แบตรถยนต์หมด เกิดจากอะไร แล้วแก้ไขอย่างไร?

ประสบการณ์ใช้รถ | 11 พ.ค 2564
แชร์ 0

ปัญหาที่รถที่ใช้งานมานานอาจจะเจอ กับการที่รถยนต์สตาร์ต ไม่ติดสาเหตุเป็นเพราะแบตรถยนต์หมด แล้วสาเหตุของการแบตหมดนั้นเกิดจากอะไรล่ะ? แล้วมีวิธีแก้ไขหรือเปล่า

คนมีรถทุกคนทราบกันดีว่าแบตเตอรี่รถยนต์นั้นเป็นอุปกรณ์สำคัญขนาดไหน เรียกได้ว่าเป็นหัวใจสำหรับรถยนต์ก็ว่าได้ เมื่อใดก็ตามที่แบตเตอรี่รถยนต์หมด จะก่อให้เกิดปัญหาอะไรหลายๆอย่างตามมา ที่แน่ๆเลยคือคุณไม่สามารถใช้งานรถได้  รถตามมาดูกันว่าแล้วสาเหตุอะไรล่ะที่แบตเตอรี่รถยนต์หมดได้พร้อมวิธีแก้ไข

แบตเตอรี่รถหมด อาการเป็นแบบไหน?

เมื่อใดก็ตามที่รถของคุณเริ่มมีอาการสตาร์ตติดได้ยาก รถสตาร์ตไม่ติด รู้สึกว่าอุปกรณ์ที่ใช้ไฟฟ้าในรถต่าง ๆ ทำงานได้ช้าผิดปกติ

สังเกตอาการผิดปกติในรถ อาจเป็นเพราะแบตรถหมด
สังเกตอาการผิดปกติในรถ อาจเป็นเพราะแบตรถหมด

เช่น ระบบไฟส่องสว่างน้อยลง หรือติด ๆ ดับ ๆ กระจกไฟฟ้าทำงานได้ช้า เวลากดแล้วรู้สึกว่ามีความฝืด มีความช้า หรือมีเสียงที่กดแล้วดูเหมือนไม่มีกำลังหรือจะเป็นอาการที่แตรรถบีบไม่ค่อยดัง ทั้งหมดนี้ก็เป็นสัญญาณที่บ่งบอกได้ว่า แบตเตอรี่ของคุณมีปัญหา

สาเหตุของแบตเตอรี่รถยนต์หมด

แบตรถยนต์หมด เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็น

แบตเตอรี่รถยนต์ขึ้นขี้เกลือ ทำให้แบตรถยนต์เสื่อมได้
แบตเตอรี่รถยนต์ขึ้นขี้เกลือ ทำให้แบตรถยนต์เสื่อมได้

  • แบตเสื่อมสภาพ ทำให้เก็บไฟไว้ไม่ค่อยอยู่
  • ไดชาร์จทำงานผิดปกติ ทำให้ประจุไฟฟ้าเข้าไปยังแบตเตอรี่ได้น้อยกว่าปกติ ไม่เพียงพอต่อการใช้งาน หรือไม่สามารถประจุไฟเข้าไปแบตเตอรี่ได้เลย
  • มีการรั่วไหลของระบบไฟภายในเกิดการเสื่อมสภาพของระบบไฟภายใน
  • ลืมปิดระบบไฟของรถ ไม่ว่าจะเป็นไฟในห้องโดยสาร หรือไฟหน้ารถ หากเปิดทิ้งเอาไว้นาน จะทำให้แบตเตอรี่รถยนต์ต้องทำงานอยู่ตลอด เป็นผลให้แบตเตอรี่รถหมดไว ปัจจุบันรถยนต์หลายรุ่น ติดตั้งระบบปิดไฟอัตโนมัติ เมื่อเปิดทิ้งไว้สักพักระบบก็จะปิดไฟลงเอง
  • แบตเตอรี่รถยนต์สกปรก มีสนิมเกาะหรือคราบขี้เกลือ ซึ่งจะไปขัดขวางการทำงานของระบบชาร์จและตัวมอเตอร์ที่ทำหน้าที่ดึงกระแสไฟฟ้า

ดูแลเพิ่มเติม
>> เลือกซื้อแบตเตอรี่รถยนต์แบบไหนดี

>> แบตเตอรี่รถเสื่อมสภาพเร็ว มีปัญหามาจากอะไร!?

แบตเตอรี่รถยนต์หมดทำยังไง

รถยนต์ทุกคันควรมีสายจั๊มแบตพกติดเอาไว้ เพราะถือเป็นอุปกรณ์สำคัญมากที่คนใช้รถต้องมี นอกจากเอาไว้ได้ใช้เองแล้วก็ยังเอาไว้ช่วยรถคันอื่นได้ สามารถหาซื้อได้ในราคา ตั้งแต่ 300 ถึง 1,000 บาท ขึ้นอยู่กับคุณภาพ เมื่อมีแบตเตอรี่แล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่จำเป็นนั่นคือรถยนต์ 1 คัน ที่มีแบตรถปกติ เกือบพ่วงไฟให้กับรถ คันที่แบตเตอรี่หมด จากนั้นให้ดำเนินการดังนี้

