ฮุนได มอเตอร์ เดินหน้าแคมเปญ Forests Without Names ชวนตั้งชื่อป่าใต้ทะเลทั่วโลก หวังสร้างการรับรู้และฟื้นฟูระบบนิเวศทางทะเลเพื่อลดภาวะโลกร้อน



บริษัท ฮุนได มอเตอร์ ประกาศเปิดตัวแคมเปญระดับโลก “Forests Without Names” อย่างเป็นทางการ เพื่อร่วมขับเคลื่อนประเด็นสิ่งแวดล้อมในช่วงเดือนแห่งการคุ้มครองโลก (Earth Month) ในเดือนเมษายนนี้ โดยมุ่งเน้นการตั้งชื่อให้กับ “ป่าใต้ทะเล” ทั่วโลก ควบคู่กับการยกระดับการรับรู้ถึงความสำคัญของระบบนิเวศทางทะเลต่อสิ่งแวดล้อมในระดับสากล
แคมเปญนี้มุ่งยกระดับการรับรู้ต่อระบบนิเวศใต้ทะเลที่มักถูกมองข้าม พร้อมสะท้อนความมุ่งมั่นระยะยาวของ ฮุนได มอเตอร์ ในการขับเคลื่อนการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลอย่างเป็นรูปธรรม ครอบคลุมทั้งโครงการฟื้นฟูป่าใต้ทะเลด้วยสาหร่ายบริเวณชายฝั่งอุลซาน ประเทศเกาหลีใต้ และความร่วมมือด้านการจัดการขยะทะเลในกว่า 10 ประเทศทั่วโลก
นายฮยอนชอล จอน หัวหน้ากลุ่มธุรกิจอนาคตและความยั่งยืน บริษัท ฮุนได มอเตอร์ เปิดเผยว่า ทางบริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการดูแลและฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้มาอย่างต่อเนื่อง ทั้งในระบบนิเวศบนบกและทางทะเล ผ่านแคมเปญ ‘Forests Without Names’ โดยทางแบรนด์ต้องการทำให้ป่าใต้ทะเลซึ่งมักไม่เป็นที่รู้จัก ได้รับการมองเห็นมากขึ้น พร้อมสะท้อนคุณค่าและความสำคัญของการดูแลท้องทะเล ทั้งนี้ บริษัทฯ มีความภาคภูมิใจที่ได้นำเรื่องราวนี้มานำเสนอในรูปแบบที่สร้างสรรค์ เพื่อจุดประกายความสนใจ และจะยังคงเดินหน้าผลักดันความพยายามด้านความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง เพื่อมุ่งสู่อนาคตที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น
ป่าใต้ทะเลคืออะไร และทำไมถึงสำคัญ “ป่าใต้ทะเล” คือระบบนิเวศใต้น้ำที่เกิดจากการรวมตัวหนาแน่นของสาหร่ายทะเล เช่น เคลป์และสาหร่ายชนิดต่างๆ ทำหน้าที่ไม่ต่างจากป่าบนบก ทั้งเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์ทะเล ช่วยกรองมลพิษในน้ำ และเป็นฐานสำคัญของความหลากหลายทางชีวภาพบริเวณชายฝั่ง
ในช่วงปี 2568 ประเด็นบทบาทของสาหร่ายทะเลต่อการรับมือวิกฤตสภาพภูมิอากาศได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นในระดับโลก โดยเฉพาะจากเวที IPCC ครั้งที่ 63 ณ กรุงลิมา ที่มีการหยิบยกแนวทางศึกษาการนำสาหร่ายทะเลเข้าสู่ระบบการคำนวณคาร์บอนในอนาคต สะท้อนศักยภาพของ “ป่าใต้ทะเล” ในฐานะอีกหนึ่งกลไกธรรมชาติที่อาจช่วยลดผลกระทบจากโลกร้อนได้ในระยะยาว
ทำไม “ฮุนได” ต้องตั้งชื่อป่าใต้ทะเล แม้ป่าบนบกหลายแห่งจะเป็นที่รู้จักในระดับโลก แต่ “ป่าใต้ทะเล” จำนวนไม่น้อยกลับยังไม่มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการ ส่งผลให้ขาดการรับรู้ในวงกว้าง บริษัท ฮุนได มอเตอร์ จึงเดินหน้าแก้โจทย์นี้ ผ่านแคมเปญที่มุ่งสร้าง “ตัวตน” ให้กับระบบนิเวศใต้ทะเล ด้วยการตั้งชื่ออย่างเป็นรูปธรรม โดยชื่อที่ได้รับการคัดเลือกจะถูกบรรจุลงในแผนที่ Sea Forest Map เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ง่ายยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันยังเปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วมผ่านการโหวตตั้งชื่ออีกด้วย
แคมเปญ ‘Forests Without Names’ ทำงานอย่างไร แคมเปญนี้ต่อยอดจากแนวคิดโครงการ ‘Tree Correspondents’ ที่คว้ารางวัลจากเวที Cannes Lions ในปี 2568 โดยขยายสู่ “ระบบนิเวศทางทะเล” ผ่าน 3 แนวทางหลัก ได้แก่
ตั้งชื่อป่าใต้ทะเล 3 แห่งทั่วโลก: นำร่องที่เกาหลีใต้ (ชื่อ Ullim), อาร์เจนตินา (ชื่อ Auken Aiken) และออสเตรเลีย (ผ่านกระบวนการโหวตของประชาชน)
ดำเนินการลงทะเบียนพื้นที่: เชื่อมต่อข้อมูลเข้าสู่แพลตฟอร์มแผนที่ระดับโลก เช่น Kakao Map โดยทำงานใกล้ชิดกับหน่วยงานภาครัฐและ NGO
พัฒนาศูนย์กลางข้อมูล: ต่อยอดเว็บไซต์แคมเปญสู่ “ศูนย์กลางข้อมูลป่าใต้ทะเลระดับโลก” (Sea Forest Data Hub)
โครงการนี้เชื่อมโยงอย่างไรกับภารกิจดูแลทะเลของฮุนได โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ความยั่งยืนระยะยาว ก่อนหน้านี้ ฮุนได มอเตอร์ ได้เดินหน้าโครงการฟื้นฟูป่าใต้ทะเลในเมืองอุลซาน ซึ่งคาดว่าจะช่วยดูดซับคาร์บอนได้ประมาณ 1,300 ตัน CO₂ ต่อปี ขณะเดียวกัน ตั้งแต่ปี 2564 บริษัทฯ ได้ร่วมกับ Healthy Seas เก็บขยะทะเลได้รวมกว่า 320 ตัน โดยเฉพาะอวนประมง ซึ่งถูกนำกลับมารีไซเคิลเป็นเส้นใยไนลอน ECONYL® เพื่อนำไปใช้เป็นวัสดุภายในรถยนต์ อาทิ พรมปูพื้นในรุ่น Hyundai IONIQ 5, Hyundai IONIQ 6, Hyundai SANTA FE และ Hyundai NEXO สะท้อนแนวทางการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม
ตลาดรถมือสอง มีรถมากมายให้เลือกในราคาที่ถูกใจ