สอบใบขับขี่ 2563 รู้ไว้ ก่อนสอบ

สอบใบขับขี่ 2563 กับข้อมูลที่ผู้เตรียมสอบต้องรู้ นอกจากข้อสอบที่เตรียมอ่านมาแล้ว ยังมีเอกสารและรายละเอียดอะไรบ้างที่ต้องไม่พลาด พร้อมขั้นตอนการสอบฉบับละเอียด

การขอใบอนุญาตใบขับขี่ในปี 2563 กรมการขนส่งทางบกได้ปรับระบบการสอบใบขับขี่ใหม่ให้ยากกว่าเดิม โดยจากสถิติของกรมขนส่งมีผู้เสียชีวิตบนท้องถนนอันเนื่องมาจากอุบัติเหตุในประเทศไทยมากที่สุดในเอเชียและเป็นอันดับสองของโลก ทำให้กรมขนส่งเล็งเห็นถึงความสำคัญในการที่จะปรับมาตรฐานการสอบใบขับขี่ให้สูงขึ้น
 
เตรียมตัวและศึกษาข้อมูลให้พร้อมก่อนไปสอบใบขับขี่
เพื่อไม่เป็นการเสียเวลา ควรเตรียมตัวและศึกษาข้อมูลให้พร้อมก่อนไปสอบใบขับขี่

Chobrod พาไปอัปเดตข้อมูลที่ผู้เตรียมสอบใบขับขี่ 2563 ต้องรู้ ทั้งเรื่องคุณสมบัติของผู้เข้ารับการสอบ เอกสารที่ต้องเตรียม รวมถึงวิธีดำเนินการสอบทั้งรถยนต์และรถมอเตอร์ไซต์ โดยเรารวบรวมข้อมูลล่าสุดมาให้ฉบับละเอียด มือใหม่เข้าสอบ จะรู้แต่คำตอบนข้อสอบอย่างเดียวไม่ได้ ต้องรู้วิธีดำเนินการและข้อมูลทั้งหมดนี้ด้วย

คุณสมบัติของผู้เข้าสอบใบขับขี่รถยนต์

  • มีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ (แต่ถ้าเป็นผู้ขอใบขับขี่รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว สำหรับรถจักรยานยนต์ที่มีขนาดความจุกระบอกสูบรวมกันไม่เกิน 110 ลูกบาศก์เซนติเมตร ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 15 ปีบริบูรณ์)
  • มีความรู้ความสามารถในการขับรถ / ข้อบังคับการเดินรถตามพระราชบัญญัติรถยนต์ และตามกฎหมายว่าด้วยการจราจรทางบก
  • ไม่เป็นผู้มีร่างกายพิการจนเป็นที่เห็นได้ว่าไม่สามารถขับรถได้ เช่น ตาบอด ตาบอดสี หูหนวก หรือพิการด้านร่างกายอื่นๆ เป็นต้น
  • ไม่เป็นบุคคลวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือน / ไม่มีโรคประจำตัวที่ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมเห็นว่าอาจเป็นอันตรายขณะขับรถ
  • ไม่มีใบขับขี่รถชนิดเดียวกันอยู่แล้ว / ไม่เป็นผู้อยู่ระหว่างถูกยึดหรือเพิกถอนใบขับขี่

เอกสารที่ต้องเตรียมสำหรับการสอบใบขับขี่รถยนต์

  • บัตรประชาชนฉบับจริงพร้อมสำเนา (เซ็นสำเนาถูกต้อง พร้อมระบุเบอร์โทรศัพท์ติดต่อ)
  • กรณีชาวต่างชาติ ให้ยืนใบสำคัญบัตรประจำตัวคนต่างด้าว หรือหนังสือเดินทาง (PASSPORT) พร้อมสำเนา พร้อมยื่นใบสำคัญถิ่นที่อยู่หรือใบอนุญาตการทำงาน (WORK PERMIT) ซึ่งจะต้องยังไม่สิ้นอายุ
  • ใบรับรองแพทย์ ที่มีอายุนับจากวันที่แพทย์ออกให้ไม่เกิน 1 เดือน เพื่อแสดงว่าผู้ขอไม่มีโรคประจำตัวอันอาจเป็นอันตรายขณะขับรถ และไม่เป็นบุคคลวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือน ซึ่งมีอายุใช้ได้ตามที่แพทย์ผู้รับรองกำหนด
  • ใบรับรองการอบรม (กรณีผู้ทำการอบรมนอกกรมขนส่ง)

