ใคร ๆ ก็ทำได้ เคล็ดลับง่าย ๆ ทำความสะอาดภายในรถด้วยตัวเอง

ประสบการณ์ใช้รถ | 2 ก.ค 2562
แชร์ 1

ทำความสะอาดภายในรถง่าย ๆ กับวิธีที่คุณเองก็สามารถทำได้ โดยไม่ต้องไปเสียเงินพึ่งคาร์แคร์

หลาย  ๆ คนอาจไม่รู้ว่าภายในห้องโดยสารของรถยนต์นั้นจำเป็นที่จะต้องได้รับการดูแลใส่ใจไม่แพ้ภายนอก อาจเป็นเพราะว่าภายนอกนั้นถ้ามีส่วนที่สกปรกหรือมีคราบ จะมองเห็นได้ง่ายกว่า ดังนั้นการทำความสะอาดภายในรถนั้น ๆ นาน ๆ จะเปิดฤกษ์ทำสักที ซึ่งบางครั้งก็อาจเป็นการทำความสะอาด กำจัดสิ่งสกปรกด้วยวิธีเบื้องต้นกับสิ่งที่มองเห็นด้วยตาเปล่า ไม่ได้ทำอย่างละเอียด

ใคร ๆ ก็ทำได้ เคล็ดลับง่าย ๆ ทำความสะอาดภายในรถด้วยตัวเอง

ใคร ๆ ก็ทำได้ เคล็ดลับง่าย ๆ ทำความสะอาดภายในรถด้วยตัวเอง

วันนี้เราจะมาเจาะลึกถึงปัญหาความสกปรกที่เกิดขึ้นในรถ พร้อมวิธีการทำความสะอาดที่ควรทำให้ถูกต้อง ซึ่งเป็นเรื่องที่สามารถทำได้ง่าย ๆ เพียงแค่มีเวลาสักหน่อยสำหรับการสะสางความสกปรกเหล่านี้ แต่ได้ผลลัพธ์ที่ดีในระยะยาว

1. สิ่งสกปรกที่เกิดจากการทานอาหารบนรถ

ด้วยชีวิตคนเมืองสมัยนี้มีแต่ความเร่งรีบ การใช้เวลาไปกับแต่ละกิจกรรมจึงมีจำกัด หลายคนจึงต้องบริหารเวลาด้วยการทำหลาย ๆ อย่างไปพร้อม ๆ กันอย่างเช่นการทานอาหารไปด้วยขับรถ ไปด้วย และนั่นอาจทำให้รถของคุณทิ้งคราบจากเศษอาหารเหล่านี้ได้ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องดื่มอย่างเช่นกาแฟ น้ำหวาน น้ำชา หรือจะเป็นจำพวกกากอาหาร เม็ดข้าว เศษขนม ซึ่งนอกจากจะทิ้งคราบแล้วจะยังทิ้งกลิ่นเอาไว้รบกวนได้อีกด้วย

ใช้แปรงเพื่อปัดเศษอาหารที่ตกหล่นอยู่บนเบาะรถ

ใช้แปรงเพื่อปัดเศษอาหารที่ตกหล่นอยู่บนเบาะรถ

วิธีทำความสะอาด : ปัญหานี้เบื้องต้นควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตนเองเสียก่อน เริ่มจากการงดการกินอาหารหนัก ๆ ในรถ บริหารเวลาของตัวเองให้ดีพยายามทานข้าวจากข้างนอกให้เรียบร้อย หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็เลือกทานอาหารที่ทานสะดวก ไม่มีกลิ่นแรง ถ้าเป็นเครื่องดื่มให้อยู่ในบรรจุภัณฑ์ที่หนาแน่น จัดวางเอาไว้ในที่เก็บที่หยิบจับสะดวก เพื่อป้องกันการหกเลอะเทอะ แนะนำให้มีผ้าหรือกระดาษทิชชู่เอาเผื่อกรณีที่อาหารเครื่องดื่มหก เอาไว้เช็ดทำความสะอาดเบื้องต้นป้องกันคราบฝังลึกได้ รวมทิ้งมีถุงที่คอยเก็บเศษขยะเรานี้รวบรวมไว้ให้เป็นระเบียบจุดเดียวกัน แล้วนำไปทิ้งทุกครั้งหลักการใช้รถไปหมักหมมเอาไว้จนเกิดเชื้อโรค ส่วนคราบเศษอาหารที่ตกหล่นให้ให้ที่ดูดฝุ่นเล็ก ๆ หรือแปรงมาใช้ในการทำความสะอาด

