สำรวจ 7 พฤติกรรมอันตรายเมื่ออยู่หลังพวงมาลัย

18 เม.ย 2562
อุบัติเหตุบนท้องถนนร้อยละ 90 พบว่าเกิดจากพฤติกรรมความประมาทของผู้ใช้รถ ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้เห็นในหน้าหนังสือพิมพ์แทบจะทุกวัน และทุกครั้งที่มีการเกิดอุบัติเหตุก็จะมาพร้อมกับความสูญเสีย ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของชีวิตหรือทรัพย์สิน แน่นอนว่าไม่มีใครอยากให้มันเกิดขึ้นกับตัวเองแน่นอน

หลาย ๆ คนคงรู้ดีว่าพฤติกรรมแบบไหนที่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ แต่ก็ใช่ว่าทุกคนที่รู้แล้วจะปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด ด้วยความที่เคยชินและมองว่าอาจไม่เกิดขึ้นกับตัวเอง ก่อให้เกิดเป็นความชะล่าใจ และนำไปสู่โอกาสที่จะเกิดขึ้นได้ในอนาคต และเมื่อถึงเวลานั้นก็อาจจะสายเกินไปแล้ว

รวมอุบัติช่วง 7 วันอันตราย | 12-04-62 | ข่าวเที่ยงไทยรัฐ

ดังนั้นเรามาสำรวจพฤติกรรมเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุเหล่านี้กัน ว่าคุณก็เป็นหนึ่งในผู้ที่กำลังทำมันอยู่หรือเปล่า และหากพบว่าคุณเองก็อยู่ภาวะสุ่มเสี่ยงเราก็ขอให้คุณปรับมันซะ กับ 7 พฤติกรรมอันตรายเมื่ออยู่หลังพวงมาลัย

1. เปลี่ยนห้องโดยสารเป็นห้องนั่งเล่น : ขับรถจับพวงมาลัยด้วยมือข้างเดียว

1Hand-Driving

อย่าปล่อยชิลล์ขับรถมือเดียวนานเกินไป

เริ่มข้อแรก อาจพบว่าเป็นเรื่องที่หลาย ๆ คนก็อาจทำกัน อาจจะเป็นตอนที่ขับรถสบาย ๆ ในพื้นที่ที่เห็นว่าถนนโล่ง หรือเดินทางในต่างจังหวัดที่รถไม่พลุกพล่าน ก็ขับรถด้วยความผ่อนคลาย นอนชมวิวข้างทางไปขับรถไป โอ๊ย สบายใจ! ด้วยคิดว่าความเสี่ยงที่จะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันน้อยมาก หรืออาจจะใช้มืออีกข้างทำกิจกรรมอย่างอื่นร่วมไปด้วย อย่าได้ชะล่าใจไปค่ะ ถึงแม้เส้นทางข้างหน้าคุณอาจจะมองเห็นเป็นเส้นทางโล่ง โปร่งสบาย ขับง่ายไม่น่ากลัว แต่ใช่ว่าสายตาของคุณจะมองเห็นทุกอย่าง หากอยู่ ๆ รถต้องตกขอบถนน หรือตกร่องแอ่งน้ำที่ระยะสายตามองไม่เห็น รวมไปถึงอยู่ ๆ มีรถจากไหนไม่รู้วิ่งสวนวิ่งแซงมาให้ตกใจ การประคองพวงมาลัยด้วยมือข้างเดียว จะทำให้ประสิทธิภาพในการควบคุมรถต่ำลง อารามตกใจอาจทำให้พวงมาลัยหลุดมือได้ง่าย ๆ สติที่มีอาจจะเรียกมืออีกข้างมาประคองไม่ทันการ เมื่อนั้นรถอาจเสียหลักไปแล้วก็ได้ ดังนั้นทุกการขับขี่ไม่ว่าจะเจอสภาพถนนเป็นอย่างไร ควรจับพวงมาลัยสองมือเอาไว้ดีที่สุด หากมีความจำเป็นจริง ๆ ให้จอดรถและจัดการธุระให้เรียบร้อยเสียก่อนดีกว่า

