กทม. ใช้ไฟจราจรอัจฉริยะ Adaptive Control คำนวณปริมาณรถผ่าน CCTV นำร่อง 74 แยก ลดเวลารอไฟแดงกว่าครึ่ง เล็งขยายเพิ่ม 50 จุดในปี 2569



กรุงเทพมหานคร (กทม.) ร่วมกับกองบังคับการตำรวจจราจร (บก.จร.) เดินหน้ายกระดับการเดินทางของคนเมือง ด้วยการทดลองใช้ระบบสัญญาณไฟจราจรอัตโนมัติแบบอัจฉริยะ หรือ Adaptive Control เพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัด โดยนำร่องบริเวณแยกพระโขนง-สุขุมวิท 71 ซึ่งพบว่าสามารถลดระยะเวลาการรอสัญญาณไฟลงได้กว่าครึ่ง จากเดิม 12 นาที เหลือเพียงประมาณ 6 นาทีเท่านั้น
นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าบริเวณแยกสุขุมวิท 71 โดยเปิดเผยว่า บริเวณดังกล่าวมีลักษณะเป็นสามแยกซ้อนกัน 2 ส่วน (สุขุมวิทตัดพระราม 4 และสุขุมวิทตัดปรีดี พนมยงค์) ทำให้มีปริมาณรถสะสมหนาแน่น การนำระบบ Adaptive Control เข้ามาใช้ จะช่วยให้ระบบสามารถคำนวณปริมาณรถยนต์แบบเรียลไทม์ และปรับเปลี่ยนระยะเวลาสัญญาณไฟเขียวให้สอดคล้องกับท้ายแถวที่แท้จริง ส่งผลให้การเคลื่อนตัวของรถยนต์ทั้งสองแยกสัมพันธ์กันและไหลลื่นยิ่งขึ้น


ปัจจุบัน ภาพรวมของทางแยกในความดูแลของ กทม. มีจำนวนทั้งสิ้น 746 แยก โดยส่วนใหญ่ 433 แยก ยังคงใช้ระบบตั้งเวลาตายตัว (Fix Time) ซึ่งมักก่อให้เกิดปัญหาไฟเขียวแต่ไม่มีรถ หรือรถต้องจอดรอไฟแดงทั้งที่อีกฝั่งถนนโล่ง ทาง กทม. จึงได้เริ่มปรับเปลี่ยนมาใช้ระบบ Adaptive Control ที่ทำงานร่วมกับกล้อง CCTV และระบบประมวลผลอัจฉริยะแล้วจำนวน 74 แยก ครอบคลุมเส้นทางสายหลักที่มีรถหนาแน่น อาทิ ถนนสุขุมวิท พระราม 4 พหลโยธิน และสาทร
ผลการประเมินเบื้องต้นพบว่า ระบบไฟจราจรอัจฉริยะนี้สามารถลดระยะเวลาการเดินทางได้ถึง 10% - 41% ช่วยแก้ปัญหารถติดค้างกลางแยก (Grid Lock) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ กทม. มีแผนที่จะขยายการติดตั้งระบบ Adaptive Control เพิ่มเติมอีก 50 ทางแยกภายในปี 2569 เพื่อคืนเวลาชีวิตบนท้องถนนให้กับชาวกรุงเทพฯ ต่อไป
ตลาดรถมือสอง มีรถมากมายให้เลือกในราคาที่ถูกใจ