เปรียบเทียบ อัตราสิ้นเปลือง 9 รถกระบะที่ขายในไทย 2021

ประสบการณ์ใช้รถ | 6 มี.ค 2563
แชร์ 41

สำหรับการออกรถกระบะสักคัน นอกจากการใช้งานที่เหมาะสมแล้ว ด้วยราคาน้ำมันที่แพงมากขึ้นในปัจจุบันก็ต้องคำนึงถึงเรื่องอัตราสิ้นเปลืองของรถแต่ละรุ่น เพื่อเปรียบเทียบให้เห็นความคุ้มค่าในการใช้งานมากที่สุด วันนี้ Chobrod เลยมาเปรียบเทียบข้อมูลอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันของรถกระบะ 9 รุ่นในประเทศไทยค่ะ

>> รถกระบะตัวท็อป! จากค่ายยอดนิยมในไทย
>>
 5 รถบรรทุกขนาดเล็กที่คล่องแคล่วและคงทน​

เปรียบเทียบอัตราสิ้นเปลืองของ 9 รุ่นรถกระบะในประเทศไทย

เปรียบเทียบ อัตราสิ้นเปลืองของ 9 รุ่นรถกระบะในประเทศไทย

อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันคืออะไร​?

อัตราสิ้นเปลืองน้ำมัน คือ อัตราที่บ่งบอกว่ารถแต่ละคันมีการกินน้ำมัน หรือสิ้นเปลืองน้ำมันไปเท่าไหร่ โดยอัตรานี้สามารถคำนวณได้ง่ายๆ จากสูตร ระยะทางที่รถขับได้มีหน่วยเป็นกิโลเมตรแล้วหารด้วยจำนวนน้ำมันที่ลดลงไปซึ่งมีหน่วยเป็นลิตร ตัวอย่างเช่น ระยะทาง 150 กิโลเมตร ปริมาณน้ำมันที่ใช้ 10 ลิตร ฉะนั้นรถยนต์ของคุณจะมีอัตราการกินน้ำมันหรืออัตราสิ้นเปลืองน้ำมันอยู่ที่ 15 กิโลเมตรต่อลิตร นั่นเอง ซึ่งสามารถดูตัวเลขระยะทาง และปริมาณน้ำมันได้จากแผงหน้าจอด้านหน้าคนขับแล้วนำมาคำนวณได้ แต่โดยปกติแล้วทางศูนย์รถยนต์จะมีการบอกอัตราการสิ้นเปลืองน้ํามันก่อนซื้อรถเสมอ และสำหรับรถกระบะทั้ง 9 รุ่นที่ Chobrod นำมาเปรียบเทียบอัตราสิ้นเปลืองน้ำมัน จะมีรุ่นอะไรบ้าง มาดูกันเลยค่ะ

Mazda BT 50 Pro 2019 มาพร้อมกับขุมพลังเครื่องยนต์ขนาด 3.2 ลิตร เทอร์โบ อินเตอร์คูลเลอร์

รถกระบะประหยัดน้ํามันที่สุด Mazda BT 50 Pro 2019 มาพร้อมกับขุมพลังเครื่องยนต์ขนาด 3.2 ลิตร เทอร์โบ อินเตอร์คูลเลอร์ 

#1. Mazda BT-50 Pro 

นิยามใหม่ของ ความแกร่งที่มาพร้อมกับดีไซน์ใหม่ เข้ม และดุดันรอบคัน สะท้อนบุคลิกแกร่งจากหน้าจรดท้าย พร้อมเผชิญทุกอุปสรรค ฟันฝ่าทุกเส้นทาง และทุกสภาพอากาศอย่างมั่นใจ ตอบทุกรูปแบบการใช้ชีวิต ทั้งเรื่องงาน และครอบครัว มาพร้อมขุมพลังเต็มสูบของเครื่องยนต์ดีไอ-ธันเดอร์ โปร Di-THUNDER PRO 2.2 ลิตร และ 3.2 ลิตร ที่เร่งแรงได้ใจ เรียกกำลังได้ทั้งในรอบต่ำและรอบสูง พร้อมช่วงล่าง ซูปเปอร์ ดีอี-เอส SUPER DE-S เกาะถนนแน่นหนึบ ปลอดภัยทุกโค้ง พร้อมเทคโนโลยีสุดล้ำแบบจัดเต็ม ภายในหรูหราสไตล์เก๋ง ให้ความสะดวกสบายโดดเด่นเหนือกว่าปิกอัพทั่วไป

