Honda เชื่อมั่น Accord e:HEV ใหม่ ยังแข่งขันกับรถ EV ในกลุ่ม D-Segment ได้

ตลาดรถยนต์ในประเทศ | 10 มิ.ย 2569
แชร์ 0

Honda มั่นใจ Accord e:HEV ใหม่ ยังแข่งขันกับรถ EV ในกลุ่ม D-Segment ได้ ด้วยจุดเด่นระยะทางวิ่งไกลกว่า 1,000 กม. ต่อถัง พร้อมมูลค่าขายต่อที่แข็งแกร่ง

ผู้บริหาร Honda ประเทศไทย มั่นใจ Accord e:HEV เจเนอเรชันใหม่ยังมีศักยภาพแข่งขันกับรถยนต์ไฟฟ้าในกลุ่ม D-Segment ด้วยจุดเด่นด้านระยะทางวิ่งกว่า 1,000 กม. ต่อการเติมน้ำมันหนึ่งถัง พร้อมมูลค่าขายต่อที่แข็งแกร่ง และไม่ปิดโอกาสปรับกลยุทธ์ด้านราคาในอนาคต

Honda มองตลาด D-Segment ยังทรงตัว แม้ EV จะเข้ามาแข่งขันมากขึ้น

นายฮิเดโอะ คาวาซากะ ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า แม้ปัจจุบันตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) จะมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ตลาดรถยนต์ D-Segment ยังไม่ได้หดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ และยังคงอยู่ในระดับทรงตัว

หลังจากการเปิดตัว Honda Accord e:HEV ใหม่ รุ่นที่ 11 เมื่อช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ฮอนด้ามั่นใจว่ารถรุ่นนี้จะสามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี ด้วยเทคโนโลยีไฮบริด e:HEV เจเนอเรชันที่ 3 ซึ่งได้รับการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพและสมบูรณ์ยิ่งขึ้น

จุดเด่นระยะทางวิ่งกว่า 1,000 กิโลเมตรต่อการเติมน้ำมันหนึ่งถัง

หนึ่งในจุดขายสำคัญของ Accord e:HEV ใหม่ คือความสามารถในการเดินทางได้ไกลกว่า 1,000 กิโลเมตรต่อการเติมน้ำมันเพียงหนึ่งถัง ช่วยเพิ่มความสะดวกในการใช้งานจริง โดยเฉพาะในช่วงที่โครงสร้างพื้นฐานด้านสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยยังอยู่ระหว่างการขยายตัว

ฮอนด้ามองว่าเทคโนโลยีไฮบริดในปัจจุบันเป็นทางเลือกที่เหมาะสมสำหรับการใช้งานจริง และสามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยผู้สนใจสามารถทดลองขับรถรุ่นดังกล่าวได้ที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ

มูลค่าขายต่อยังเป็นข้อได้เปรียบเหนือรถ EV

ในด้านราคา ฮอนด้าระบุว่าได้พิจารณาถึงการแข่งขันกับรถยนต์ EV ซึ่งได้รับแรงสนับสนุนจากมาตรการภาครัฐ ส่งผลให้ราคาระหว่างรถ HEV และ EV มีความแตกต่างกันอยู่ประมาณ 150,000 บาท

อย่างไรก็ตาม บริษัทมองว่าปัจจัยสำคัญไม่ได้อยู่ที่ราคาจำหน่ายเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงมูลค่าขายต่อในอนาคตด้วย โดย Honda Accord ยังคงได้รับความนิยมในตลาดรถมือสองและมีราคาขายต่อที่แข็งแกร่ง ขณะที่มูลค่าในระยะยาวของรถ EV ยังต้องใช้เวลาในการพิสูจน์ ทั้งนี้ ฮอนด้าไม่ได้ปิดโอกาสในการใช้กลยุทธ์ด้านราคาเพิ่มเติม หากมีความจำเป็นเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันในตลาด

D-Segment ยังคงตอบโจทย์ผู้ใช้ที่ต้องการความสะดวกสบาย

สำหรับรถยนต์ในกลุ่ม D-Segment ถือเป็นรถยนต์นั่งขนาดใหญ่ที่เน้นความหรูหราและความสะดวกสบายภายในห้องโดยสาร มาพร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน และสมรรถนะการขับขี่ที่ตอบโจทย์การใช้งานทั้งในเมืองและการเดินทางระยะไกล ทำให้ยังคงเป็นเซกเมนต์ที่มีความต้องการจากผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง แม้จะต้องเผชิญการแข่งขันจากรถยนต์พลังงานไฟฟ้ามากขึ้นก็ตาม