Chery Group เปิดโรงงานประกอบรถยนต์ NEV ในไทย ลงทุน 5 พันล้าน นำร่องสายการผลิตแรกด้วย JAECOO 5 EV 2026 ตั้งเป้า 80,000 คันต่อปี ส่งออกทั่วอาเซียน








กลุ่มบริษัท Chery Group ร่วมกับ OMODA & JAECOO ประเทศไทย จัดพิธีเปิดโรงงานผลิตยานยนต์พลังงานใหม่ (NEV) อย่างเป็นทางการ ชูแนวคิด “The Future Starts Here” พร้อมเดินหน้าประกอบ JAECOO 5 EV 2026 เป็นรุ่นแรก
กลุ่มบริษัท Chery Group ได้จัดพิธีเฉลิมฉลองการเปิดโรงงานผลิตยานยนต์พลังงานใหม่ (NEV) อย่างเป็นทางการในประเทศไทย เพื่อตอกย้ำความมุ่งมั่นระยะยาวในการยกระดับประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางเชิงกลยุทธ์ด้านการผลิตยานยนต์พลังงานใหม่ของภูมิภาค โดยได้รับเกียรติจากผู้แทนภาครัฐ พันธมิตรทางธุรกิจ สถาบันการศึกษา และสื่อมวลชน เข้าร่วมเป็นสักขีพยาน








นายเฉิน ชุนชิง (Mr. Chen Chunqing) รองประธานบริหาร CHERY International เปิดเผยว่า การเปิดโรงงานในครั้งนี้เป็นการยืนยันถึงความมุ่งมั่นของกลุ่มบริษัทในการสร้างมาตรฐานการผลิตระดับโลก การเข้าถึงเทคโนโลยีขั้นสูง และการมีส่วนร่วมต่อเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนระดับโลก โดยปัจจุบัน Chery Group มีเครือข่ายศูนย์วิจัยและพัฒนา 8 แห่ง ฐานการผลิต 19 แห่ง และเครือข่ายจำหน่ายกว่า 3,000 แห่งทั่วโลก ซึ่งในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา Chery ได้ก้าวขึ้นเป็นผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติจีนรายแรกที่มียอดส่งออกรวมสะสมทะลุ 6 ล้านคัน
สำหรับการดำเนินงานในประเทศไทย Chery Group ได้ลงทุนกว่า 5,000 ล้านบาท บนพื้นที่ 104 ไร่ ภายใต้ชื่อบริษัท OMODA & JAECOO Manufacturing Co., Ltd. เพื่อสร้างศูนย์กลางการผลิตแบบครบวงจร (NEV Hub) สำหรับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โรงงานแห่งนี้ได้รับการติดตั้งเทคโนโลยีขั้นสูง รวมถึงกระบวนการเชื่อมตัวถังอะลูมิเนียม โดยตั้งเป้ากำลังการผลิตที่ 80,000 คันต่อปี ภายในแผนระยะ 5 ปี (2569–2573)






การผลิตในระยะแรกจะเริ่มต้นด้วยการประกอบแบบ KD (Knocked Down) โดยมุ่งเน้นไปที่รถยนต์พลังงานไฟฟ้า (BEV) ซึ่งรถรุ่นแรกที่จะประเดิมสายการผลิตคือ JAECOO 5 EV 2026 ตามมาด้วย JAECOO 6 EV, OMODA C5 EV, CHERY V23 และรุ่นอื่นๆ ภายในช่วงครึ่งปีแรก เพื่อส่งออกไปยังประเทศสมาชิกอาเซียน เช่น เวียดนาม มาเลเซีย และอินโดนีเซีย
นายเซดริก ซุย (Mr. Cedric Cui) ประธาน Chery Group (ประเทศไทย) เน้นย้ำว่า บริษัทไม่ได้เข้ามาเพียงเพื่อผลิตหรือจำหน่ายรถยนต์ แต่ให้ความสำคัญกับการทำธุรกิจในระยะยาว ตั้งแต่ความพร้อมของอะไหล่ การบริการหลังการขาย ไปจนถึงการพัฒนาบุคลากร โดยตั้งเป้าขยายเครือข่ายบริการให้ครอบคลุม 210 โชว์รูมภายในปีนี้ ภายใต้แนวคิด "Here to Care"
นอกจากนี้ ภายใต้แนวคิด “Here to Stay” กลุ่มบริษัทยังได้ร่วมมือกับกระทรวงแรงงาน กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน AHRDA รวมถึงวิทยาลัยเทคนิคในพื้นที่ระยองและชลบุรี เพื่อยกระดับศักยภาพแรงงานด้านเทคโนโลยียานยนต์สมัยใหม่ และในฐานะสัญลักษณ์แห่งความมุ่งมั่นต่อสังคมไทย รถยนต์ที่ผลิตในประเทศไทยล็อตแรกจะถูกส่งมอบให้แก่สภากาชาดไทย เพื่อสะท้อนแนวคิดการเติบโตทางอุตสาหกรรมที่ต้องควบคู่ไปกับการสร้างคุณค่าให้สังคมอย่างยั่งยืน
ตลาดรถมือสอง มีรถมากมายให้เลือกในราคาที่ถูกใจ