Hyundai Ioniq V เปิดตัวในจีนพร้อมดีไซน์แปลกใหม่ไม่เหมือนใคร มาพร้อมแบตเตอรี่ LFP ขนาด 53.5 และ 66.8 kWh แต่สามารถวิ่งได้ไกลสูงสุด 650 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้งตามมาตรฐาน CLTC
หลังจากที่ Hyundai เปิดตัว Ioniq V อย่างเป็นทางการครั้งแรกเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา บริษัทแทบไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับระบบขับเคลื่อนของรถรุ่นนี้มากนัก ล่าสุด ข้อมูลจากกระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศของจีน (MIIT) ได้เปิดเผยว่า Hyundai Ioniq V จะมีแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนฟอสเฟต (LFP) ให้เลือก 2 ขนาด ได้แก่ 53.5 kWh และ 66.8 kWh ซึ่งถือว่ามีความจุไม่สูงมากเมื่อเทียบกับขนาดตัวรถ


Hyundai Ioniq V
รุ่นมาตรฐานมาพร้อมแบตเตอรี่ขนาด 53.5 kWh ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าตัวเดียว ให้กำลังสูงสุด 188 แรงม้า โดย Hyundai ระบุว่ารถสามารถวิ่งได้ระยะทาง 520-540 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ตามมาตรฐาน CLTC ของจีน
อย่างไรก็ตาม หากใช้งานในสภาพจริง ระยะทางที่คาดว่าจะทำได้อาจอยู่ที่ประมาณ 400 กิโลเมตรต่อการชาร์จ ขณะที่น้ำหนักตัวรถอยู่ระหว่าง 1,707-1,737 กิโลกรัม ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย
สำหรับผู้ที่ต้องการระยะทางใช้งานมากขึ้น Hyundai มีรุ่นแบตเตอรี่ 66.8 kWh จับคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลังสูงสุด 225 แรงม้า โดยระยะทางวิ่งตามมาตรฐาน CLTC อยู่ที่ 620-650 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง
น้ำหนักตัวรถในรุ่นนี้อาจสูงสุดถึง 1,808 กิโลกรัม ขึ้นอยู่กับอุปกรณ์และรุ่นย่อยต่าง ๆ ส่วนระยะทางใช้งานจริงคาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 500 กิโลเมตร
ข้อมูลจากเอกสารการยื่นขออนุมัติกับ MIIT ยังระบุว่า Hyundai กำลังพัฒนา Ioniq V เวอร์ชัน EREV (Extended Range Electric Vehicle) หรือรถยนต์ไฟฟ้าพร้อมระบบเพิ่มระยะทางการขับขี่ แม้ว่าบริษัทยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเชิงลึกของรุ่นดังกล่าวก็ตาม
Hyundai ยังไม่ได้เปิดเผยข้อมูลด้านความเร็วในการชาร์จของ Ioniq V อย่างเป็นทางการ แต่รถรุ่นนี้ใช้แพลตฟอร์มไฟฟ้าแรงดันสูง 800V เช่นเดียวกับรถในตระกูล Ioniq ที่จำหน่ายในหลายประเทศ ทำให้มีแนวโน้มว่าจะรองรับการชาร์จเร็วด้วยกำลังสูงสุดประมาณ 250 kW
ปัจจุบัน Hyundai ยังไม่ได้เปิดเผยราคาจำหน่ายของ Ioniq V อย่างเป็นทางการ แต่คาดว่าจะมีการประกาศรายละเอียดเพิ่มเติมในเร็ว ๆ นี้ โดยกำหนดการส่งมอบรถให้กับลูกค้าในประเทศจีนคาดว่าจะเริ่มขึ้นภายในช่วงปลายปี 2026
นอกจากนี้ Hyundai ยังไม่ได้ยืนยันว่า Ioniq V จะทำตลาดนอกประเทศจีนหรือไม่ แต่หลายฝ่ายในอุตสาหกรรมเชื่อว่ามีความเป็นไปได้สูงที่รถรุ่นนี้จะถูกส่งไปจำหน่ายในตลาดอื่นในอนาคต