"ภาษีรถนำเข้า" ดูให้ดีก่อนซื้อรถ

ตลาดรถยนต์ในประเทศ | 19 มิ.ย 2560
แชร์ 36

“รถนำเข้า” ไม่จำเป็นต้องเป็นรถหรูเสมอไป รถที่ผลิตในต่างประเทศซึ่งทางผู้นำเข้าอิสระ หรือ “เกรย์มาร์เก็ต” ต้องการนำรถเหล่านั้น มาขายในประเทศไทย สามารถเป็นได้หมดทั้งรถหรู รถสปอร์ต รถไฟฟ้าที่ไม่ได้ผลิตและจำหน่ายในไทย แต่ต้องมีการเสียภาษีให้ถูกต้องตามข้อกำหนดของรัฐไม่เช่นนั้นแล้วอาจจะต้องโดนความผิดทางกฎหมายเหมือนที่กำลังเป็นข่าวอยู่ในช่วงนี้

นำเข้าแบบไหนก็ต้องเสียภาษีแพง

การนำเข้ารถมาสักคันก็มีทั้งแบบนำเข้ามาในสภาพพร้อมใช้งานได้เลย กับการนำเข้ามาแบบเป็นชิ้นส่วนอะไหล่แล้วมาประกอบเป็นรถแล้วนำไปจดทะเบียนซึ่งแบบนี้จะเสียภาษีน้อยกว่า รูปแบบการนำเข้ารถที่ตกเป็นข่าวที่ DSI ตรวจสอบส่วนใหญ่จะเป็นแบบที่หนึ่งเพราะว่าการนำเข้าโดยการแจ้งเป็นอะไลห่ในแบบที่สองจะต้องเสียค่าใช้จ่ายในการประกอบรถให้เป็นคันเหมือนเดิมยิ่งถ้าเป็นพวกรถหรู Super Car แล้ว ราคาการค่าประกอบยิ่งแพงหนักเข้าไปอีก ไหนจะประกอบรถกลับมาจะเนียนสวยเหมือนเดิมหรือไม่ก็ไม่รู้
 
รถนำเข้าประเภทต่างๆ จะมีการเสียภาษีไม่เท่ากัน
รถนำเข้าประเภทต่างๆ จะมีการเสียภาษีไม่เท่ากัน
 
ซึ่งทาง DSI กำลังไล่ตรวจสอบประวัติรถนำเข้ามาในราชอาจักรไทย คาดว่ารถเหล่านั้นจะเสียภาษีไม่ครบทุกขั้นตอน กระบวนการการจดประกอบผิดกฎหมายและว่าตอนที่แจ้งสำแดงราคาผู้แจ้งระบุราคารถต่ำกว่าราคาจริง ส่งจะมีผลต่อค่าเบี้ยภาษีที่ถูกลงกว่าเดิมทำให้รัฐสูญเสียเงินเป็นเป็น
“พันล้าน”
 
เลี่ยงภาษี = กำไรที่เพิ่มขึ้น

การนำเข้า 1 คันมีขั้นตอนภาษีที่ต้องชำระหลายขั้นตอนแต่ละขั้นตอนก็เป็นเงินจำนวนไม่น้อยจึงทำให้เกิดคำถามว่ารถหรู รถนำเข้าที่ราคาแสนแพงเหล่านี้ ภาษีที่ต้องจ่ายมันแพงแค่ไหน พวกขบวนการเลี่ยงภาษีรถยนต์นำเข้าถึงพยายามจะหาทางเลี่ยงภาษี รถนำเข้าที่ขายในบ้านเรามีราคาแพงหูฉี่ถ้าเสียภาษีถูกต้อง
 
ภาษีก็เหมือนเป็นต้นทุนของรถ พวกขบวนการหาทางเลี่ยงภาษีก็จะเป็นการลดต้นทุน ทำราคาขายได้ถูกกว่าตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการสักหน่อยก็ยังได้กำไรเยอะอยู่ดีหรือยิ่งถ้ารถบางรุ่นไม่มีตัวแทนจำหน่ายรถยนต์นำมาขายในประเทศไทยก็ยิ่งทำให้ผู้นำเข้าสามารถตั้งราคาได้อย่างอิสระ ฟันกำไรได้เนาะๆ
 
ภาษีรถยนต์นำเข้าเบ็จเสร็จแล้ว 328%

กรมศุลกากรก็จะมีวิธีการคำนวณและหลักเกณฑ์ในการประเมินภาษีของรถนำเข้าแต่ละคันไว้ ที่ส่งสัยกันมากมายว่าทำไมถึงแพงนักลองไปดูกันว่ารถนำเข้า 1 คันจะต้องเสียภาษีกี่ด่านอะไรบ้าง
 