Mazda BT 50 Pro 2019 มีอัตราสิ้นเปลืองอยู่ที่ 10.18 กม./ลิตร​

Mazda BT 50 Pro 2019 มีอัตราสิ้นเปลืองอยู่ที่ 10.18 กม./ลิตร​

รายละเอียดขุมพลังของ Mazda BT-50 Pro 2019 คือ เครื่องยนต์ขนาด 3.2 ลิตร 5 สูบ แถวเรียง DOHC 20 วาล์ว VN เทอร์โบ อินเตอร์คูลเลอร์ กำลังสูงสุด 200 แรงม้า ที่ 3000 รอบ/นาที แรงบิด 470 นิวตัน-เมตร ที่ 1,750-2,500 รอบ/นาที ได้มาตรฐานไอเสีย ระดับ EURO 4 ขับเคลื่อน 4 ล้อ ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด พร้อมระบบ SSC (Sequential Shift Control) ที่ให้ผู้ขับเลือกเปลี่ยนเกียร์เองได้เสมือนการขับขี่แบบเกียร์ธรรมดา มาพร้อมกับระบบกันสะเทือนหน้าแบบอิสระปีกนกคู่ พร้อมคอยส์สปริง, เหล็กกันโคลง และโช้คอัพแบบ 2 จังหวะ (Tubular double acting) ด้านหลังแบบแหนบแผ่นซ้อน และโช้คอัพแบบ 2 จังหวะ (Double acting) ไขว้ทแยงมุม รองรับแรงสะเทือนและเกาะถนนได้อย่างดีเยี่ยม

อัตราสิ้นเปลืองนอกเมือง โดยใช้ความเร็วสูงช่วง 100-150 กม./ชม. ผลอัตราการสิ้นเปลืองน้ํามันออกมาด้วยตัวเลข 10.18 กม./ลิตร ซึ่งยังถือว่าอยู่ในเกณฑ์รับได้อยู่นะคะ

*สนใจตลาดรถ Mazda BT-50 มือสองFord Ranger มือสอง ราราสวยๆ กดเข้าดูที่นี่ได้นะคะ

Ford Ranger 2018 มีให้เลือกกว่า 20 รุ่นย่อยด้วยกัน

รถกระบะประหยัดน้ํามัน 2021 Ford Ranger มีให้เลือกกว่า 20 รุ่นย่อยด้วยกัน

#2. Ford Ranger

ตามการรีวิว Ford Ranger 2018 ไมเนอร์เชนจ์ มาพร้อมกับรุ่นย่อยให้เลือก 20 รุ่น เรียง และแบ่งระดับเป็นกระบะฐานล้อสั้น (Short Wheel Base), XL, XL+, XLS, XLT, ใหม่ ลิมิเต็ด (Limited), Wildtrak​ และ Ford Ranger Raptor โดดเด่นด้วยกระจังหน้าทรงหกเหลี่ยม ไฟหน้าโปรเจคเตอร์เลนส์แบบ HID มีระบบเปิด-ปิด ไฟหน้า แบบอัตโนมัติ พร้อมไฟส่องสว่างกลางวันแบบ LED และไฟตัดหมอกหน้า กระจกมองข้างปรับพับไฟฟ้าพร้อมไฟเลี้ยวในตั เหนือกว่าด้วยระบบช่วยผ่อนแรงฝาท้าย Easy Lift และไฟส่องสว่างกระบะท้าย ซึ่งช่วยอำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้งานได้เป็นอย่างดี เสริมด้วยล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว หุ้มยาง 265 /60 R18

