ประเทศไทยเอาด้วย ? เตรียมจะเลิกรถที่ใช้เครื่องยนต์ในปี 2035

ตลาดรถยนต์ในประเทศ | 25 มี.ค 2564
แชร์ 2

มีกระแสข่าวว่า คณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ จะยกเลิกรถที่ใช้เครื่องยนต์ในปี 2035 แท้จริงแล้วเป็นอย่างไร อนาคตของวงการยานยนต์ไทยจะมุ่งไปไฟฟ้าทั้งหมดจริงหรือ มาหาคำตอบกัน

ประเทศไทยเลิกรถเครื่องยนต์ในปี 2035 ? ประเด็นจากการประชุม "เพื่อกำหนดทิศทางการส่งเสริมยานยนตไฟฟ้า" โดยคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ หรือ บอร์ด อีวี ที่ตั้งเป้าการส่งเสริมรถยนต์ไฟฟ้าและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง หวังกระตุ้นภาคอุตสาหกรรมและเศรษกิจ และให้ไทยเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วนที่สำคัญของโลก

ประเทศไทยเลิกรถเครื่องยนต์ในปี 2035
ประชุมคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ

เมื่อวันที่ 24 มี.ค. 64 เวลา 13.30 น. ณ ห้องประชุม 109 สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ โดยมี นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมเพื่อกำหนดทิศทางการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า

รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในปัจจุบันทั่วโลกต่างตระหนักถึงปัญหาผลกระทบจากภาวะโลกร้อนที่เกิดจากการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศ ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดก๊าซเรือนกระจก จึงทำให้หลายประเทศไม่ว่าจะเป็นญี่ปุ่น จีน สหรัฐอเมริกา ประกาศเป้าหมายชัดเจนว่าจะลดการปล่อยคาร์บอนเป็นศูนย์ และงดการใช้รถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายใน ดังนั้น เพื่อให้ทิศทางการดำเนินงานนโยบายด้านพลังงานของไทยสอดคล้องกับกระแสของโลก จึงมีนโยบายลดการใช้รถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปไปสู่การใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งเป็นแนวทางหนึ่งในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

อ่านเพิ่มเติม
7 ไฮไลต์ รถใหม่ Motor Show 2021 โดดเด่นสะดุดตาและน่าสนใจเป็นพิเศษ
VOLVO XC40 EV เปิดขายในไทย 2.59 ล้านบาท พร้อมส่งมอบกรกฎาคม

Toyota Altis EV ฝีมือคนไทย
Toyota Altis EV ฝีมือคนไทย

ที่ประชุมได้ร่วมกำหนดแผนยุทธศาสตร์ส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศ เนื่องจากอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ผ่านมาผลิตเครื่องยนต์สันดาปซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ก่อให้เกิดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 จึงได้วางเป้าหมายการส่งเสริมการผลิตและการใช้รถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) โดยคาดการณ์ว่าในปี 2568 หรือภายใน 4 ปีข้างหน้า รถยนต์ไฟฟ้าจะมีราคาเทียบเท่ากับรถยนต์สันดาป เพื่อก้าวสู่เป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

ในการดำเนินงานขับเคลื่อนส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วนที่สำคัญของโลก ได้มอบหมายให้กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงพลังงาน และกระทรวงคมนาคม ร่วมกันพิจารณาส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้าประกอบด้วย รถยนต์ จักรยานยนต์ และรถบัสสาธารณะ โดยกระทรวงอุตสาหกรรมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมทั้งในส่วนของอุปทาน (ผู้ผลิต) โดยเฉพาะการเชื่อมโยงผู้ผลิตชิ้นส่วนและอุปกรณ์ที่เกี่ยวเนื่องในยานยนต์ไฟฟ้า รวมถึงผลักดันผู้ประกอบการที่มีศักยภาพ เพื่อเร่งให้เกิดการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยโดยเร็ว

เป้าหมายระยะแรก ในปี 2025 หรือ 4 ปี ข้างหน้า รวมจำนวน 1,055,000 คัน แบ่งเป็น

  • รถยนต์/รถปิกอัพ 402,000 คัน
  • รถจักรยานยนต์ 622,000 คัน
  • รถบัส/รถบรรทุก 31,000 คัน

เป้าหมายระยะกลางในปี 2030 หรืออีก 9 ปี รวม​จำนวน 15,580,000 คัน แบ่งเป็น

  • รถยนต์/รถปิกอัพ 6,400,000 คัน
  • รถจักรยานยนต์ 8,750,000 คัน
  • ถบัส/รถบรรทุก 430,000 คัน

เป้าหมายระยะสุท้ายในปี 2035 หรืออีก 14 ปี รวม​จำนวน 18,413,000 คัน แบ่งเป็น

  • รถยนต์/รถปิกอัพ 8,625,000 คัน
  • รถจักรยานยนต์ 9,330,000 คัน
  • รถบัส/รถบรรทุก 458,000 คัน

นโยบายระยะเร่งด่วนและมาตรการระยะ 1-5 ปี

กระตุ้นการใช้รถ EV ระยะเร่งด่วน โดยจะมุ่งส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้าทั้งประเภทสองล้อ สามล้อ และสี่ล้อไฟฟ้า โดยวางแผนจัดตั้งสถานีอัดประจุไฟฟ้าสำหรับรถยนต์และรถจักรยานยนต์ รวมทั้งส่งเสริมการจัดตั้งศูนย์ทดสอบมาตรฐานแบตเตอรี่และการบริหารจัดการซากแบตเตอรี่ที่เกิดจากการใช้งานภายในประเทศอย่างเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

