Akio Toyoda ประธานกรรมการ Toyota เผยความกังวลต่ออนาคตที่อุตสาหกรรมยานยนต์อาจมุ่งสู่รถยนต์ไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว พร้อมยืนยันความหลงใหลในเครื่องยนต์สันดาป เสียงเครื่องยนต์ และประสบการณ์การขับขี่แบบดั้งเดิมที่ยังคงมีคุณค่าในสายตาคนรักรถ
แม้ว่ากระแสรถยนต์ไฟฟ้าจะเติบโตอย่างรวดเร็วทั่วโลก แต่ Toyota ยังคงเป็นหนึ่งในผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ที่ดำเนินกลยุทธ์ด้าน EV อย่างระมัดระวังมากกว่าคู่แข่งหลายราย
ปัจจุบันผู้ผลิตอย่าง Volkswagen และ Kia มีรถยนต์ไฟฟ้าหลายรุ่นทำตลาดอยู่แล้ว ขณะที่ Toyota เพิ่งเริ่มขยายไลน์ผลิตภัณฑ์ EV ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา จากเดิมที่มีเพียง bZ4X ก่อนจะเพิ่ม Urban Cruiser และ bZ4X Touring เข้ามาเสริมทัพ
ในขณะเดียวกัน Lexus แบรนด์พรีเมียมในเครือ Toyota ก็ยังเดินหน้าพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง แม้ล่าสุดจะมีรายงานยกเลิกโครงการรถซีดานไฟฟ้า LF-ZC ที่เคยถูกวางตำแหน่งให้แข่งขันกับ BMW และ Mercedes-Benz ในอนาคต

Akio Toyoda ขณะอยู่หลังพวงมาลัย Toyota GR86 ภาพ: EPA-EFE
ในการให้สัมภาษณ์กับสื่อยานยนต์ CarWow ของสหราชอาณาจักร Akio Toyoda ประธานกรรมการบริษัท Toyota Motor Corporation ได้พูดถึงอนาคตของอุตสาหกรรมรถยนต์ รวมถึงแนวคิดส่วนตัวเกี่ยวกับรถยนต์ไฟฟ้า
เมื่อถูกถามถึงสิ่งที่กังวลที่สุดเกี่ยวกับอนาคตของวงการยานยนต์ Toyoda ตอบว่า การที่ผู้คนจำนวนมากกำลังมุ่งไปสู่รถยนต์ไฟฟ้าคือหนึ่งในความกังวลสำคัญของเขา เขาย้อนถึงช่วง 3-4 ปีก่อนที่เคยออกมาพูดต่อสาธารณะว่า เขายังคงรักกลิ่นของน้ำมันเชื้อเพลิง ชื่นชอบเสียงเครื่องยนต์ และต้องการรักษาการจ้างงานของผู้ผลิตชิ้นส่วนเครื่องยนต์เอาไว้
Toyoda ยอมรับว่าช่วงเวลานั้นเขารู้สึกเหมือนเป็นคนเพียงไม่กี่คนที่กล้าแสดงจุดยืนดังกล่าว ท่ามกลางกระแสสนับสนุนรถยนต์ไฟฟ้าที่กำลังเพิ่มขึ้นทั่วโลก
แม้จะสนับสนุนแนวทางลดการปล่อยคาร์บอนและยอมรับว่าผู้ผลิตรถยนต์จำเป็นต้องพัฒนายานยนต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แต่ Toyoda มองว่ารถยนต์ไม่ควรสูญเสียเสน่ห์และความสนุกในการขับขี่ นาย Toyoda ระบุว่ารถยนต์เป็นเหมือนงานอดิเรกและความหลงใหลส่วนตัว ดังนั้นเขาจึงต้องการสร้างรถที่ตัวเองอยากเก็บไว้ในโรงรถมากกว่ามุ่งเน้นเพียงเรื่องการปล่อยคาร์บอนเป็นศูนย์ แนวคิดดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าผู้บริหาร Toyota ยังคงให้ความสำคัญกับอารมณ์ความรู้สึกและประสบการณ์ของผู้ขับขี่ควบคู่ไปกับเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อม
แม้มาตรฐานการปล่อยมลพิษทั่วโลกจะเข้มงวดขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ Toyota ยังคงเดินหน้าพัฒนารถสปอร์ตเครื่องยนต์สันดาปต่อไป ภายในปี 2025 บริษัทได้เผยโฉมรถต้นแบบ GR GT ซึ่งมาพร้อมเครื่องยนต์ V8 และมีแนวโน้มเข้าสู่การผลิตจริงในช่วงปี 2027
นอกจากนี้ ยังมีข่าวลือเกี่ยวกับรถสปอร์ตเครื่องยนต์วางกลางรุ่นใหม่ รวมถึงโครงการพัฒนาเครื่องยนต์สันดาปที่ใช้เชื้อเพลิงไฮโดรเจน ซึ่งอาจเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการรักษาอนาคตของเครื่องยนต์แบบดั้งเดิมให้สามารถอยู่ร่วมกับเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมได้ หากเทคโนโลยีดังกล่าวประสบความสำเร็จ ก็อาจช่วยให้เครื่องยนต์สันดาปและระบบเกียร์ธรรมดายังคงมีบทบาทในอุตสาหกรรมยานยนต์ต่อไปในยุคคาร์บอนต่ำ
แม้ Toyoda จะยังหลงใหลในเครื่องยนต์สันดาป แต่หลายค่ายรถได้พิสูจน์แล้วว่ารถยนต์ไฟฟ้าก็สามารถสร้างประสบการณ์การขับขี่ที่น่าตื่นเต้นได้ไม่แพ้กัน ตัวอย่างเช่น Hyundai Ioniq 5 N ที่มาพร้อมระบบจำลองการเปลี่ยนเกียร์และเสียงเครื่องยนต์เพื่อเพิ่มอรรถรสในการขับขี่ ขณะที่ Alpine A290 เน้นความคล่องตัว และ Genesis GV60 Magma ก็โดดเด่นด้วยกำลังสูงถึง 650 แรงม้า
รถยนต์ไฟฟ้าในปัจจุบันสามารถมอบสมรรถนะและอัตราเร่งที่น่าประทับใจได้อย่างไม่ยากเย็น แต่สำหรับผู้ที่หลงใหลในรถยนต์แบบดั้งเดิม เสียงเครื่องยนต์ ความรู้สึกของการเปลี่ยนเกียร์ และเอกลักษณ์ของเครื่องยนต์สันดาป ยังคงเป็นสิ่งที่เทคโนโลยีไฟฟ้ายากจะทดแทนได้อย่างสมบูรณ์