Start รถ Toyota Yaris ง่ายๆ ด้วยระบบ Keyless Go

ประสบการณ์ใช้รถ | 26 พ.ย 2561
แชร์ 2

การอัพเดทรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ให้มีความทันสมัยมากขึ้น ก็เป็นประโยชน์กับการใช้งาน แต่บางครั้งความทันสมัยที่ผู้ขับขี่ไม่คุ้นชินก็อาจสร้างความล่าช้าในการเดินทางมากกว่าจะช่วยให้ประหยัดเวลา สำหรับวันนี้ Chobrod จะแนะนำวิธีการใช้งานปุ่ม Push Start ที่มาพร้อมระบบ Keyless Go เพื่อการใช้งานอย่างละเอียดค่ะ


Toyota How-To: Push to Start Button | Toyota

การใช้งานของปุ่ม Push Start ถือเป็นการอำนวยความสะดวกสบายให้ผู้ขับขี่ยุคใหม่ จากเดิมที่ต้องเสียบกุญแจก่อนจึงจะสตาร์ทเครื่องยนต์ได้ แต่ทุกวันนี้เพียงแค่ “กด” ก็สตาร์ทรถได้ทันที แม้หน้าที่หลักคือใช้สตาร์ทรถ แต่ปุ่ม Push Start ยังมีวิธีการทำงานอื่นๆ ที่หลายคนอาจยังไม่รู้ รวมถึงยังมีเทคนิคที่จะทำให้การขับง่ายขึ้นอีกด้วย

ปุ่ม Push Start เครื่องมือช่วยให้การสตาร์ทรถ Toyota Yaris ทำงานได้ง่ายยิ่งขึ้น

ปุ่ม Push Start เครื่องมือช่วยให้การสตาร์ทรถ Toyota Yaris ทำงานได้ง่ายยิ่งขึ้น

สำหรับ Toyota Yaris ที่เริ่มทำการตลาดในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2006 ด้วยแนวคิดการออกแบบของ Toyota ที่ต้องการให้ Toyota Yaris มีขนาดเล็กกะทัดรัดที่สุด เพื่อการขับขี่ที่คล่องตัวที่สุด แต่จัดสรรห้องโดยสารให้สามารถใช้ประโยชน์ได้สูงสุด พร้อมทั้งความปลอดภัยสูงสุด และในการเปิดตัว Toyota Yaris ก็ได้มาพร้อมกับระบบที่ทันสมัย อาทิ ระบบปุ่มสตาร์ท (PUSH  START) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเดียวกันกับ LEXUS, ระบบสมาร์ทเอ็นทรี่ (SMART  ENTRY) เทคโนโลยีเดียวกันกับ LEXUS และ WISH และระบบสตาร์ทค้าง หรือสตาร์ทต่อเนื่องอัตโนมัติ เทคโนโลยีเดียวกันกับ Land cruiser  Prado ที่ทำให้ Toyota Yaris เหนือกว่ารถยนต์ในกลุ่มเดียวกัน

ดูเพิ่มเติม
>> 
​​Five Fact : 5 เหตุผลที่ทำให้ Toyota Yaris คือเจ้าตลาดแห่งรถอีโคคาร์​
>> 
Toyota Yaris1.2E ดีจริงหรือ​

Toyota Yaris มาพร้อมกับเทคโนโลยีของ Lexus และรถยนต์ระดับบนของ Toyota

Toyota Yaris มาพร้อมกับเทคโนโลยีของ Lexus และรถยนต์ระดับบนของ Toyota

นอกจากนี้ในส่วนของ ECU ควบคุมเครื่องยนต์ที่ใช้ใน Toyota Yaris ก็จะเป็นแบบเดียวกันกับที่ใช้ในรถยนต์ Toyota Prius ในส่วนของความปลอดภัย ก็ยังได้รับความปลอดภัยชั้นสูงระดับ 5 ดาว จากการทดสอบมาตรฐานด้านความปลอดภัยจากยุโรป รวมถึงโครงสร้าง GOA ที่ยอมรับกันทั่วโลก อีกทั้งยังมีถุงลมนิรภัยอีก 2 ข้าง แป้นเบรกยุบตัวได้ พวงมาลัยยุบตัวได้ ประตูเสริมคานกันกระแทกเพิ่มขึ้น ทางด้านท้ายรถก็เสริมคานเหล็กเพิ่มความแข็งแรงทั้งด้านบนและด้านล่างของโครงตัวถังรถอีกด้วย