มาพร้อมกับเครื่องยนต์รุ่น 2.0 Bi-Turbo​ และเครื่องยนต์รุ่น 2.0 Turbo​

มาพร้อมกับเครื่องยนต์รุ่น 2.0 Bi-Turbo​ และเครื่องยนต์รุ่น 2.0 Turbo​

โดย Ford Ranger 2018 มาพร้อมกับเครื่องยนต์ใหม่ 2 รุ่น ได้แก่

  • เครื่องยนต์รุ่น 2.0 Bi-Turbo ใช้ในรุ่น Wildtrak 4×4 และ Raptor เป็นแบบ 4 สูบ 2,000 ซีซี เพิ่มแรงดันน้ำมันเชื้อเพลิงสูงสุดในจากรุ่นเดิม 1,800 บาร์ เป็น 2,200 บาร์ เปลี่ยนหัวฉีด Piezo แบบ 8 รู จากเดิม 6 รู มีกำลังสูงสุด 213 แรงม้า ที่ 3,750 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 50.95 กก.-ม. ที่ 1,750-2,000 รอบต่อนาที คาร์บอนไดอ๊อคไซด์ในไอเสีย 200 กรัมต่อกิโลเมตร
  • เครื่องยนต์รุ่น 2.0 Turbo มีกำลังสูงสุด 180 แรงม้า ที่ 3,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 42.79 กก.-ม. ที่ 1,750-2,500 รอบต่อนาที คาร์บอนไดอ๊อคไซด์ในไอเสีย 187 กรัมต่อกิโลเมตร เปรียบเทียบกับเครื่องยนต์เดิม 2,200 ซีซี ที่มีกำลังสูงสุด 160 แรงม้า ที่ 3,200 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 39.23 กก.-ม. ที่ 1,600-2,600 รอบต่อนาที คาร์บอนไดอ๊อคไซด์ในไอเสีย 197 กรัมต่อกิโลเมตร เทอร์โบเป็นของ BorgWarner ผ่านการทดสอบที่รอบสูงเป็นเวลา 200 ชั่วโมง หมุนได้สูงสุด 240,000 รอบต่อนาที

อัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง

Ford Ranger 2018 มีอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ย 10.8 กิโลเมตรต่อลิตร

มีอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 10.8 กิโลเมตรต่อลิตร ทำได้ดีที่สุดประมาณ 15 กิโลเมตรต่อลิตร โดยทดสองในระยะทาง 66.6 กิโลเมตร ความเร็วเฉลี่ย 44 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ใช้เวลา 1.27 ชั่วโมง

Mitsubishi Triton 2019 สะท้อนเอกลักษณ์ความ “แกร่ง ลุยทุกอุปสรรค” ทั้งภายนอก และภายใน

Mitsubishi Triton 2019 สะท้อนเอกลักษณ์ความ “แกร่ง ลุยทุกอุปสรรค” ทั้งภายนอก และภายใน

#3.  Mitsubishi Triton

Mitsubishi Triton 2019 เป็นรถกระบะที่ออกแบบขึ้นภายใต้แนวคิดความแกร่ง ทั้งภายนอกและภายใน สะท้อนเอกลักษณ์ความ “แกร่ง ลุยทุกอุปสรรค” ด้วยดีไซน์ใหม่แบบ “Dynamic Shield” ที่ผสมผสานกับความดุดันที่ทำให้ทงพลังและสวยงามมากขึ้น ห้องโดยสารก็ออกแบบทันสมัยตามสมัยนิยม สะท้อนความแกร่งได้เป็นอย่างดี เครื่องยนต์ที่แรงทำให้ดูดุดันมากขึ้น

Mitsubishi Triton 2019 เครื่องยนต์ที่เป็นลิขสิทธิ์เฉพาะของ Mitsubishi Triton ด้วยเครื่องยนต์ MIVEC Clean Diesel 2.4 ลิตร 4 สูบแถวเรียง DOHC 16 วาล์ว ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีดใหม่ และเกียร์ธรรมดา 6 สปีด พร้อม VG Turbo  เพิ่มประสิทธิภาพแรงอัดอากาศ ให้กำลัง 181 แรงม้าที่ 3,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 430 นิวตันเมตรที่ 2,500 รอบ/นาที 

Mitsubishi Triton 2019 ทำอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยได้ 11.73 กิโลเมตรต่อลิตร

Mitsubishi Triton 2019 ทำอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยได้ 11.73 กิโลเมตรต่อลิตร

Mitsubishi Triton 2019 มาพร้อมเทคโนโลยีการขับเคลื่อนสี่ล้อทั้งระบบ Super-Select 4WD II และระบบ Easy-Select 4WD และก็ได้เพิ่มโหมดใหม่สำหรับการขับขี่บนเส้นทางออฟโรด ที่ปรับเปลี่ยนการตั้งค่าให้เหมาะสมกับรูปแบบการขับขี่ ได้แก่ GRAVEL MUD/SNOW SAND และ ROCK โดยมีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงทำได้เฉลี่ย 11.73 กิโลเมตรต่อลิตร

