Audi A6 Allroad ใหม่ มาพร้อมตัวถัง Widebody แบบ RS6 และขุมพลัง PHEV ครั้งแรก

ตลาดรถยนต์ต่างประเทศ | 19 มิ.ย 2569
แชร์ 0

Audi เปิดตัว A6 Allroad เจเนอเรชันใหม่ ปรับลุคดุดันด้วยตัวถัง Widebody แบบ RS6 พร้อมช่วงล่างถุงลมปรับระดับและระบบเลี้ยวล้อหลัง เพิ่มทางเลือกขุมพลังปลั๊กอินไฮบริดครั้งแรก วิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนได้สูงสุด 95 กม.

Audi เปิดตัว A6 Allroad รุ่นใหม่อย่างเป็นทางการ พร้อมยกระดับความแตกต่างจาก A6 Avant ด้วยการนำดีไซน์ตัวถังแบบ Widebody ที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก RS6 มาใช้เป็นครั้งแรก เพิ่มความดุดันและบุคลิกแบบครอสโอเวอร์มากขึ้น เพื่อเป็นอีกทางเลือกสำหรับลูกค้าที่ต้องการรถพรีเมียมอเนกประสงค์แทน SUV ขนาดกลางอย่าง Q5 และ Q7

Audi A6 Allroad รุ่นใหม่

Audi A6 Allroad รุ่นใหม่

ดีไซน์ใหม่กว้างขึ้น พร้อมเอกลักษณ์แบบ Allroad

จุดเด่นสำคัญของ A6 Allroad รุ่นล่าสุด คือซุ้มล้อโป่งกว้างสไตล์ RS6 ซึ่งช่วยเพิ่มความกว้างตัวรถขึ้นอีก 111 มม. เมื่อเทียบกับ A6 Avant รุ่นมาตรฐาน เสริมด้วยชิ้นส่วนพลาสติกกันกระแทกรอบคัน กระจังหน้าลายรังผึ้ง และแผงกันกระแทกใต้กันชนหลังที่ออกแบบให้ทำหน้าที่คล้ายดิฟฟิวเซอร์ ช่วยเพิ่มความสปอร์ตและความแข็งแกร่งให้กับตัวรถ

ช่วงล่างถุงลมปรับระดับ พร้อมระบบเลี้ยวล้อหลัง

A6 Allroad ใหม่ มาพร้อมระบบช่วงล่างถุงลมแบบ Active Air Suspension ที่มีความสูงมากกว่า A6 รุ่นปกติ 34 มม. และสามารถปรับระดับได้รวม 55 มม. ผู้ขับขี่สามารถเพิ่มความสูงอีก 35 มม. เมื่อต้องการลุยเส้นทางออฟโรด หรือปรับลดลง 20 มม. ในโหมด Dynamic เพื่อเพิ่มเสถียรภาพในการขับขี่ความเร็วสูง

นอกจากนี้ยังติดตั้งระบบเลี้ยวล้อหลัง (All-wheel Steering) ซึ่งสามารถหักล้อหลังได้สูงสุด 5 องศาในความเร็วต่ำ ช่วยลดรัศมีวงเลี้ยวลงประมาณ 1 เมตร ทำให้การใช้งานในเมืองมีความคล่องตัวมากขึ้น

ครั้งแรกกับขุมพลังปลั๊กอินไฮบริด

เป็นครั้งแรกที่ตระกูล Allroad มีตัวเลือกขุมพลังปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) โดยใช้เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 4 สูบ ความจุ 2.0 ลิตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังสูงสุดรวม 362 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร

แบตเตอรี่ขนาด 25.9 kWh ช่วยให้รถสามารถขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าล้วนได้ไกลสูงสุด 95 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน WLTP เหมาะสำหรับการใช้งานประจำวันโดยไม่ต้องพึ่งพาเครื่องยนต์ตลอดเวลา

เครื่องยนต์ดีเซล V6 พร้อมระบบ Mild Hybrid 48V

สำหรับผู้ที่ต้องการสมรรถนะและความสามารถในการลากจูง Audi ยังมีทางเลือกเครื่องยนต์ดีเซล V6 ขนาด 3.0 ลิตร เทอร์โบ ทำงานร่วมกับระบบ Mild Hybrid 48V ให้กำลังสูงสุด 295 แรงม้า แรงบิด 580 นิวตันเมตร

ขุมพลังดังกล่าวรองรับการลากจูงได้สูงสุด 2,500 กิโลกรัม และสามารถเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ได้ภายในเวลา 5.4 วินาที โดยทั้งรุ่นดีเซลและรุ่น PHEV มาพร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ quattro เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน

ห้องโดยสารทันสมัย พร้อมหน้าจอขนาดใหญ่

ภายในห้องโดยสารได้รับการออกแบบตามแนวทางเดียวกับ A6 รุ่นล่าสุด ติดตั้งหน้าจอมาตรวัดดิจิทัลขนาด 11.9 นิ้ว หน้าจออินโฟเทนเมนต์ขนาด 14.5 นิ้ว และหน้าจอสำหรับผู้โดยสารด้านหน้าขนาด 10.9 นิ้ว

พื้นที่เก็บสัมภาระของรุ่นเครื่องยนต์ดีเซลมีความจุสูงสุด 1,497 ลิตร ส่วนรุ่นปลั๊กอินไฮบริดจะมีพื้นที่ลดลงเล็กน้อย เนื่องจากการติดตั้งแบตเตอรี่เพิ่มเติม

ราคาเริ่มต้นในยุโรป

Audi เตรียมเปิดรับคำสั่งซื้อ A6 Allroad ใหม่ ในยุโรปตั้งแต่วันที่ 18 มิถุนายน เป็นต้นไป โดยในเยอรมนี รุ่น V6 TDI มีราคาเริ่มต้นที่ 77,250 ยูโร หรือประมาณ 3.2 ล้านบาท ขณะที่รุ่นปลั๊กอินไฮบริดมีราคาเริ่มต้นที่ 80,250 ยูโร หรือราว 3.35 ล้านบาท

การมาถึงของ A6 Allroad รุ่นใหม่นับเป็นการยกระดับรถแวกอนสไตล์ครอสโอเวอร์ของ Audi ให้มีความพรีเมียมและทันสมัยยิ่งขึ้น พร้อมตอบโจทย์ผู้ใช้งานที่ต้องการความอเนกประสงค์และสมรรถนะ โดยไม่จำเป็นต้องเลือกรถ SUV แบบดั้งเดิม