นักวิเคราะห์คาดอีก 20 ปี "รถยนต์ไฟฟ้า" จะครองโลก

6 มิ.ย 2562
นักวิเคราะห์สะท้อนมุมมมองรถยนต์ไฟฟ้าผ่านงานวิจัย เชื่ออีก 20 ปีข้างหน้าตลาดรถยนต์ไฟฟ้าจะพุ่งสูงถึง 57% ของรถยนต์ที่ผลิตได้ทั้งโลก คาดจะมีจำนวนสูงถึง 56 ล้านคัน

นักวิเคราะห์คาดอีก 20 ปี

นักวิเคราะห์คาดอีก 20 ปี "รถยนต์ไฟฟ้า" จะครองโลก 

อย่างที่เราเคยบอกเอาไว้หลายต่อหลายครั้ง และมันเป็นเรื่องที่ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าโลกยานยนต์สำหรับอนาคตเรานั้น "รถยนต์ไฟฟ้า" จะเข้ามามีบทบาทอย่างมาก และเห็นได้ชัดกับที่แต่ละค่ายผู้ผลิตรถยนต์ต่างทุ่มทั้งงบประมาณ กำลังคน และเทคโนโลยีไปกับการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด ควบคู่ไปกับการพัฒนารถยนต์เชื้อเพลิงน้ำมันด้วย

และสิ่งที่ตอกย้ำว่าโลกจะหันมาใช้ "รถยนต์ไฟฟ้า"กันมากยิ่งขึ้น เพราะข้อมูลจากการวิจัยของ BloombergNEF หรือ BNEF หน่วยงานวิเคราะห์เชิงเศรษฐศาสตร์ระดับโลก ก็ออกมาระบุในแนวคาดการณ์ว่า ในอีกประมาณ 20 ปีข้างหน้า หรือราวปี 2583 ในตลาดรถยนต์ของโลก จะมีรถยนต์ไฟฟ้ามาครองตลาดในสัดส่วนถึง 57% ของกลุ่มการขายรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ซึ่งนั่นก็เท่ากับว่าในตลาดรถของโลกกว่าครึ่งหนึ่งในอีก 20 ปีข้างหน้า จะเป็นรถยนต์ไฟฟ้าไปแล้วกว่าครึ่ง 

อีก 20 ปีข้างหน้า รถที่ผลิตออกสู่ตลาดรถจะเป็นรถยนต์ไฟฟ้ากว่าครึ่งหนึ่ง

อีก 20 ปีข้างหน้า รถที่ผลิตออกสู่ตลาดรถจะเป็นรถยนต์ไฟฟ้ากว่าครึ่งหนึ่ง 

รถยนต์ไฟฟ้ามีจำนวนการผลิตที่ก้าวกระโดด

โคลิน แม็คเคอราเชอร์ หัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์แผนกยานยนต์ล้ำหน้าของ  BloombergNEF หรือ BNEF สะท้อนข้อมูลไว้อย่างน่าสนใจว่า ปัจจุบันรถยนต์นั่งส่วนบุคคลแบบธรรมดา หรือแบบที่ใช้พลังงานเชื้อเพลิงเป็นตัวขับเคลื่อนได้เลย "จุดสูงสุด" มาแล้ว และสำหรับอนาคตรถยนต์ที่ใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิงจะถูกลดบทบาทลง และมันจะถูกผลิตเพื่อป้อนตลาดรถในสัดส่วนที่น้อยลงกว่าเดิม ซึ่งรถยนต์ที่จะเข้ามาแทนที่ก็คือรถยนต์ไฟฟ้า

"หากเรามองย้อนหลังไป ในปี 2558 พบว่ารถยนต์ไฟฟ้าที่ผลิตได้รวมกันทั่วโลกมีอยู่ที่ราว 1 ล้านคัน แต่ปีต่อมาก็เพิ่มขึ้นไปถึง 2 ล้านคัน และถัดมาอีกแค่ 1 ปีก็เพิ่มเป็น 3 ล้านคัน อีกทั้งกับปีล่าสุดคือ ปี 2561 มีรถยนต์ไฟฟ้าที่แต่ละค่ายผลิตออกมารวมกันได้มากถึง 5 ล้านคันแล้ว สิ่งนี้แสดงให้เห็นการขยายตัวของรถยนต์ไฟฟ้าที่เติบโตอย่างรวดเร็วมาก" โคลิน กล่าวย้ำ

ส่วนหนึ่งที่รถยนต์ไฟฟ้าเริ่มนิยมอย่างมากเป็นเพราะเทรนด์ของโลกที่สนใจสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

ส่วนหนึ่งที่รถยนต์ไฟฟ้าเริ่มนิยมอย่างมากเป็นเพราะเทรนด์ของโลกที่สนใจสิ่งแวดล้อมมากขึ้น 

ขณะเดียวกัน BNEF ก็คาดการณ์ว่าในอีก 10 ปีข้างหน้า หรือในปี 2573 จะมีรถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นจากปัจจุบันมากถึง 28 ล้านคัน และจะเพิ่มเป็นอีก 56 ล้านคันในปี 2583 ส่วนยอดขายรถยนต์นั่งส่วนบุคคลที่ใช้พลังงานอื่นๆ จะลดลงเหลือ 42 ล้านคันในปี 2583 จากจำนวน 85 ล้านคันในปัจจุบัน