*สนใจตลาดรถ Mitsubishi Triton มือสองToyota Hilux Revo มือสองราราสวยๆ กดเข้าดูที่นี่ได้นะคะ

Toyota Hilux Revo 2018 รถกระบะประหยัดน้ํามัน 2020

Toyota Hilux Revo รถกระบะประหยัดน้ํามัน 2020

#4. Toyota Hilux Revo

Toyota Hilux Revo 2018 ปรับปรุงใหม่อัพเดตเกียร์ 6 สปีด ทั้งแบบธรรมดา และอัตโนมัติ เครื่องดีเซล 2.4 ลิตร ขับเคลื่อน 2 ล้อ พร้อมเพิ่มรุ่น Toyota Hilux Revo Rocco 2.4 ลิตร เป็นเจนเนอเรชั่นที่ 8 และเป็นรุ่นที่ 2 ของโครงการ IMV หรือ Innovative International Multi Purpose Vehicle ปัจจุบันมีรถหลากหลายรุ่นย่อย ทั้งตอนเดียว สมาร์ทแค็บ และดับเบิลแค็บ

Toyota Hilux Rexo 2018 มีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ย 14.17 กิโลเมตรต่อลิตร

รถกระบะประหยัดน้ำมัน Toyota Hilux Rexo 2018 มีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ย 14.17 กิโลเมตรต่อลิตร

Toyota Hilux Revo 2018 มาพร้อมกับเครื่องยนต์รหัส 2GD-FTV ดีเซลคอมมอนเรล ไดเร็คอินเจ็คชั่น 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว VN Turbo ความจุ 2,393 ซีซี กำลังสูงสุด 150 แรงม้า ที่ 3,400 รอบต่อนาที รุ่นเกียร์ธรรมดามีแรงบิดสูงสุด 35 กก.-ม. ที่ 1,400-2,800 รอบต่อนาที ส่วนรุ่นเกียร์อัตโนมัติมีแรงบิดสูงสุด 40.76 นิวตันเมตร ที่ 1,600-2,000 รอบต่อนาที ในรุ่นเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ รหัส RC60 ปรับอัตราทดเกียร์ 1-2-3 และ 5 ให้สูงขึ้น เพื่อรองรับการบรรทุกหนัก ส่วนเกียร์ 4 ยังเป็นเกียร์ตรง อัตราทด 1.000 เหมือนเดิม และเพิ่มเกียร์ 6 ที่มีอัตราทดต่ำเพื่อลดรอบเครื่องยนต์เมื่อใช้ความเร็วสูง ลดการสึกหรอ และลดอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง โดยมีอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 15.52 กิโลเมตรต่อลิตรเมื่อใช้กียร์ธรรมดา 6 จังหวะ ประหยัดขึ้น 10 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับรุ่นเดียวกันที่ใช้เกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ย 14.17 กิโลเมตรต่อลิตร

กระบะประหยัดน้ํามัน Isuzu D-Max DDi Blue Power

รถยนต์กระบะประหยัดน้ํามัน Isuzu D-Max DDi Blue Power 
 

#5. Isuzu D-Max

Isuzu D-Max DDi Blue Power 2019 พัฒนาภายใต้แนวคิด “The Power of Less” มีเป้าหมายสำคัญสูงสุด 3 ด้านคือ กำลังเครื่องยนต์สูงสุด ค่ามลพิษต่ำสุด ประหยัดน้ำมันสูงสุด ซึ่งถือเป็นการใช้เครื่องยนต์ขนาดนี้กับรถปิกอัพเป็นครั้งแรกของโลก ทั้งยังพัฒนาระบบส่งกำลังใหม่เกียร์ธรรมดา 6 สปีด 150 แรงม้า แรงบิด 350 นิวตัน-เมตร ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในวงการปิกอัพ พร้อมเคลมว่าให้พละกำลังดี ประหยัดน้ำมัน และปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) น้อยที่สุดในรถระดับเดียวกัน พร้อมเกียร์ธรรมดา 6 สปีด โดยยังคงทำตลาดเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 3.0 ลิตรเอาไว้ มีการปรับรูปลักษณ์ภายนอกเล็กน้อย พร้อมออปชั่นเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนกับระบบความบันเทิง Isuzu Connect World

