รถกี่ปีต้องตรวจสภาพ แล้วค่าตรวจสภาพรถเท่าไหร่บ้าง

ประสบการณ์ใช้รถ | 21 ก.ค 2564
แชร์ 0

รถอายุเท่าไหร่ถึงต้องเข้ารับการตรวจสภาพรถ ต้องนับอย่างไร และมีค่าตรวจสภาพรถเท่าไหร่ มาดูกันว่ารถของคุณถึงเกณฑ์เข้ารับการตรวจสภาพหรือยัง ต้องทำอย่างไรบ้าง

การตรวจสภาพรถ ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องทั่วไปที่คนมีรถจะทำหรือไม่ทำก็ได้ เพราะมันเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องทางข้อกฎหมายที่กำหนดเอาไว้ เพราะการต่อภาษีรถประจำปี รถที่อยู่ในข่ายต้องได้รับการตรวจสภาพเสียก่อน

ตรวจสภาพรถ
ตรวจสภาพรถ

การตรวจสภาพรถ เพื่อให้มั่นใจว่ารถจะมีสภาพที่มั่นคง แข็งแรง มีลักษณะ ขนาด และเครื่องอุปกรณ์ส่วนควบของรถ ถูกต้องตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยของผู้ขับรถ ผู้โดยสารไปกับรถคันนั้น ผู้ขับขี่รถคันอื่น ๆ คนเดินถนน รวมทั้งสภาพแวดล้อมต่าง ๆ

รถอายุกี่ปีต้องตรวจสภาพ

รถที่อยู่ในข่ายต้องได้รับการตรวจสภาพรถก่อนเสียภาษีประจำปี มีดังนี้

  • รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน ที่มีอายุใช้งานครบ 7 ปี ขึ้นไป
  • รถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกิน 7 คน ที่มีอายุใช้งานครบ 7 ปี ขึ้นไป
  • รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล ที่มีอายุใช้งานครบ 7 ปี ขึ้นไป
  • รถจักรยานยนต์ ที่มีอายุใช้งานครบ 5 ปี ขึ้นไป

การนับอายุการใช้งานของรถ ให้นับอายุทางทะเบียนโดยนับตั้งแต่วันที่จดทะเบียนครั้งแรก ถึงวันสิ้นสุดอายุภาษีประจำปี (วันครบกำหนดเสียภาษีประจำปี) ซึ่งรถที่จะต้องเข้ารับการตรวจสภาพในปี 2564 นี้เป็นปีแรก หมายความว่าจะต้องเป็นรถที่จดทะเบียนเมื่อปี 2557 นั่นเอง และรถที่จะทะเบียนในปี 2564 นี้ ก็จะเข้ารับการตรวจสภาพครั้งแรกคือปี 2571 นั่นเอง

ข้อกำหนดของการสภาพรถยนต์

รถที่จดทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบกทุกประเภท สามารถเข้ารับการตรวจสภาพที่สถานตรวจสภาพรถเอกชน (ตรอ.) ที่ได้รับอนุญาตจากกรมการขนส่งทางบก หรือหน่วยงานของกรมการขนส่งทางบกก็ได้

สามารถเข้ารับการตรวจ ที่ตรอ. ได้
สามารถเข้ารับการตรวจ ที่ตรอ. ได้

แต่รถที่ต้องนำไปให้นายทะเบียนตรวจสภาพที่หน่วยงานของกรมการขนส่งทางบกเท่านั้น เพราะสถานตรวจสภาพรถเอกชนไม่สามารถรับตรวจสภาพได้ ประกอบไปด้วยลักษณะรถดังนี้