ดูเพิ่มเติม
>> 
"เมอร์เซเดส-เบนซ์" ประกาศให้โลกรู้ 20 ปีข้างหน้าเลิกเครื่องยนต์สันดาป
>> ไทยเจ้าภาพ นำอาเซียนถกมาตรฐานรถยนต์ไฟฟ้า ปูทางใช้กฎเดียวกัน

สอดรับกับการวิเคราะห์ของนักวิเคราะห์ร่วมสถาบัน  BNEF อย่าง อาลี อิซาดี้-นาจาฟาบาดี้ หัวหน้าหลักในการวิเคราะห์การแบ่งปันยานพาหนะร่วมกัน (shared mobility) ที่ออกมาสะท้อนข้อมูลของรถยนต์ไฟฟ้าเช่นกันว่า สิ่งที่จะช่วยให้ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าเติบโตอย่างมากในกรอบเวลา 20 ปีข้างหน้า คือ "ราคาของแบตเตอรี่" อันเป็นหัวใจหลักของรถยนต์ไฟฟ้าที่เชื่อว่าจะมีราคาที่ถูกลง และในระยะเวลาอันใกล้นี้เอง ซึ่งก็คาดว่าไม่เกินปี 2563 ดีนัก รถยนต์ไฟฟ้าจะมีราคาถูกลงกว่ารถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายในในทุกๆ ตลาดรถเลยทีเดียว

นักวิเคราะห์ระดับโลกมองว่ารถยนต์นั่งแบบใช้เชื้อเพลิงน้ำมัน อาจเลยจุดสูงสุดในยุคของตัวเองมาแล้ว

นักวิเคราะห์ระดับโลกมองว่ารถยนต์นั่งแบบใช้เชื้อเพลิงน้ำมัน อาจเลยจุดสูงสุดในยุคของตัวเองมาแล้ว 

"การพัฒนาเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้า โดยเฉพาะการพัฒนาด้านแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนที่เป็นกลไกสำคัญสำหรับรถยนต์ไฟฟ้ามีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และมันนำไปสู่ต้นทุนที่ลดต่ำลงด้วยเช่นกัน ประกอบกับจำนวนการผลิตที่สูงขึ้น องค์ประกอบเหล่านี้ก็ทำให้ราคาแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าลดลง" หัวหน้าหลักในการวิเคราะห์การแบ่งปันยานพาหนะร่วมกัน (shared mobility) ของ  BNEF กล่าว

ประเทศไทยต้องปรับตัวเพราะกระทบแน่ๆ 

และบทวิเคราะห์ดังกล่าว ยังเอ่ยถึงประเทศไทย กับความนิยมของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าไว้อย่างน่าสนใจเช่นกัน โดยระบุว่าอุตสาหกรรมรถยนต์ของประเทศไทยจะต้องปรับตัวอย่างมาก เพราะความนิยมของรถยนต์ไฟฟ้าจะมีผลกระทบโดยตรง เนื่องจากประเทศไทยถือเป็นฐานการผลิตรถยนต์ ประกอบรถยนต์ที่ใหญ่เป็นอันดับ 6 ของโลก แต่หากมองให้ลึกในปัจจุบัน ยังพบว่าตลาดรถประเทศไทยในแง่รถยนต์ไฟฟ้ายังขยายตัวได้ยากพอสมควร เนื่องจากราคารถยนต์ไฟฟ้าที่ขายในประเทศไทยยังคงมีราคาแพง รวมไปถึงที่ชาร์จไฟฟ้ายังไม่ครอบคลุม จึงทำให้เกิดการเดินทางแค่ในระยะใกล้ๆ เท่านั้น

ประเทศไทยก็ต้องปรับตัวรับรถยนต์ไฟฟ้า ในฐานะที่เป็นแหล่งผลิตรถยักษ์ใหญ่ลำดับที่ 6 ของโลก

ประเทศไทยก็ต้องปรับตัวรับรถยนต์ไฟฟ้า ในฐานะที่เป็นแหล่งผลิตรถยักษ์ใหญ่ลำดับที่ 6 ของโลก

อย่างไรก็ตาม ท้ายสุดยังมีประเด็นที่ BNEF สะท้อนมุมไว้อย่างน่าสนใจ เพราะอนาคตความนิยมรถยนต์ไฟฟ้าจะพุ่งสูงมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งจะมีผลกระทบต่ออุตสาหกรรมน้ำมันเช่นกัน เพราะที่ผ่านมามีการประเมินผลกระทบด้านความต้องการเชื้อเพลิงบนถนนอยู่ที่ 7.3 ล้านบาร์เรลต่อวันภายในปี 2583 ขณะที่ปัจจุบันมีควรามต้องการใช้อยู่ที่ 13.7 ล้านบาร์เรลต่อวัน

ดูเพิ่มเติม
>> 
ส่องรถไฟฟ้าตัวเล็ก “Honda e 2020” เจาะตลาดรถยุโรปก่อนญี่ปุ่น
>> รถยนต์ไฟฟ้าเริ่มแรง ไทยตั้งเป้าปี 63 มียอดผลิต EV ทะลุ 5 หมื่นคัน

ติดตามข่าวสารรถยนต์ คลิกที่นี่
ต้องการซื้อรถมือสองสภาพดี เชิญเข้าดูที่ตลาดรถตรงนี้

JAIBOON

รีวิวรถ

ราคารถ