Isuzu D-Max DDi Blue Power 2019 มีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเฉลี่ยอยู่ที่ 14-15 กิโลเมตรต่อลิตร​

Isuzu D-Max DDi Blue Power 2019 มีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเฉลี่ยอยู่ที่ 14-15 กิโลเมตรต่อลิตร​

สำหรับเครื่องยนต์ “ISUZU D-MAX 1.9 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์” รุ่น RZ4E-TC ขนาด 1,900 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 150 แรงม้าที่ 3,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 350 นิวตัน-เมตรที่ 1,800-2,600 รอบ/นาที พัฒนามาจากการคิดค้นและพัฒนาเครื่องยนต์ดีเซล ซูเปอร์คอมมอนเรลรุ่นใหม่ โดยเครื่องยนต์ใหม่ต้องมีแรงม้าและแรงบิดเพียงพอสำหรับรถปิกอัพขนาด 1 ตัน และสามารถรองรับการใช้งานกับรถบรรทุกขนาดกลาง ที่มีน้ำหนักบรรทุกรวมถึง 5 ตันได้ในอนาคต สำหรับอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเฉลี่ยอยู่ที่ 14-15 กิโลเมตรต่อลิตร

*สนใจตลาดรถ Isuzu D-Max มือสองChevrolet Colorado มือสองราราสวยๆ กดเข้าดูที่นี่ได้นะคะ

MG EXTENDER 2020 กระบะน้องใหม่ 4 ประตู

MG EXTENDER 2020 กระบะน้องใหม่ 4 ประตู

#6. MG EXTENDER

MG EXTENDER 2020 กระบะน้องใหม่จากจีนที่เข้ามาทำตลาดในประเทศไทย โดยมีภาพนอกที่เน้นความดุดันและมีตัวถังที่ใหญ่ ซึ่งมีทั้งแบบ 2 และ 4 ประตูให้เลือกใช้ ประหยัดด้วยเครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร. และสามารถเลือกระบบขับเคลื่อนแบบ 4×2 หรือ 4×4 นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับฟีเจอร์สุดล้ำอย่างระบบ i-Smart และสิ่งอำนวยความสะดวกภายในที่ครบครัน

MG EXTENDER 2020 ให้อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 13.3 กิโลเมตรต่อลิตร
MG EXTENDER 2020 ให้อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 13.3 กิโลเมตรต่อลิตร

มาพร้อมเครื่องยนต์  ดีเซลคอมมอนเรล ไดเรค อินเจคชั่น แบบ 4 สูบ เทอร์โบและอินเตอร์คูลเลอร์ 2.0 ลิตร พร้อมเทอร์โบแปรผัน ให้กำลังสูงสุด 161 แรงม้า (119 กิโลวัตต์) ที่ 4,000 รอบ/นาที และแรงบิด 375 นิวตัน-เมตร ที่รอบต่ำ 1,500 - 2,400 รอบ/นาที ผ่านมาตรฐานมลพิษยูโร 5 พร้อมระบบเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ ให้อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง 13.3 กิโลเมตรต่อลิตร ตามค่ามาตรฐาน Eco sticker

Nissan Navara 2018 แรงเต็มสมรรถนะด้วยเครื่องยนต์ดีเซล 2.5 ลิตร

Nissan Navara 2018 แรงเต็มสมรรถนะด้วยเครื่องยนต์ดีเซล 2.5 ลิตร 

#7. Nissan Navara

ขีดสุดในทุกมิติของนวัตกรรมล้ำหน้า ที่พร้อมตอบสนองทุกความต้องการของคุณอย่างเหนือชั้น ด้วยช่วงล่างที่ได้รับการขนานนามถึงความแกร่ง พร้อมเครื่องยนต์สมรรถนะระดับโลก ที่จะนำพาคุณโลดแล่นบนทุกเส้นทาง ให้คุณได้สัมผัสประสบการณ์ของปิคอัพยุคใหม่ ที่หลอมรวมความแกร่งระดับตำนาน เข้ากับดีไซน์โดดเด่นทันสมัย พร้อมฟังก์ชั่นภายในที่คัดสรรเฉพาะเทคโนโลยี ระดับสูง ผสานความแกร่ง กับความฉลาดล้ำ พร้อมบุกบั่นสู้ทุกเส้นทางแห่งการผจญภัย และตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตได้อย่างลงตัว