2. คราบสกปรกที่เกิดจากการสูบบุหรี่ในรถ

สิงห์อมควันหลายคนอาจใช้ห้องโดยสารของรถเป็นที่สูบบุหรี่ และกลิ่นควันของบุหรี่เองก็จะเข้าไปซอกซอนหมักหมมอยู่ตามอุปกรณ์วัสดุที่เป็นผ้าต่าง ๆ นอกจากนี้อาจจะยังมีเศษผงจากก้นบุหรี่่ร่วงกระจายไปทั่วบริเวณ และอาจจะทิ้งคราบบนเบาะเอาไว้

ควรมีภาชนะสำหรับทิ้งขี้บุหรี่และกุ้นบุหรี่ไว้รับรอง

ควรมีภาชนะสำหรับทิ้งขี้บุหรี่และกุ้นบุหรี่ไว้รับรอง

วิธีทำความสะอาด : การสูบบุหรี่บนรถก็เป็นอีกหนึ่งพฤติกรรมที่แนะนำว่าหากเลี่ยงได้ให้เลี่ยง ควรสูบให้เรียบร้อยก่อนขึ้นบนรถ หรือถ้าทางสะดวกก็จอดแวะสูบที่ข้างทาง หรือถ้าสะดวกที่จะสูบในรถให้หาภาชนะทิ้งขี้บุหรี่และก้นบุหรี่เอาไว้ในรถ อย่าเขี่ยบุหรี่ทิ้งออกนอกหน้าต่างเพราะนอกจากจะเสี่ยงเศษควันบุหรี่ลอยไปถูกรถคันอื่นแล้วยังผิดกฎหมายอีกด้วยในเรื่องของการทิ้งขยะลงบนพื้นที่ถนน วันไหนที่ว่าง ๆ มีเวลาก็ถอดเบาะออกมาปัดฝุ่นเพื่อเคาะให้คราบผงบุหรี่ที่ติดออกไป

3. สภาพอากาศที่สร้างความอับชื้นและสิ่งสกปรกในรถ

สภาพอากาศเมืองไทยที่เดี๋ยวร้อนเดี๋ยวหนาว เดี๋ยวแดดเดี๋ยวฝน เป็นอีกสาเหตุที่ทำให้รถของคุณสะสมความอับชื้นได้ อย่างหน้าฝนก็อาจมีคราบน้ำฝนที่เปียกมาติดเบาะ หรือในช่วงหน้าร้อนที่อาจมีคราบเหงื่อคราบไคลไหลย้อยไปติดกับเบาะ ซึ่งนี่ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้รถของคุณต้องสะสมความสกปรกเอาไว้โดยไม่ทันได้สังเกต

บริเวณเบาะรถเป็นส่วนที่กักเก็บความชื้นไว้

บริเวณเบาะรถเป็นส่วนที่กักเก็บความชื้นไว้

วิธีทำความสะอาด : เรื่องของสภาพอากาศเป็นเรื่องที่ควบคุมยาก หากเกิดปัญหาสิ่งสกปรกกวนใจขึ้นมาแล้วสิ่งเดียวที่จะทำได้คือการทำความสะอาด หากวันไหนแดดดี ๆ ก็ถอดเอาเบาะเอาพรมออกมาซัก ตากแดดบ้าง ทำความสะอาดด้วยการใช้ผ้าชุบมาเช็ดตรงที่เป็นคราบ ควรมีผ้าแห้งหรือผ้าซับเอาไว้ เผื่อเป็นกรณีฉุกเฉินยามที่เกิดฝนตกได้เอามาซับทั้งตัวเราเองทั้งเบาะรถ เพื่อป้องกันการเกิดความชื้นที่จะเกิดขึ้นได้ ซึ่งไม่เพียงแต่บริเวณเบาะ ควรดูไปจนถึงใต้เบาะ ใต้พรม ประตู หรือแม้แต่เพดานของรถด้วย เพราะอาจเกิดความชื้นหรือคราบต่าง ๆ ขึ้นที่บริเวณนั้นได้ด้วยเช่นกัน