2. เปลี่ยนห้องโดยสารเป็นผับ : เปิดเพลงเสียงดังและทำกิจกรรมเข้าจังหวะสุดเหวี่ยง



รถไฟชนกระบะเปิดเพลงเสียงดัง เสียชีวิต 1 เจ็บ 1 | ข่าวช่อง 8

การเปิดเพลงฟังขณะขับรถ เป็นกิจกรรมที่ผู้ขับขี่หลายคนทำเป็นประจำ เพราะช่วยให้การขับรถไม่น่าเบื่อ บางคนก็ชอบจะเปิดเพลงผ่อนคลาย บางคนก็เปิดเพลงสนุกสนานปลุกใจ และด้วยความที่เพลงที่เปิดอาจจะโดนใจ หลาย ๆ คนก็ร้องคลอตามและเร่งเสียงให้ดังขึ้นเพื่อให้ได้อรรถรส หรือบางเพลงที่จังหวะสนุกสนานมาก ๆ ก็อดไม่ได้ที่จะโยกตัวตาม แต่บางคนด้วยใจที่รักในเสียงดนตรี การโยกคอไปมาอาจไม่ตอบสนองความมันส์ที่เกิดขึ้น ยิ่งถ้ามีเพื่อนร่วมทาง ความพลุ่งพล่านในใจก็มากกว่าปกติ กิจกรรมเข้าจังหวะสุดเหวี่ยงก็บังเกิดขึ้น และก็เนรมิตห้องโดยสารเป็นผับขนาดย่อมและเกิดการ Dancing ขึ้นมา ระวังนะคะ การอินกับเพลงที่เปิดอยู่อาจทำให้คุณจดจ่อกับเนื้อหาเพลงและไม่ได้ยินเสียงสัญญาณต่าง ๆ ยิ่งถ้าเปิดเพลงเสียงดัง เสียงจากภายนอกไม่ว่าจะเป็นเสียงบีบแตรจากรถคันข้างหลัง หรือเสียงสัญญาณฉุกเฉินจากรถพิเศษต่าง ๆ ขอทาง อาจจะถูกกลบโดยเสียงเพลงโปรดของคุณ และการเต้นบนรถก็จะทำให้การควบคุมรถด้วยประสิทธิภาพลงด้วยเช่นกันนะคะ เสี่ยงการทำให้รถเสียการทรงตัวด้วย ดังนั้น ควรเพลิดเพลินแต่พอดี เปิดเพลงให้ได้ยินคลอเบา ๆ ไม่ให้ดัง และไม่สนุกสนานเกินไปค่ะ

ดูเพิ่มเติม
>> 
ไทยมียอดผู้ตายจากอุบัติเหตุทางถนนลดลง จากอันดับ 2 เป็นอันดับ 9 ของโลก
>> ข้อมูลน่ารู้เกี่ยวกับ “ถุงลมนิรภัย” มันคืออะไร? ทำงานอย่างไร? มาหาคำตอบกันค่ะ!

3. เปลี่ยนห้องโดยสารเป็นห้องครัว : ทานอาหารขณะขับรถ

Meal-In-Car

การทานอาหารในรถนอกจากจะเสี่ยงการหกเลอะเทอะแล้วยังส่งผลต่อการควบคุมรถ

ฮั่นแน่! รู้นะว่าคุณเองทำอยู่ใช่มั้ยกับการกินข้าวกินขนมบนรถ อันที่จริงไม่ใช่เป็นเรื่องที่ห้ามทำเด็ดขาด แต่เรียกว่าเป็นเรื่องที่ควรหลีกเลี่ยงได้ควรหลีกเลี่ยงจะดีที่สุด เพราะถ้าคุณเป็นคนขับ และทั้งขับไปด้วยกินไปด้วย มือของคุณที่มีแค่สองข้างก็ต้องแบ่งข้างนึงจับพวงมาลัยอีกข้างก็มาจับอาหาร หรือบางคนก็ใจเด็ดปล่อยสองมือทานอาหารไปด้วยขับรถไปด้วยก็มี แบบนี้เสี่ยงมาก ๆ เลยนะคะ เรื่องเปื้อนมือและหกเลอะเทอะหรือกลิ่นไม่พึงปรารถนา เป็นปัญหาจิ๊บจ๊อยที่ตามมา แต่ความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นขณะที่คุณละสายตาจากถนนหรือพวงมาลัยต่างหาก ที่อาจส่งผลร้ายแรงจนรถเสียหลักและเกิดอุบัติเหตุได้ อย่าปล่อยให้ความหิวครอบงำคุณ จอดรถและแวะทานอาหารให้เรียบร้อยดีกว่าค่ะ หรือเลือกกินอาหารที่หยิบจับง่าย ๆ ก็ได้หากมีความจำเป็นที่จะต้องกินและจะต้องขับรถไปด้วย แต่อาหารมื้อใหญ่ไม่แนะนำนะคะ หากเกิดอะไรขึ้นมา อาจเปลี่ยนจากมื้ออร่อยบนรถไปซดน้ำต้มที่โรงพยาบาลแทน