การพ่วงแบตเตอรี่รถยนต์
การพ่วงแบตเตอรี่รถยนต์

  1. ดับเครื่องยนต์และอุปกรณ์ทุกชนิดในรถที่แบตเตอรี่หมด
  2. นำรถอีกคันมาจอดไว้ใกล้ๆ เพื่อสะดวกในการต่อสายพ่วง แนะนำให้จอดรถหันหัวเข้าหากัน และดับเครื่อง
  3. สังเกตที่แบตเตอรี่ ดูที่สัญลักษณ์ขั้วบวก + กับขั้วลบ + ให้หนีบสายพ่วงแบตขั้วบวกสีแดง ต่อกับแบตขั้วบวกของรถคันที่สตาร์ตไม่ติด และนำอีกฟากไปหนีบที่แบตขั้วบวกของรถอีกคัน
  4. มีสายพ่วงแบตสีดำขั้วลบ ต่อกับแบตขั้วลบของรถคันที่มาช่วย และนำอีกฟากไปหนีบที่ตัวถังรถของคันที่สตาร์ตไม่ติด ไม่จำเป็นต้องต่อเข้าขั้วแบตโดยตรง เพราะตัวถังก็เป็น สื่อนำไฟฟ้าที่สามารถส่งตรงถึงตัวแบตเตอรี่ได้เลย
  5. เมื่อต่อสายพ่วงแบตครบแล้ว ทำการสตาร์ตรถคันที่มีแบตเตอรี่ทิ้งไว้ประมาณ 2-3 นาที แหล่งเครื่องยนต์บ้างเล็กน้อย เพื่อให้แบตเตอรี่เกิดการไหลเวียนของประจุไฟฟ้า เหมือนเป็นการชาร์จแบต
  6. สตาร์ตเครื่องยนต์ที่แบตเตอรี่หมด เพื่อเช็กว่ารถสามารถใช้งานได้แล้วหรือเปล่า
  7. เมื่อรถสามารถสตาร์ตติดแล้ว ให้ถอดสายพ่วงจากคันที่มีปัญหาก่อนค่อยตามมาถอดอีกคัน
  8. เมื่อรถสามารถใช้ได้แล้ว ให้ขับรถไปยังพื้นที่ศูนย์บริการเพื่อตรวจสภาพแบตเตอรี่ทันที

ข้อควรระวัง

วิธีการจั๊มแบตรถยนต์ทำได้ไม่ยาก แต่ต้องมีความระมัดระวัง เพราะขณะที่แบตเตอรี่ทำงาน หากทำไม่ถูกวิธี อาจก่อให้เกิดประกายไฟและเป็นอันตรายได้

ใส่ถุงมือเมื่อพ่วงแบตเตอรี่
ใส่ถุงมือเมื่อพ่วงแบตเตอรี่

จึงมีข้อควรระวังในการจั๊มแบตดังนี้

  • ระวังอย่าเปิดระบบไฟหรือสตาร์ตเครื่องยนต์ของรถทั้ง 2 คันพร้อมกันโดยเด็ดขาด  คันพร้อมกันโดยเด็ดขาดเพราะเสี่ยงต่อการระเบิดได้
  • ห้ามสูบบุหรี่ หรือกระทำการใดให้เกิดประกายไฟทุกชนิดโดยเด็ดขาด เพราะในขณะที่ต่อสายพ่วงอยู่นั้น จะมีแก๊สออกมาในบริเวณดังกล่าวด้วย
  • ในระหว่างการพ่วงแบตต้องสวมถุงมือและใส่แว่นตาป้องกันดวงตาให้ดี เพราะในแบตเตอรี่มีน้ำกรดที่เป็นสารกัดกร่อน มีความอันตรายสูงจึงไม่ควรสัมผัสโดยตรง
  • ระวังอย่าให้สายพ่วงแบตเตอรี่ของรถยนต์สัมผัสกันเพราะอาจทำให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจร

ในกรณีที่แบตรถยนต์หมด ไม่มีรถผ่านมาช่วยเหลือ หรือไม่มีสายพ่วงแบต สามารถโทรขอความช่วยเหลือกลับบริษัทประกันที่มีบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน หรือเบอร์ฉุกเฉินอื่นๆ

  • 1677 สายด่วนร่วมด้วยช่วยกัน
  • 1137 จส. 100
  • 1193 ตํารวจทางหลวง

ทั้งหมดนี่ก็คือวิธีการแก้ไขปัญหาเมื่อแบตรถยนต์หมดระหว่างทาง เป็นวิธีง่ายๆที่มือใหม่ก็สามารถทำได้ ทางที่ดีทุกครั้งก่อนการออกเดินทาง ควรตรวจสอบแบตเตอรี่ให้ดี อย่าปล่อยให้แบตเตอรี่รถยนต์ของคุณหมดเกลี้ยง เพื่อไม่ให้เกิดเหตุฉุกเฉินดังกล่าวขึ้นระหว่างการเดินทาง

ดูแลเพิ่มเติม
>> รู้เอาไว้ ขับรถ ปลอดภัยในหน้าฝน

>> ขี้เกลือขึ้นแบตเตอรี่! ปัญหานี้ต้องแก้ยังไง?

เข้าดู ราคารถยนต์มือสอง ได้ที่นี่

ANNOiNA