โดยใช้เกณฑ์การประเมินราคา CIF (ราคา + ค่าประกันภัย + ค่าขนส่ง) เป็นฐานการประเมินอากรขาเข้า
  1. ราคา CIF (ราคา + ค่าประกันภัย + ค่าขนส่ง)
  2. ภาษีอากรขาเข้า 80% ของราคา CIF
  3. ภาษีสรรพสามิต = (C.I.F. + ภาษีขาเข้า + ภาษีค่าธรรมเนียมอื่นไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) x อัตราภาษี / 1 – ( 1.1 x อัตราภาษี )
            *( อัตราภาษี 2,500 c.c – 3,000 c.c. = 40%, > 3,000 c.c. = 50% )
  1. ภาษีกระทรวงมหาดไทย = 10% ของภาษีสรรพสามิต
  2. VAT 7% ของราคา CIF + ภาษีขาเข้า + ภาษีสรรพสามิต + ภาษีกระทรวงมหาดไทย
 ซึ่งรถเก่า มีอายุหลายปีก็จะมีเปอร์เซ็นต์ลดหย่อนลงไป โดยหักจากราคาขายตอนเป็นรถใหม่
- รถที่อายุมากกว่า 10 ปี จะประเมินตามสภาพ
- รถที่มีอายุระหว่าง 9 ปี – 10 ปี จะลดหย่อน 70%
 
ลองมาดูตัวอย่างหากราคา 4 แสน พร้อมบวกค่าจัดส่ง (ตามแต่โดนเท่าไหร่)

ยกตัวอย่างเช่น
  1. ราคาที่รวม CIF แล้วเป็น 450,000 (ราคา + ค่าประกันภัย + ค่าขนส่ง)
  2. อากรขาเข้า 80% = 360,000
  3. ภาษีสรรพสามิต = (450,000 + 360,000 x 50% / 1 – (1.1×50%) = 900,000
  4. ภาษีมหาดไทย 10% = 90,000 รวม 1,800,000 บาท
  5. VAT 7% =126,000 ดังนั้นราคารถ = 1,926,000 บาท
 ซึ่งตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน กรมศุลกากรเก็บภาษีรถยนต์นำเข้าในอัตรา 328%
 
 ราคาบิดเบือนให้ได้ภาษีถูก

กรมศุลกากรเก็บภาษีรถยนต์นำเข้าในอัตรา 328% หากผู้นำเข้าอิสระสำแดงราคานำเข้าต่ำทุกๆ 100,000 บาท ทำให้ต้นทุนผู้นำเข้าลดลง 328,000 บาท ถ้าสำแดงราคาลดลง 303,783 บาท ช่วยประหยัดเงินค่าภาษีคันละ 996,408 บาท ส่วนต่างที่เกิดขึ้นนี้ก็เป็นอีกช่องทางที่ทำให้ผู้ขายอิสระสามารถตั้งราคาขายรถยนต์ที่ได้ต่ำกว่าตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ
 
เอาสบายใจไม่ต้องกลัวเสียภาษีย้อนหลังก็ซื้อรถนำเข้ามือสองที่ผ่านการประมูลกงสุลดีกว่า
เอาสบายใจไม่ต้องกลัวเสียภาษีย้อนหลังก็ซื้อรถนำเข้ามือสองที่ผ่านการประมูลกงสุลดีกว่า
 
การเร่งปราบปรามตามเก็บรถนำเข้าที่เลี่ยงภาษี อาจจะทำเอาหลายๆ คนที่เป็นเจ้าของรถหรู เริ่มหนาวๆ ร้อนๆ กันว่ารถของตัวเองเสียภาษีครบหรือไม่ ถ้าครบก็ดีไปแต่ถ้ามีการตรวจสอบย้อนหลังแล้วพบว่ามีรถคันนั้นมีความพยายามเลี่ยงภาษีในบางขั้นตอนจะโดนเก็บภาษีย้อนหลังไม่ใช่น้อย ซึ่งผู้ซื้อรถนำเข้าเหล่านั้นไปจะต้องรับเคราะห์จ่ายภาษีที่ขาดไปโดยรู้เท่าไม่ถึงการ
 
ดังนั้นผู้ที่คิดจะซื้อรถนำเข้าที่เป็นมือสองจะต้องตรวจสอบรถที่จะซื้อแต่ละคันให้ดี ขนาดรถใหม่ที่มาจากผู้นำเข้ายังเสียภาษีไม่ครบถ้วน แล้วยิ่งรถมือสองยิ่งตรวจสอบยากเข้าไปอีก ถ้าไม่อยากปวดหัวภายหลังถ้าคิดจะซื้อรถนำเข้าแนะนำว่าซื้อรถจากตัวแทนนำเข้ารถอย่างเป็นทางการของรถแต่ละยี่ห้อจะดีกว่าหรือไม่เช่นนั้นก็ซื้อรถประมูลกงศุลไปเลยเพราะรถเหล่านั้นผ่านการตรวจสอบจากกรมศุลกากรเรียบร้อยแล้วไร้ปัญหาแน่นอน
 
ขอบคุณข้อมูลจาก ::  www.thansettakij.com

>> ดูเพิ่มเติม:
- ก่อนซื้อ ต้องสตาร์ท กับ 5 จุดสังเกตุ เพื่อรถมือสองที่คุ้มค่า
- ยกเลิกประกันรถยนต์ ทำง่าย แถมได้เงินคืน