การทำงานของระบบ Push Start ทำงานควบคู่กับ Smart Key

การทำงานของระบบ Push Start ทำงานควบคู่กับ Smart Key

ระบบการทำงานของปุ่ม Push Start ทำงานควบคู่กับกุญแจ Smart Key ซึ่งจะสื่อสารผ่าน Wireless จากกุญแจ หากไม่มีตัว Smart Key ก็จะไม่สามารถปลดล็อค หรือสตาร์ทรถได้ การทำงานของระบบ Push Start จะเริ่มขึ้นเมื่อผู้ใช้รถถือกุญแจ Smart Key เข้ามาในรถ โดยระบบจะสื่อสารกันระหว่างรถยนต์ กับกุญแจ ซึ่งจะต้องเป็นระบบ และกุญแจที่ลงทะเบียนไว้ด้วยกันเท่านั้นระบบจึงจะพร้อมทำงาน เมื่อผู้ใช้กดปุ่ม Push Start 1 ครั้ง จะเทียบเท่ากับการบิดกุญแจไปที่ ACC สามารถเปิดวิทยุฟังเพลงได้ โดยเครื่องยนต์จะยังไม่เริ่มทำงาน หากผู้ใช้งานกดปุ่ม Push Start อีก 1 ครั้ง จะเท่ากับการบิดกุญแจไปที่ On ที่จะสามารถใช้ระบบไฟฟ้าของรถยนต์ได้ อาทิ การใช้กระจกไฟฟ้า การตรวจสถานะไฟต่างๆ บนหน้าปัด และเมื่อผู้ใช้งานกดปุ่ม Push Start ครั้งที่ 3 พร้อมเหยียบแป้นเบรกด้วย ก็จะเป็นการบิดกุญแจสตาร์ทเครื่องยนต์นั่นเอง

กุญแจ Smart Key จะสื่อสารกับระบบ Push Start ด้วย Wireless แต่หากแบตเตอรี่หมดก็ยังสามารถใช้กุญแจเพื่อ Lock/Unlock ประตูแทนได้

กุญแจ Smart Key จะสื่อสารกับระบบ Push Start ด้วย Wireless แต่หากแบตเตอรี่หมดก็ยังสามารถใช้กุญแจเพื่อ Lock/Unlock ประตูแทนได้

ด้วยวิธีการใช้งานที่ง่ายมาก เพียงแค่ผู้ขับขี่มีกุญแจสามารถคีย์อยู่ในกระเป๋า เมื่อขึ้นรถระบบก็จะสื่อสารกันโดยอัตโนมัติ ไม่ต้องกังวลใจเลยว่าจะต้องหยิบกุญแจขึ้นมาเชื่อมต่อกันก่อน และเพียงแค่ทำตามขั้นตอนดังที่กล่าวไปก็จะสามารถสตาร์ทรถได้อย่างง่ายดาย  แต่ก็ดูเหมือนว่าจะหลายขั้นตอนพอสมควรกับการต้องกดปุ่ม Push Start ถึง 3 ครั้ง เพราะหากเปรียบเทียบกับกุญแจธรรมดา ที่เมื่อเราจะสตาร์ทเครื่องยนต์ใช้การบิดกุญแจไปในตำแหน่ง On ไฟสถานะต่างๆ ที่แผงหน้าปัดจะติดขึ้น เพื่อแสดงสถานะให้ผู้ขับขี่รู้ว่าขณะนี้มีระบบใดพร้อมใช้งานบ้าง และระบบอะไรไม่พร้อมบ้าง แต่ถ้าผู้ขับขี่ขึ้นรถแล้วบิดกุญแจสตาร์ททันที โดยไม่ทันสังเกตสถานะต่างๆ ก็อาจจะไม่รู้ถึงความผิดปกติของรถที่ใช้งานอยู่ได้ ดังนั้นการใช้งานปุ่ม Push Start ที่ผู้ผลิตรถยนต์ได้ออกแบบมาไว้ให้ใช้ที่เหมือนจะไม่เต็มประสิทธิภาพเท่าไหร่ แต่ก็เป็นการออกแบบเพื่อความปลอดภัยในการใช้งาน ด้วยการเช็คสถานะของระบบต่างๆ ของรถก่อนสตาร์ท