  • รถที่ดัดแปลงสภาพผิดไปจากที่ได้จดทะเบียนไว้
  • รถที่เปลี่ยนสีหรือเปลี่ยนแปลงตัวรถหรือส่วนใดส่วนหนึ่งของรถให้ผิดไป จากรายการที่จดทะเบียนไว้ในสมุดคู่มือทะเบียนรถ (เช่น เปลี่ยนเครื่องยนต์ เปลี่ยนลักษณะรถ เปลี่ยน ชนิดน้ำมันเชื้อเพลิง เป็นต้น)
  • รถที่มีปัญหาเกี่ยวกับเลขตัวรถหรือเลขเครื่องยนต์ (เช่น ไม่ปรากฏตัวเลข ตัวเลขชำรุด หรือมีร่องรอยการแก้ไข ขูด ลบ หรือลบเลือน จนไม่สามารถตรวจสอบความถูกต้องได้ เป็นต้น)
  • รถที่เจ้าของได้แจ้งการไม่ใช้ชั่วคราว หรือแจ้งการไม่ใช้รถตลอดไปไว้
  • รถเก่าที่มีเลขทะเบียนเป็นเลขทะเบียนรุ่นเก่า ( เช่น กท-00001, กทจ-0001 เป็นต้น) ซึ่งรถดังกล่าวต้องเปลี่ยนทะเบียนรถใหม่เมื่อมีการนำมาเสียภาษีประจำปี
  • รถที่มีปัญหาเกี่ยวกับการถูกโจรกรรมแล้วได้คืน
  • รถที่ได้สิ้นอายุภาษีประจำปี (ขาดต่อทะเบียน) เกิน 1 ปี

โดยการตรวจสภาพรถ เจ้าของสามารถนำรถไปตรวจสภาพล่วงหน้าได้ไม่เกิน 3 เดือน ก่อนถึงวันสิ้นอายุภาษีประจำปี ใช้เอกสารเพียงเล่มทะเบียนตัวจริงพกไปด้วยเท่านั้น

ค่าตรวจสภาพรถยนต์

สำหรับอัตราค่าตรวจสภาพรถยนต์ มีข้อกำหนดเอาไว้ตายตัวจากกรมการขนส่งทางบก ให้ใช้ราคาเดียวกันทั่วประเทศดังนี้

  • รถจักรยานยนต์ คันละ 60 บาท
  • รถยนต์ที่มีน้ำหนักรถเปล่าไม่เกิน 1,600 กิโลกรัม คันละ 150 บาท
  • รถยนต์ที่มีน้ำหนักรถเปล่าเกิน 1,600 กิโลกรัม คันละ 250 บาท

ผลตรวจสภาพรถ ไม่ผ่าน ทำอย่างไร?

หากผลตรวจสภาพรถปรากฏว่า รถอยู่ในเกณฑ์ผ่านการตรวจสภาพ สถานตรวจสภาพรถจะออกใบรับรองการตรวจสภาพรถตามแบบที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด

หากผลตรวจสภาพไม่ผ่าน ให้นำรถไปแก้ไขใหม่ภายใน 15 วัน
หากผลตรวจสภาพไม่ผ่าน ให้นำรถไปแก้ไขใหม่ภายใน 15 วัน

สำหรับรถที่ผลตรวจสภาพรถอยู่ในเกณฑ์ไม่ผ่านการตรวจสภาพ สถานตรวจสภาพรถจะแจ้งข้อบกพร่องที่เป็นเหตุให้รถนั้นไม่ผ่านการตรวจสภาพให้เจ้าของทราบ เพื่อจะได้นำรถไปแก้ไขข้อบกพร่องแล้วนำมาตรวจใหม่ หากแก้ไขแล้วนำไปตรวจสภาพที่สถานตรวจสภาพรถเอกชนแห่งเดิมภายใน 15 วัน จะเสียค่าตรวจใหม่ ในอัตราครึ่งหนึ่งของค่าบริการที่กำหนดไว้ แต่หากเกิน 15 วัน หรือไปตรวจที่สถานตรวจสภาพรถเอกชนแห่งอื่นจะเสียค่าบริการเต็มอัตรา

การตรวจสภาพรถใช้เวลาไม่นานประมาณ 10-20 นาที โดยจะรู้ผลตรวจสภาพรถได้ในทันที และในช่วงสถานการณ์เช่นนี้ แม้จะไม่สามารถตรวจสภาพรถ ออนไลน์ได้ ยังจำเป็นที่จะต้องเดินทางไปเข้ารับการตรวจสภาพแต่เราสามารถต่อภาษีออนไลน์ได้ โดยไม่ต้องไปถึงขนส่ง

ดูเพิ่มเติม
>> ต่อภาษีรถ 2564 ราคาเท่าไหร่ ? ต้องจ่ายยังไง

>> จอดรถในที่ห้ามจอด เกิดอุบัติเหตุ ประกันรับเคลมหรือเปล่า

เข้าดู รถยนต์มือสองราคาถูก ได้ที่นี่

ANNOiNA