ขั้นตอนการสอบใบขับขี่

ขั้นตอนที่ 1. จองคิวอบรม

ขนส่งเปิดให้จองคิวอบรมผ่านช่องทางออนไลน์
ขนส่งเปิดให้จองคิวอบรมผ่านช่องทางออนไลน์

กฎหมายระบุเอาไว้ว่า ผู้ที่ขอรับใบขับขี่ใหม่จะต้องผ่านการอบรมจากทางกรมการขนส่งทางบกขั้นต่ำ 5 ชั่วโมง ดังนั้นจึงต้องมีการจองคิวอบรมก่อน โดยสามารถทำการจองได้หลายช่องทาง ได้แก่

  • เว็บไซต์ ebooking.dlt.go.th
  • เบอร์โทรศัพท์  02-2718888 หรือเบอร์ 1584
  • กรมการขนส่งหรือสำนักงานขนส่งฯ ใกล้บ้าน

ในช่วงนี้ไม่แนะนำให้เข้ายื่นเรื่องหรือไปรอจองคิวที่สำนักงาน เพราะทางกรมการขนส่งแจ้งให้ดำเนินการจองผ่านช่องทางออนไลน์เป็นหลัก และรับผู้เข้ารับบริการในจำนวนจำกัด จากสถารกาณ์การควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ดังนั้น ควรติดต่อจองคิวผ่านช่องทางออนไลน์ให้เรียบร้อยเสียก่อนจะดีที่สุด

ดูเพิ่มเติม
>> ใบขับขี่ 2563
>> ความสำคัญของใบขับขี่

ขั้นตอนที่ 2 ทดสอบสมรรถภาพร่างกาย

ขนส่งเปิดให้จองคิวอบรมผ่านช่องทางออนไลน์
ทดสอบร่างกาย

  • ทดสอบการมองเห็นสี ที่จำเป็นในการขับรถ (การมองสีสัญญาณไฟจราจร ไฟเขียว ไฟแดง ไฟเหลือง)
  • ทดสอบสายตาทางลึก (การกะระยะ ความใกล้/ไกล และ การเว้นระยะห่างจากรถคันหน้า)
  • ทดสอบสายตาทางกว้าง
  • ทดสอบปฎิกิริยาเท้า (ความสามารถในการควบคุมการเหยียบเบรค)

ขั้นตอนที่ 3 เข้ารับการอบรม

การอบรมที่สำนักงาน
การอบรมที่สำนักงาน

ผู้ขอสอบใบขับขี่ใหม่ ต้องอบรมขั้นต่ำ 5 ชั่วโมงตามที่กฎหมายกำหนด เนื้อหาในการอบรมจะเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการขับขี่ ได้แก่ หมวดกฏหมายจราจร, หมวดกฎหมายรถยนต์และรถจักรยานยนต์, หมวดเครื่องหมายจราจร, หมวดมารยาทและจิตสำนึก และหมวดการบำรุงรักษารถ ซึ่งเนื้อหาเหล่านี้จะปรากฏในข้อสอบข้อเขียนด้วยเช่นกัน ซึ่งหากผ่านการอบรมเรียบร้อยแล้ว ก็เข้าสู่ขั้นตอนต่อไปได้เลย

ขั้นตอนที่ 4 สอบข้อเขียน

การสอบข้อเขียนใบขับขี่
การสอบข้อเขียนใบขับขี่

ในการสอบข้อเขียน ผู้เข้าสอบขอรับใบขับขี่ จะต้องทำข้อสอบผ่านระบบ E-exam จำนวน 50 ข้อ และต้องผ่านเกณฑ์การทดสอบจำนวน 45 ข้อขึ้นไป หรือคิดเป็น 90% หากสอบไม่ผ่าน จะต้องเข้ารับการสอบใหม่ โดยไม่ต้องเข้ารับการอบรมใหม่ ในวันถัดไปหรือไม่เกิน 90 วันหลังอบรม หากมีการสอบทเพื่อรับใบขับขี่ทั้ง 2 ประเภท คือรถยนต์และรถจักรยานยนต์ จะต้องทำการสอบ 2 ครั้ง โดยจะใช้ข้อสอบที่สุ่มเลือกมาให้จากส่วนกลาง