หากแบตเตอรี่หมดต้องแนบกุญแจ Smart Key ไปกับปุ่ม Push Start เพื่อเปิดระบบการสตาร์ทรถ

หากแบตเตอรี่หมดต้องแนบกุญแจ Smart Key ไปกับปุ่ม Push Start เพื่อเปิดระบบการสตาร์ทรถ

สำหรับแบตเตอรี่ของ Smart Key จะมีแบตเตอรี่อยู่ 1 หรือ 2 ก้อน แล้วแต่รุ่น ซึ่งแบตเตอรี่จะมีการใช้งานอยู่ 2 ส่วน ได้แก่ การใช้ Lock/Unlock ประตูทุกบานโดยการกดที่รีโมทกุญแจรถ และเป็นแหล่งพลังงานในการสื่อสารกับรถยนต์ สำหรับการกดปุ่ม Push Start นั่นเอง หากแบตเตอรี่หมดประจุ เสท่อสภาพ หรือหมดอายุการใช้งาน ก็สามารถใช้กุญแจดอกเล็กๆ ที่เสียบอยู่ด้านข้างสำหรับใช้ Lock/Unlock ประตู และหากต้องการสตาร์ทรถก็เพียงแค่ทาบ Smart Key ไปกับปุ่ม Push Start แล้วเหยียบแป้นเบรก พร้อมกดปุ่ม Push Start ได้เลย ในส่วนของการเปลี่ยนแบตเตอรี่ Smart Key สามารถเปลี่ยนได้ที่ศูนย์บริการ Toyota ทุกสาขา

Toyota Yaris รถยนต์ขนาดเล็กที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในตลาด

Toyota Yaris รถยนต์ขนาดเล็กที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในตลาด

และไม่ต้องกังวลหากเผลอกดปุ่ม Push Start ขณะขับรถอยู่ เพราะระบบ Push Start ได้ออกแบบระบบป้องกันมาให้เรียบร้อยแล้วทำให้สามารถขับรถได้ต่อโดยไม่ต้องกังวลเรื่องของรถดับ หรือมีปัญหากับการกดปุ่ม Push Start ระหว่างขับรถอยู่เลยค่ะ

ดูเพิ่มเติม
>> 
นวัตกรรมปลดล็อครถด้วยใบหน้าคนขับ โดย บริษัทชาวจีน BYTON
>> 
เจาะลึกรถ Sub-Compact มีลักษณะเป็นยังไงนะ?​

เป็นอย่างไรบ้างคะกับความรู้เรื่องระบบ Push Start ใน Toyota Yaris ที่ Chobrod นำมาพูดถึงในวันนี้ หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับการขับขี่รถอย่างปลอดภัยนะคะ สำหรับเรื่องราวเกี่ยวกับรถดีๆ สามารถติดตามเพิ่มเติมได้ที่ Chobrod.com นะคะ

ติดตามข่าวสารรถยนต์ เชิญที่นี่  
ต้องการซื้อรถมือสองสภาพดี เชิญเข้าดูที่ตลาดรถตรงนี้