Nissan Navara 2018 ให้อัตราสิ้นเปลืองอยู่ที่ประมาณ 15 กิโลเมตรต่อลิตร​

Nissan Navara 2018 ให้อัตราสิ้นเปลืองอยู่ที่ประมาณ 15 กิโลเมตรต่อลิตร​

Nissan Navara 2018 แรงเต็มสมรรถนะด้วยเครื่องยนต์ดีเซล 2.5 ลิตร คอมมอนเรล 4 สูบ แถวเรียง DOHC 16 วาล์ว VGS เทอร์โบแปรผัน อินเตอร์คูลเลอร์ ให้กำลังแรงสูงสุด 190 แรงม้า (140 กิโลวัตต์) ที่ 3,600 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 450 นิวตัน-เมตร ที่ 2,000 รอบ/นาที ตอบสนองฉับไวด้วยเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด พร้อมโหมดเปลี่ยนเกียร์ธรรมดา 6 สปีด ให้อัตราสิ้นเปลืองอยู่ที่ประมาณ 15 กิโลเมตรต่อลิตร ขณะวิ่งทางไกลด้วยความเร็วอยู่ระยะ 100-110 กม./ชม.

*สนใจตลาดรถ Nissan Navara มือสอง, TATA Xenon มือสอง ราราสวยๆ กดเข้าดูที่นี่ได้นะคะ

TATA Xenon 150NX-Plore 4WD รถกระบะ 4 ประตู สมรรถนะเด่น ตะลุยได้ทุกที่ ตอบโจทย์ทุกการผจญภัย

TATA Xenon 150NX-Plore 4WD รถกระบะ 4 ประตู สมรรถนะเด่น ตะลุยได้ทุกที่ ตอบโจทย์ทุกการผจญภัย

#8. TATA Xenon 150N X-Plore

TATA Motors ถือเป็นอีกหนึ่งค่ายรถยนต์ที่มีบทบาทในวงการรถเพื่อการพาณิชย์ โดยเริ่มจากปูทางรุ่นแรกด้วย TATA Xenon รถกระบะที่ได้รับการตอบรับจากบรรดาเจ้าของกิจการระดับร้อยล้านที่อยากได้รถแข็งแกร่ง เด่นในการบรรทุก ทนทานในเรื่องเครื่องยนต์กลไก เพื่อเป็นกุญแจไปสู่ความสำเร็จในธุรกิจ

TATA Xenon 150NX-Plore 4WD ทำอัตราสิ้นเปลืองอยู่ที่ 14.50 กม./ลิตร​ และสำหรับการใช้งานในเมืองทำได้ 12.58 กม./ลิตร​

TATA Xenon 150NX-Plore 4WD ทำอัตราสิ้นเปลืองอยู่ที่ 14.50 กม./ลิตร​ และสำหรับการใช้งานในเมืองทำได้ 12.58 กม./ลิตร​
 

TATA Xenon 150NX-Plore 4WD รถกระบะ 4 ประตู สมรรถนะเด่น ตะลุยได้ทุกที่ ตอบโจทย์กลุ่มรักการผจญภัย และท่องเที่ยวอย่างโดดเด่น โดยมาพร้อมกับเครื่องดีเซลเทอร์โบแปรผันขนาด 2.2 ลิตร  VTT Dicor 4 สูบ แต่ให้แรงมากขึ้นเป็น 150 แรงม้าที่ 4,000 รอบ/นาที แรงบิดเท่าเดิม 320 นิวตันเมตร แต่ปรับ Flat Torque ใหม่เป็น 1,500-3,000 รอบ/นาที จากเดิมเป็น 140 แรงม้าที่ 4,000 รอบ/นาที แรงบิด 320 นิวตันเมตรที่ 1,700-2,700 รอบ/นาที พร้อมระบบเกียร์ธรรมดา 5 สปีด ที่ใช้เกียร์ลูกใหม่ในรหัส GBS-76MK-II กับอัตราทดเกียร์ที่ปรับใหม่ โดยเฉพาะ เกียร์ 5 กับเกียร์ถอยหลัง และอัตราทดเฟืองท้ายใหม่ เพื่อเรียกพลังให้จัดจ้านในยามเร่งแซงและยามลุยบนทางสุดโหด