4. น้ำหอมติดรถยนต์สร้างแบคทีเรียและหมักหมมเชื้อโรค

รู้หรือไม่ว่าน้ำหอมที่ให้กลิ่นอันแสนชื่นใจนั้น เป็นตัวการที่ทำให้ห้องโดยสารสกปรกแและมีกลิ่น เพราะในน้ำหอมมีสารเคมีมากมายที่จะระเหยออกมา ถึงแม้จะให้ความหอมแต่ไม่ได้หมายความว่าจะช่วยกำจัดกลิ่น เป็นเพียงการสร้างกลิ่นขึ้นมาเพื่อกลบอีกกลิ่นเท่านั้น ซึ่งด้วยเหตุนี้ก็ทำให้เกิดภาวะหมักหมมสะสมเชื้อแบคทีเรียจนเป็นสาเหตุของปัญหากลิ่นไม่พึงประสงค์ อีกทั้งยังมีคราบที่เหนียวที่ระเหยออกมาย้อยติดอยู่ตามซอกแอร์ได้อีกด้วย

หมั่นดูแลทำความสะอาดแอร์รถ

หมั่นดูแลทำความสะอาดแอร์รถ

วิธีทำความสะอาด : ในปัจจุบันผู้ขับรถหลายรายหลีกเลี่ยงการใช้น้ำหอมติดรถยนต์ หันมาใช้ผลิตภัณฑ์หรือสารให้ความหอมที่มาจากธรรมชาติแทนอย่างเช่นใบเตย ใบชาจีน หรือแม้แต่การใช้ถ่านมาช่วยในการดูดซับกลิ่น หรือสำหรับผู้ที่ใช้น้ำหอมแล้วเกิดคราบ ให้ทำความสะอาดที่ช่องแอร์ด้วย หมั่นตรวจสภาพเป็นประจำ เพราะสารเคมีจากน้ำหอมเหล่านี้จะเข้าไปอุดตันช่องแอร์ และอาจทำให้แอร์มีปัญหาได้

ดูเพิ่มเติม
>> ภัยร้ายจากน้ำหอมติดรถยนต์ กลิ่นติดทนแล้วดีต่อเครื่องยนต์และคนหรือเปล่า?

>> สำรวจ 7 พฤติกรรมอันตรายเมื่ออยู่หลังพวงมาลัย

5. ฝุ่นผงจากเครื่องสำอางสร้างคราบสกปรก

ปัญหานี้มาจากสาว ๆ เป็นส่วนใหญ่ ที่ชอบแต่งหน้าเสริมสวย ซึ่งเครื่องสำอางเหล่านี้เป็นตัวการทิ้งคราบได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นฝุ่นผงจากแป้งตลับที่จับมาตบ ๆ ก็คละคลุ้งฟุ้งไปทั่ว ไปกระจายติดตามเบาะตามผ้า หรือว่าจะเป็นผมที่ร่วงมาจากการหวี รวมไปถึงคราบจากเครื่องสำอางชนิดต่าง ๆ ที่อาจเลอะเปื้อนติดเป็นคราบได้อีกด้วยเช่นกัน

ใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดเบาะเพื่อล้างคราบเครื่องสำอาง

ใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดเบาะเพื่อล้างคราบเครื่องสำอาง

วิธีการทำความสะอาด : ถ้าการเสริมสวยบนรถเป็นเรื่องที่บอกให้งดไม่ได้ ก็มาดูวิธีในการทำความสะอาดกันเลยดีกว่า คราบฝุ่นผงจากแป้งหรือเศษผมกำจัดได้ด้วยการใช้ที่ดูดฝุ่นมาดูดซับออกไป ในบริเวณเบาะที่ผงแป้งอาจไปติดก็ดึงออกมาเคาะเอาฝุ่นออกได้ หรือถ้ามีเวลาก็ถอดออกมาซักทำความสะอาดบ้าง

6. ใช้รถมานานไม่ผ่านการทำความสะอาด

หลายคนชอบที่จะทำความสะอาดภายนอกมากกว่า เพราะเป็นส่วนที่จะเกิดคราบสกปรกที่มองเห็นได้ชัดเจนกว่า ส่วนภายในนั้นเรียกได้ว่านาน ๆ จะเข้าไปแตะต้องที อาจจะไปก็ต่อเมื่อตอนมีกลิ่นอบอวนมากแล้ว หรือมีเศษซากขยะสะสมจนล้นออกมาเกะกะทางเดินแล้ว ซึ่งการปล่อยความสกปรกไว้นานเช่นนี้ย่อมไม่ดีต่อสุขอนามัยต่อคุณเองและมีผลต่ออาการเสื่อมสภาพของรถคุณด้วย

