ความเคลื่อนไหว การปรับโครงสร้างภาษีของตลาดรถยนต์ในเวียดนาม

3 ต.ค 2560
ประเทศเวียดนามถูกคาดการณ์ว่า เศรษฐกิจจะยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง แม้อัตราการขยายตัวจะลดลงเล็กน้อย ในภาคอุตสาหกรรมรถยนต์และตลาดรถยนต์ของเวียดนามก็มีการปรับทิศทางเช่นกัน เพื่อสอดคล้องกับอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยังคงขยายตัวภายในประเทศ

ในขณะสถาวะเศรษฐกิจโลกต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนจากทิศทางราคาน้ำมันดิบ การเปลี่ยนแปลงทางนโยบายเศรษฐกิจและการเมืองของสหภาพยุโรป นโยบายเศรษฐกิจของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และการปรับสมดุลเป้าหมายเศรษฐกิจจีน ปัจจัยต่างๆเหล่านี้ส่งผลกระทบมหาศาลต่อประเทศอื่นๆ แต่ประเทศเวียดนามกับถูกคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจะยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่องถึงแม้อัตราการขยายตัวจะลดลงเล็กน้อยจากร้อยละ 6.7 เหลือร้อยละ 6.2 ในปี 2016 ที่ผ่านมา

ในภาคอุตสาหกรรมและตลาดรถยนต์ของเวียดนามได้มีการปรับทิศทางเช่นกัน เพื่อสอดรับกับอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจภายในประเทศ จากเดิมผู้ประกอบทางด้านยานยนต์เน้นการน้ำเข้ารถยนต์จากต่างประเทศเข้ามาขาย เพราะมีภาษีนำเข้าที่ถูกกว่าภาษีชิ้นส่วนรถยนต์ในกระบวนการผลิต จึงเกิดการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมระหว่างผู้นำเข้าที่มีต้นทุนที่ถูกกว่าผู้ผลิตภายในประเทศ

กระทรวงอุตสาหกรรมและกระทรวงการคลังของเวียดนามมีเป้าหมายที่จะให้ประเทศเป็นศูนย์กลางการผลิตรถยนต์ในภูมิภาค โดยการสร้างการเติบโตอุตสาหกรรมยานยนต์และการจ้างงานภายในประเทศและเพื่อความเป็นธรรมกับการแข่งขันระหว่างรถยนต์นำเข้าสำเร็จรูปและรถยนต์ผลิตเองในประเทศ จึงได้มีนโยบายปรับโครงสร้างภาษีชิ้นส่วนรถยนต์ภายในประเทศให้มีการจัดเก็บน้อยลง เพื่อลดต้นทุนของผู้ประกอบที่นำเข้าชิ้นส่วนรถยนต์มาผลิตเองในท้องถิ่น ซึ่งจะเป็นไปตามวิสัยทัศน์ของ ฯพณฯ ท่าน โด ทัง ไห่ รัฐมนตรีอุตสาหกรรมและการค้าของเวียดนามที่กล่าวไว้ในงาน “สมาร์ท อินดัสทรี เวิลด์ 2017” ณ กรุง ฮานอย

กระทรวงการคลังจึงได้แนะแนวทางระเบียบจัดเก็บภาษีมา 2 วิธี เมื่อมีการเปรียบเทียบแนวทางทั้งสองจึงได้บทสรุปออกมาว่า “จะมีการลดภาษีชิ้นส่วนรถยนต์ 163 ชนิด ซึ่งจากเดิมเก็บเฉลี่ยอยู่ที่ 14-16% เป็น 7% อัตรานี้สำหรับรถ 9 ที่นั่ง และเหลือเพียง1% สำหรับรถบรรทุก” จากแนวทางดังกล่าวจะทำให้ผู้ประกอบการเอกชนมีเงินเหลือเพิ่มขึ้น 535 แสนล้านด่อง

อัตราการจัดเก็บภาษีเป็นธรรมและก้าวหน้ามากขึ้นแต่มีเงื่อนไข การที่ผู้ผลิตจะได้ประโยชน์จากอัตราจัดเก็บภาษีรูปแบบใหม่ต้องมีการเติบโตเฉลี่ย 16-18% และมูลค่าการผลิตในท้องถิ่นจะต้องเพิ่มขึ้น 40% ซึ่งจะสอดคล้องกับแผนพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์แห่งชาติ หากเอกชนท้องถิ่นทำไม่ถึงเป้าตามเงื่อนไข จะต้องจ่ายภาษีในอัตราที่สูงกว่าที่เงื่อนไขกำหนดมาให้

จากเป้าหมายการผลิตรถยนต์ที่ต้องเติบโตให้ได้ 16% ต่อปี คิดเป็น 34,000 คัน ภายในปี 2018 และต้องเพิ่มจำนวนอย่างต่อเนื่องให้ได้ในทุกๆปีให้ถึง 61,000 คัน ในปี 2022 ด้วยเงื่อนไขนี้ หนังสือพิมพ์เตี่ยนฝองรายงานว่า มีเพียง 3 บริษัท เข้าข่ายมีคุณสมบัติ ได้แก่ เจือง ไห่ ออโตโมบิล, ฮุนได ถ่าน กง และโตโยต้า มอเตอร์ เวียดนาม

ส่วนรถบรรทุกผู้ผลิตต้องบรรลุเป้าให้ได้ 18% ต่อปีเช่นกัน และกระทรวงการคลังเห็นว่ามีเพียงเจ้าเดียวที่จะผ่านคุณสมบัตินี้

>> "ภาษีรถนำเข้า" ดูให้ดีก่อนซื้อรถ
>> กระทรวงการคลังประกาศลั่น ลดอัตราภาษีรถยนต์
>> จะเกิดอะไร? ถ้ารถ 7 ปีภาษีแพงขึ้น (มาก)

หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ วันที่ 28 สิงหาคม 2560

รีวิวรถ

ราคารถ