4. เปลี่ยนห้องโดยสารเป็นห้องแต่งตัว : แต่งหน้าขณะขับรถ

Makeup-In-Car

แต่งหน้าไปจับรถไประวังอาจต้องล้างใหม่ทั้งหน้า

เรื่องการแต่งหน้าแต่งตัวเป็นกิจกรรมประจำตัวของสาว ๆ หลาย ๆ คน กระจกมองหลังก็เป็นกระจกเอาไว้ดูเวลาแต่งหน้า คอนโซลกลางก็เป็นพื้นที่เก็บเครื่องสำอาง พื้นที่ข้างหลังก็ไว้เก็บเสื้อผ้า หรือแม้แต่ช่วงล่างของรถก็เอาไว้เก็บรองเท้า อันที่จริงเป็นรถของคุณคุณจะจัดการเก็บข้าวเก็บของยังไงก็ได้ แต่ก็ควรจัดทุกอย่างให้เป็นระเบียบ หยิบจับใช้สอยสะดวก ควรระมัดระวังไม่ให้มีสิ่งของไปอยู่ด้านช่วงล่างฝั่งคนขับ เพราะอาจไปไหลขัดขวางการเหยียบเบรคหรือคันเร่งของได้ อย่างเช่นรองเท้าส้นสูงเป็นต้น อีกทั้งพฤติกรรมการแต่งหน้าก็เช่นกัน หลีกเลี่ยงการแต่งหน้าขณะขับรถ อย่างที่บอกการทำกิจกรรมอะไรก็ตามและจับพวงมาลัยมือเดียวก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้ทั้งสิ้นดังนั้นควรจัดสรรเวลาให้เรียบร้อยก่อนดีกว่านะคะ แต่งหน้าแต่งตัวให้เรียบร้อย ขับรถก็คือขับรถ ทำอะไรหลาย ๆ อย่างสี่ยงต่อการเกิดอะไรที่เหนือการควบคุมได้ค่ะ

5. เปลี่ยนห้องโดยสารเป็นโรงภาพยนตร์ : จดจ่อกับการดูหนังจนไม่มีสมาธิในการขับรถ

Movie-In-Car

ดูหนังในรถเหมาะเป็นกิจกรรมสำหรับผุ้โดยสารมากกว่า

รถยนต์สมัยใหม่ในปัจจุบัน มาพร้อมกับเทคโนโลยีความบันเทิงมากมาย การติดตั้งจอภาพยนต์ก็ใช่กัน เป็นฟังก์ชันการใช้งานที่ตอบโจทย์ชีวิตบนท้องถนนสมัยใหม่ การเปิดหนังดูบนรถก็เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่นิยมทำกันขณะเดินทาง และแน่นอนว่าการจะดูหนังให้ได้อรรรถรสก็ต้องดูอย่างต่อเนื่องและดื่มด่ำไปกับบทบาทของตัวละคร แต่ถ้าคนที่จะดูและจดจ่อกับหนังเนี่ยเป็นคนที่ขับรถ ก็เห็นว่าคงจะไม่ดีเท่าไรนัก เพราะการขับรถเองก็ต้องใช้สมาธิ หากจดจ่ออยู่กับหน้าจอภาพยนต์ ก็จะให้เสียสมาธิในการควบคุมได้ ดังนั้นการดูหนังบนรถปล่อยให้เป็นหน้าที่ของผู้โดยสารจะดีกว่า คนขับรถควรใส่ใจบนท้องถนนมากกว่าหน้าจอนะคะ