มาตรการกระตุ้นระยะ 1-5 ปี ดำเนินการส่งเสริมการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิต การเตรียมการด้านการบริหารจัดการซากรถยนต์แบตเตอรี่ที่ใช้แล้ว โดยคำนึงถึงความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก ตามมาตรฐานสากล (EcoSystem) เพื่อส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าพลังงานสะอาด พร้อมกันนี้ ที่ประชุมยังได้พิจารณาแต่งตั้งคณะอนุกรรมการภายใต้คณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติขึ้น ได้แก่

1. คณะอนุกรรมการส่งเสริมอุตสาหกรรมการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วน

2. คณะอนุกรรมการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานและแบตเตอรี่เพื่อรองรับยานยนต์ไฟฟ้า

3. คณะอนุกรรมการประเมินผลกระทบด้านน้ำมันเชื้อเพลิงและก๊าซเรือนกระจกจากการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า

4. คณะอนุกรรมการส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อให้การส่งเสริมการผลิตและการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าดำเนินนโยบายไปอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล รวมทั้งเกิดการบูรณาการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศไทยให้เป็นรูปธรรมและทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี ซึ่งจะเป็นความร่วมมือกันในการเดินหน้านโยบายส่งเสริมรถยนต์ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง และนำพาประเทศก้าวสู่การเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วนที่สำคัญของโลก  

รองนายกรัฐมนตรียังได้กล่าวอีกว่า คณะกรรมการชุดนี้มีความสำคัญต่อประเทศ และอุตสาหกรรมของประเทศเป็นอย่างมาก ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำงานกันอย่างเต็มที่เพื่อให้เกิดนโยบายที่ชัดเจนที่จะทำให้บ้านเมืองเราสวยงามและทันสมัย

ประเทศไทยเลิกรถเครื่องยนต์ในปี 2035

"ZEV" การจำกัดความใหม่ สยบทุกดราม่า

ก่อนหน้านี้การส่งเสริมจะพูดกันคือ "รถยนต์ไฟฟ้า" ซึ่งนั้นก็หมายถึงรถยนต์ไฮบริด หรือปลั๊กอินไฮบริดก็เข้าเกณฑ์ แต่การสนับสนุนรอบใหม่จาก บอร์ด อีวี จะพูดกันเรื่อง ZEV ที่ย่อมาจาก Zero Emission Vehicle หรือ ยานยนต์ไร้ไอเสีย ที่สามารถใช้พลังงานอื่นได้เช่นกันรองรับถึงอนาคตด้วย เพียงขับเคลื่อนโดยการปล่อยไอเสียเป็น 0% ตัวอย่างเช่นตอนนี้มีทางเลือกอย่าง รถยนต์พลังไฮโดรเจน (แต่ก็ยังแปลงเป็นไฟฟ้าภายในระบบขับเคลื่อน)

ได้รับการยืนยันจากผู้บริหารระดับสูงของค่ายรถ เตรียมยกเลิกรถเครื่องยนต์นั้นมีมูล..

โดยเป็นการพูดถึงเรื่อง ZEV โดยแบ่งออกเป็นการส่งเสริมเพื่อใช้งานในประเทศ และการส่งเสริมเผื่อผลิต

  • นโยบายการใช้งานรถ ZEV ภายในประเทศ อัตรา 50% ภายในปี 2030 และเป็น 100% ภายในปี 2035
  • นโยบายการผลิตรถ ZEV อัตรา 30% ภายในปี 2030 และเป็น 50% ภายในปี 2035 ซึ่งเป็นการวางแผนผลิตเพื่อส่งออก

ประเทศไทยเลิกรถเครื่องยนต์ในปี 2035

2035 เลิกจำหน่ายรถเครื่องยนต์ เป็นเทรนด์โลกพอดี

บรรดาผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ของโลกทุกค่ายได้ประกาศแผนเตรียมเลิกผลิตรถที่ใช้เครื่องยนต์ในปี 2035 บางค่ายปรับให้ตัวเองเป็นไฮบริดเป็นอย่างน้อยเพื่อลดการคายไอเสียรถยนต์ และอีกหลายประเทศใช้ไม้แข็งประกาศแบนรถเครื่องยนต์ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ประเทศล่าสุดที่ใกล้ตัวเราอย่างสิงคโปร์ ก็ประกาศแบนพาหนะแบบเครื่องยนต์ (Internal Combustion Engine:
ICE) ภายในประเทศทั้งหมดภายในปี 2040    

จะดำเนินตามข้อสรุปอย่างไร ให้จับตาดูอย่างใกล้ชิด

ไม่ได้บังคับให้เลิก แต่จะส่งเสริม ZEV จนคนไทยเลือกใช้เอง ซึ่งทั้งหมดเกิดจากการวิเคราะห์ของบอร์ดว่า "ภายใน 4 ปีข้างหน้า รถยนต์ไฟฟ้าจะมีราคาเทียบเท่ากับรถยนต์สันดาป" แต่ว่ายังมีปัญหาจากนโยบายการส่งเสริมเดิมเช่น โครงการอีโคคาร์เฟส 2 ที่บางค่ายรถยังไม่ได้รถยนต์ในโครงการออกมาเลย และจะเห็นว่าแผนเรานั้นเร็วกว่าสิงคโปร์ด้วยซ้ำ ส่วนทำได้หรือไม่นั้นอีกเรื่อง.....

ตรวจเช็ก ราคารถยนต์มือสอง หาที่ถูกใจได้ง่าย มีให้เลือกเพีย

ningkun g