ขั้นตอนที่ 5 สอบภาคปฏิบัติ

สอบใบขับขี่ภาคปฏิบัติ
สอบใบขับขี่ภาคปฏิบัติ

สอบภาคปฏิบัติ - รถยนต์ 

  • ท่าที่ 1 การขับรถเดินหน้าและหยุดเทียบทางเท้า
  • ท่าที่ 2 การขับรถเดินหน้าและถอยหลังในทางตรง
  • ท่าที่ 3 การขับรถถอยหลังเข้าจอดและออกจากช่องว่างด้านซ้าย
  • ท่าที่ 4 การหยุดและออกรถบนทางลาดชัน
  • ท่าที่ 5 การกลับรถ
  • ท่าที่ 6 การขับรถเดินหน้าเข้าจอดในช่องที่เป็นมุมฉาก
  • ท่าที่ 7 การขับรถโดยปฏิบัติตามเครื่องหมายจราจร

สอบภาคปฏิบัติ - มอเตอร์ไซค์

  • ท่าที่ 1 การขับรถโดยปฏิบัติตามเครื่องหมายจราจร
  • ท่าที่ 2 การขับรถทรงตัวบนทางแคบ
  • ท่าที่ 3 การขับรถผ่านทางโค้งรัศมีแคบรูปตัวแซด
  • ท่าที่ 4 การขับรถผ่านทางโค้งซ้ายและโค้งขวารูปตัวเอส
  • ท่าที่ 5 การขับรถหลบหลีกสิ่งกีดขวาง

ขั้นตอนที่ 6 ชำระค่าธรรมเนียมและถ่ายรูปติดบัตร

เมื่อสามารถสอบทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยทุกขั้นตอนแล้ว ก็เข้าสู่ขั้นตอนการชำระค่าธรรมเนียม โดยผู้ทำใบขับขี่รถยนต์ มียอดต้องชำระ 305 บาท และผู้ทำใบขับขี่รถจักรยานยนต์มียอดชำระ 205 บาท ดังนี้

  • ค่าธรรมเนียมขอมีบัตร 5 บาท
  • ค่าทำใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว 200 บาท
  • ค่าทำใบอนุญาตขับขี่รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว 100 บาท
  • ค่าถ่ายรูปเป็นบัตรสมาร์ตการ์ด 100 บาท

ทั้ง 6 ขั้นตอนนี้ คือการสอบใบขับขี่ 2563 ที่อัปเดตล่าสุดฉบับละเอียด ซึ่งดูแล้วไม่ได้ยากอย่างที่คิด หากเตรียมตัวไปให้พร้อมรับรองสอบผ่านแน่นอนภายในวันเดียว ที่สำคัญต้องตั้งใจรับฟังในการอบรม และพึงจดจำข้อปฏิบัติที่ได้ลงมือทำจริงในวันสอบ สำหรับการขับขี่ออกท้องถนนด้วย เพื่อความปลอดภัยในการขับขี่ของตัวคุณเองและเพื่อนร่วมถนน อย่าให้ใครมาพูดได้ว่า ขับรถแบบนี้ซื้อใบขับขี่มาหรือเปล่า ?

ดูเพิ่มเติม
>> ต่ออายุใบขับขี่เมื่อไหร่ดี !!!

>> ต่อใบขับขี่ 2563 ขั้นตอนใหม่ อัปเดตหลังโควิด

ติดตาม ข่าวรถยนต์ใหม่ ได้ที่นี่
ติดตามเรื่อง รีวิวรถยนต์ใหม่ ได้ที่นี่
ติดตามเรื่อง ราคารถยนต์ใหม่ ๆ ได้ที่นี่

ANNOiNA

ประสบการณ์ใช้รถ ดูทั้งหมด

ตลาดรถยนต์ต่างประเทศ ดูทั้งหมด

ตลาดรถยนต์ในประเทศ ดูทั้งหมด

ประสบการณ์ซื้อขายรถยนต์ ดูทั้งหมด

International