีให้รีบจัดเก็บหรือนำออกมาให้เร็วที่สุดเลยค่ะ และถึงแม้เดือนนี้จะเข้าสู่หน้าฝนกันแล้ว แต่ใช่ว่าอากาศร้อนตอนบ่ายของเมืองไทยจะลดอุณหภูมิให้อยู่ในระดับที่น่าพึงพอใจนะคะ เพราะอย่างที่รู้ ๆ ว่าแดดเมืองไทยนั้นสร้างศัตรูได้มากขนาดไหน ดังนั้นอย่างเสี่ยงและไว้วางใจกับแดดเมืองไทยจะดีกว่าค่ะ

ดูเพิ่มเติม
>> รู้หรือเปล่า? สีรถมีผลต่อกฎหมาย และต้องทำอย่างไรหากต้องการเปลี่ยนสีรถ

>> โตโยต้าผลิตแบตเตอรี่ "ไฮบริด"ในไทยอย่างเป็นทางการ

ติดตามข่าวสารรถยนต์ คลิกที่นี่
ต้องการซื้อรถมือสองสภาพดี เชิญเข้าดูที่ตลาดรถตรงนี้

ANNOiNA