ทำความสะอาดทุกส่วนในรถโดยไล่มาจากด้านบนลงล่าง ด้วยแปรงและผ้า

ทำความสะอาดทุกส่วนในรถโดยไล่มาจากด้านบนลงล่าง ด้วยแปรงและผ้า

วิธีทำความสะอาดภายในรถยนต

หากทุกข้อที่กล่าวมาทั้งหมดนั้นคุณทำเพียงแต่สิ่งที่จะทำให้เกิดความสกปรกขึ้นมา แต่ไม่ได้ทำความสะอาดเลย อาจจะต้องถึงเวลาการทำความสะอาดครั้งใหญ่สักที ซึ่งอาจจะต้องเริ่มด้วยวิธีการง่าย ๆ ดังนี้

  • เปิดประตูรถออกกว้าง เพื่อเป็นการระบายอากาศให้ถ่ายเท
  • ทำความสะอาดจากโซนด้านบนลงมาเริ่มด้วยการเช็ดฝุ่น ไล่จากเพดาน ลงมาคอนโซล พวงมาลัย เบาะ และช่วงพื้นที่ข้างล่างสุด โดยใช้แปรง และเช็ดถูด้วยผ้า
  • ใช้เครื่องดูดฝุ่นดูดฝุ่นทั่วบริเวณ ทั้งตามซอก ตามมุมต่าง ๆ 
  • เช็ดหลุมวางแก้วด้วยถุงเท้าคู่กับแก้วน้ำ เพียงนำถุงเท้ามาสวมไว้ที่แก้วน้ำ จากนั้นก็ใส่ไปในหลุมเพื่อเช็ดทำความสะอาด
  • ตรงกระจกใช้ผ้าหรือฟองน้ำเช็ดถูเบา ๆ อย่างเบามือเพื่อป้องกันการหลุดลอกฟิล์ม
  • ถอดผ้าคลุมเบาะ ดึงพรมออกมาซักเพื่อไล่ฝุ่นและขจัดความชื้น
  • สำหรับพรมใช้ไฮโดรเย่น ผสมกับน้ำเปล่าเล็กน้อย พรมลงบนพรม จากนั้นให้ใช้แปลงขัด
  • สำหรับเบาะผ้า ใช้น้ำส้มสายชูครึ่งถ้วย โซดา 1 ถ้วย น้ำยาล้างจานสูตรจากธรรมชาติ และ น้ำมะนาว ¼ ถ้วย ผสมให้เข้ากัน จากนั้นทำการพ่นลงเบาะที่มีรอยเปื้อน ต่อด้วยขัดด้วยแปลง และสุดท้ายใช้ผ้าสะอาดเช็ด
  • ในส่วนที่เป็นเครื่องหนังสามารถใช้ครีมหรือเจลมาทาเพื่อป้องกันอาการแตกและแห้ง
  • จัดเก็บ จัดวางของให้เข้าที่และมีระเบียบ

ทุกส่วนภายในของรถมีรายละเอียดซอกซอนเล็ก ๆ ต้องใส่ใจในรายละเอียดให้ดี

ทุกส่วนภายในของรถมีรายละเอียดซอกซอนเล็ก ๆ ต้องใส่ใจในรายละเอียดให้ดี

และทั้งหมดคือวิธีการทำความสะอาดภายในรถที่คนรักรถควรรู้และหมั่นทำตาม ดูแลภายนอกรถยนต์ให้ดูดี ดูสวยงามแล้ว อย่าลืมดูแลภายในรถให้สะอาดและมีกลิ่นหอมอยู่เสมอ เพื่อให้ทุกการใช้งานของคุณอยู่ท่ามกลางบรรยากาศที่ผ่อนคลายและดีต่อสุขภาพต่อตัวเอง

ดูเพิ่มเติม
>> FIVE FACT : 5 เหตุการณ์เกี่ยวกับรถในฤดูฝน

>> รถยนต์สีดำ! ทำอย่างไร? ให้ดูเงางามเหมือนใหม่อยู่เสมอ แนะนำ3 วิธีง่าย ๆ แต่สีรถสวยสดระยะยาว

ติดตามข่าวสารรถยนต์ คลิกที่นี่
ต้องการซื้อรถมือสองสภาพดี เชิญเข้าดูที่ตลาดรถตรงนี้

ANNOiNA