6.เปลี่ยนห้องโดยสารเป็นห้องนอน : หลับในหรือทำกิจกรรมทางเพศระหว่างขับรถ

Sleep-In-Car

หากรู้ตัวว่ากำลังต้องการการนอนหลับให้จอดรถหาที่พัก ไม่ควรฝืนขับต่อ

ทุกคนก็อาจจะเคยนอนบนรถ แต่ก็ไม่ควรเป็นการนอนโงกขณะที่รถกำลังวิ่งนะคะ นั่นเรียกว่าหลับใน ก็รู้ใช่มั้ยคะว่าอุบัติเหตุที่เกิดจากการหลับในมีมาให้เห็นในข่าวหน้าหนึ่งเป็นประจำ ไม่ต้องแนะนำอะไรมากกับการหลับบนรถ เพราะสิ่งที่จะบอกก็คือให้หลีกเลี่ยงไปเสีย การง่วงขณะขับรถวิธีแก้ไขปัญหาที่ดีที่สุดคือจอดรถนอนหรือหาที่พักระหว่างทาง พักผ่อนให้เต็มที่แล้วค่อยตื่นมาเดินทางกันใหม่ค่ะ และอีกหนึ่งพฤติกรรมที่ไม่ควรทำขณะขับรถ นั่นก็คือกิจกรรมร่วมรัก หลายคู่อาจจะกระหนุงกระหนิงได้พอประมาณ เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องธรรมชาติ แต่ก็ควรให้อยู่ในสภาพธรรมชาติเช่นกันค่ะ การเล่นจ้ำจี้จ้ำไชบนรถไม่ควรทำขณะที่รถวิ่งเพราะอาจทำให้เกิดอารมณ์พลุ่งพล่านและทำให้เสียการควบคุมรถได้ หากมีความต้องการในเรื่องนี้ควรแวะหาที่พักจะปลอดภัยและดีที่สุดค่ะ หากจะจอดรถทำล่ะก็ เลือกที่ลับตาและให้มั่นใจจริง ๆ นะคะว่ารถของคุรติดฟิล์มดำที่ป้องกันคนภายนอกมองเข้ามา เพราะหากพลาดมีคนเข้ามาพบล่ะก็ อายตายเลย

7. เปลี่ยนห้องโดยสารเป็นตู้โทรศัพท์ : คุยโทรศัพท์ขณะขับรถ

อาจจะมีหลายคนที่ติดนิสัยคว้าโทรศัพท์มากดรับสายและแนบไว้กับหู นั่นหมายความว่าคุณต้องใช้มือข้างหนึ่งจับประคองโทรศัพท์ของตนไว้ และใช้มือแค่อีกข้างเดียวจับพวงมาลัย จำได้ใช่มั้ยคะ ความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุจากข้อหนึ่งที่เกิดจากการขับรถมือเดียว เพราะฉะนั้นหลีกเลี่ยงการคุยโทรศัพท์ขณะขับรถนะคะ หากมีความจำเป็นแนะนำให้ต่อเข้ากับลำโพงหรือใช้หูฟังแบบไร้สาย ที่สำคัญอย่าจดจ่อกับการคุยมากเกินไป ให้มีสมาธิบนท้องถนนกันด้วยนะคะ เพื่อความปลอดภัยในการขับขี่ต่อคุณเองและเพื่อนร่วมถนน

ทั้ง 7 ข้อเป็นเรื่องพื้นฐานที่คนขับรถทุกคนควรรู้อยู่แล้ว แต่เชื่อว่ามีหลายคนที่มีพฤติกรรมที่ว่ามา บางคนอาจจะ2-3 พฤติกรรม หรือบางคนก็อาจจะทำมันทุกอย่างด้วยเช่นกัน ดังนั้นหากหลีกเลี่ยงหรือปรับปรุงพฤติกรรมได้ ควรทำเป็นอย่างยิ่งนะคะ

ดูเพิ่มเติม
>> “เสี่ยงตาย-ชนกันง่าย”คนมะกันกังวล “รถยนต์ไร้คนขับ”
>> รู้ยัง!! ขับรถตอนกลางคืนอันตรายเทียบเท่ากับเมาแล้วขับเลยนะ

พึงระลึกไว้นะคะว่าการใช้ชีวิตอยู่บนท้องถนน ก็เหมือนกับการพาตัวเองไปเสี่ยงอยู่บนสงครามที่ไม่รู้เหตุการณ์ข้างหน้า อุบัติเหตุเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา แต่การป้องกันมันก็ควรเริ่มที่ตัวเองเป็นการดีที่สุดค่ะ ขอให้ทุกการขับขี่ของทุกท่านเต็มไปด้วยความปลอดภัยและราบรื่นนะคะ

ติดตามข่าวสารรถยนต์ เชิญที่นี่
ต้องการซื้อรถมือสองสภาพดี เชิญเข้าดูที่ตลาดรถตรงนี้

ANNOiNA

ข่าวที่ได้รับความสนใจ

ประเด็นร้อน

รีวิวรถ

ราคารถ