สำหรับอัตราสิ้นเปลืองถือว่าว้าวมาก เพราะรถกระบะรุ่นนี้ทำอัตราสิ้นเปลืองอยู่ที่ 14.50 กม./ลิตร เมื่อเติมน้ำมันดีเซลเต็มถัง 4.854 ลิตร และใช้ความเร็วไม่เกิน 120 กม./ชม. ตามสภาพการใช้งานจริง ส่วนการใช้งานในเมือง ทำได้ 12.58 กม./ลิตร นับว่าเป็นตัวเลขสิ้นเปลืองสามารถอยู่ในระดับต้นๆ เลยทีเดียว

Foton Tunland 2.8 Double Cab High Premium 2WD มาพร้อมเครื่องยนต์ Cummins ISF Diesel

Foton Tunland 2.8 Double Cab High Premium 2WD มาพร้อมเครื่องยนต์ Cummins ISF Diesel
 

#9. Foton Tunland 2.8 Double Cab High Premium 2WD

Foton Tunland 2.8 Double Cab High Premium 2WD เป็นรุ่นรอง Top ที่มาพร้อมกับออพชั่นแบบจัดเต็ม ทั้งไฟหน้าโปรเจกเตอร์ในทุกรุ่น พร้อมไฟ Daytime ที่จะติดตั้งในตำแหน่งไฟสปอร์ตไลต์ และพิเศษมากยิ่งกว่าเดิม คือ รุ่นนี้มาพร้อมกับระบบเบรกแบบดิสก์ 4 ล้อ

Foton Tunland 2.8 Double Cab High Premium 2WD ให้อัตราสิ้นเปลืองอยู่ที่ประมาณ 9-10 กิโลเมตร/ลิตร

Foton Tunland 2.8 Double Cab High Premium 2WD ให้อัตราสิ้นเปลืองอยู่ที่ประมาณ 9-10 กิโลเมตร/ลิตร

Foton Tunland มาพร้อมเครื่องยนต์ Cummins ISF Diesel ที่มีชื่อเสียงด้านความทนทานจากสหรัฐอเมริกา แบบ 4 สูบ 2.8 ลิตร เทอร์โบอินเตอร์คูลเลอร์ ให้กำลังสูงสุด 163 แรงม้า ที่ 3,600 รอบ แรงบิดสูงสุด 360 นิวตันเมตร ที่ 1,800-3,000 รอบ ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์ธรรมดา 5 สปีด JC538 ของ Getrag ประเทศเยอรมนี โดยมีอัตราทดเกียร์ที่ 1 : 4.016  2 : 2.318  3 : 1.401 4 : 1.000 5 : 0.723  R : 3.549 และอัตราทดเฟืองท้าย 3.91 รวมถึงผ่านมาตรฐานไอเสีย EURO 4 อีกด้วย

เมื่อเปรียบเทียบในอัตราความเร็ว 90 กม./ชม. ที่ 1,800 รอบ/นาที, ความเร็ว 100 กม./ชม. ที่ 1,950 รอบ/นาที, ความเร็ว 110 กม./ชม. ที่ 2,100 รอบ/นาที และความเร็ว 120 กม./ชม. ที่ 2,250 รอบ/นาที พบว่าอัตราสิ้นเปลืองอยู่ที่ประมาณ 9-10 กิโลเมตร/ลิตร

>> กระบะแต่งซิ่ง เล่นรุ่นไหนดี? ควรทำอะไรบ้าง ?
>> รถประหยัดน้ำมัน

เป็นอย่างไรบ้างคะสำหรับการเปรียบเทียบอัตราเร่งรถกระบะทั้ง 9 รุ่นนี้หวังว่าจะช่วยให้เพื่อนๆ ตัดสินใจเลือกรถกระบะที่สมรรถภาพดีดีไซน์แกร่ง พร้อมลุยทุกสถานการณ์แต่ประหยัดน้ำมันได้ดีนะคะ สำหรับบทความเกี่ยวกับรถดีๆ สามารถติดตามได้ที่ ตลาดรถยนต์ออนไลน์ Chobrod.com เช่นเคยนะคะ