ค่า Excess คืออะไร ? ทำประกันชั้น 1 ไว้ ยังต้องจ่ายอีกไหม ?

ประสบการณ์ใช้รถ | 7 ส.ค 2563
แชร์ 15

ทำความรู้จักกับเรื่องของประกันรถยนต์ที่คนมีรถต้องรู้ ค่า Excess คืออะไร ? เมื่อไหร่ที่จะต้องจ่าย แล้วประกันรถยนต์ชั้น 1 ยกเว้นค่า Excess ให้หรือเปล่า ?

หากทำประกันเอาไว้แต่ยังไม่เคยเคลมเลยสักครั้ง อาจจะไม่คุ้นคำว่าค่า Excess สักเท่าไหร่ หรืออาจเคยได้ยินแต่ก็ไม่รู้ว่าคืออะไร แต่เรื่องสำคัญเช่นนี้ ผู้ที่ทำประกันจะไม่สนใจก็คงจะไม่ดีนัก เพราะถ้าเมื่อไหร่เกิดเหตุที่ทำให้ต้องเรียกประกันหรือติดต่อขอเคลม แล้วทางบริษัทแจ้งว่าจะต้องเสียค่าเสียหายส่วนแรกด้วย อาจะทำให้คุณเกิดความไม่เข้าใจและตั้งคำถามขึ้นมาได้ ว่าทั้งที่ทำประกันชั้น 1 เอาไว้แล้ว แล้วทำไมถึงยังต้องเสียค่า Excess ดังกล่าวอีก

ค่าเสียหายส่วนแรกคืออะไร ?

คือวงเงินที่ระบุในกรมกรรม์เอาไว้ว่า ถ้าหากเกิดอุบัติเหตุใด ๆ ที่ทางผู้เอาประกันเป็นฝ่ายผิดเอง จะต้องรับผิดชอบ ชดใช้ค่าเสียหายในส่วนแรกนี้ด้วยตัวเอง เช่น จ่ายค่าซ่อมรถ หรือค่ารักษาให้คู่กรณี โดยค่าเสียหายส่วนแรกนี้ แบ่งออกมาเป็น 2 รูปคือ

ค่า Deductibles

เป็นค่าเสียหายส่วนแรกภาคสมัครใจ ที่ทางผู้ทำประกันจะแจ้งกับทางบริษัทว่าสมัครใจจะรับผิดชอบค่าเสียหายส่วนแรกด้วยตัวเองเมื่อเกิดอุบัติที่ตนเป็นฝ่ายผิดขึ้น ซึ่งการขอแจ้งทำค่า Deductible จะช่วยลดเบี้ยค่าประกันเต็มตามจำนวนมูลค่าที่ขอแจ้งจ่าย

ค่าเสียหายส่วนแรก
หากขับรถไปชนและเป็นฝ่ายผิด ต้องเสียค่าเสียหายส่วนแรก

เช่น ค่าเบี้ยประกัน 20,000 บาท ทางผู้เอาประกันแจ้งขอรับผิดชอบค่า Deductible หรือที่รู้จักในนามค่าดีดีก เป็นจำนวน 2,000 บาท เบี้ยประกันก็จะถูกลดลงไปให้จ่ายเพียง 18,000 บาทเท่านั้น และสมมุติว่า เมื่อเกิดการเคลมความเสียหายขึ้น มีค่าความเสียที่ถูกเรียกเก็บ 10,000 บาท ทางผู้เอาประกันจะจ่ายเองก่อน 2,000 บาท ส่วนทางบริษัทจะรับผิดชอบในส่วนที่เหลือให้เอง ถ้าหากตลอดระยะเวลาสัญญา ทางผู้เอาประกันไม่มีรายการเรียกเคลมเลย หรือเกิดกรณีที่ตนเป็นฝ่ายถูก ก็เท่ากับว่าช่วยประหยัดเงินไปถึง 2,000 บาทเลยทีเดียว

ค่า Deductible ช่วยลดค่าเบี้ย
หากมั่นใจในการขับรถ ค่า Deductible จะช่วยลดค่าเบี้ยได้

ค่าดีดัก เป็นเหมือนทางเลือกที่ช่วยลดเบี้ยประกันซึ่งจะทำหรือไม่ทำก็ได้ หากมั่นใจในการขับขี่ ว่าเป็นผู้ขับรถที่ดี ไม่มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นแน่นอน หรือโอกาสเกิดขึ้นน้อยมาก การแจ้งทำค่า Deductible จะช่วยประหยัดค่าเบี้ยประกันให้ถูกลงได้เยอะเลยทีเดียว โดยทางผู้เอาประกันจะระบุจำนวนเงินเท่าไหร่ก็ได้ตั้งแต่ 1,000-5,000 บาท เมื่อไหร่ที่เกิดอุบัติเหตุขึ้นมา ก็ต้องรับผิดชอบค่าเสียหายแรกที่ตกลงเอาไว้เต็มจำนวน อย่างไรก็ตาม ทางผู้เอาประกันเองก็ควรเลือกรับค่าเสียหายส่วนแรกตามจำนวนที่คิดว่าคุ้มค่าและรับผิดชอบชดใช้ได้ไหวเมื่อเกิดเหตุขึ้นจริง ไม่ใช่เพียงแค่คิดว่า อยากลดเบี้ยประกันให้เยอะเท่านั้นแล้วพอถึงเวลาเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นมากลับไม่มีจำนวนเงินเพียงพอที่จะจ่าย แบบนั้นก็จะเป็นผลเสียต่อคุณเอง

ดูเพิ่มเติม
>> ประกันรถยนต์ 2563
>> ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ สิ่งที่ประกันมักชอบปกปิด

ค่า Excess

ค่าเสียหายส่วนแรกภาคบังคับ ที่ถูกกำหนดโดย คปภ. เป็นค่าเสียหายที่เกิดขึ้นจากความประมาทจากการขับขี่โดยไม่มีคู่กรณีที่ผู้ขับขี่ต้องรับผิดชอบเมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้น และทางผู้ขับขี่ไม่สามารถแจ้งให้ทางบริษัทประกันทราบถึงสาเหตุที่มาของร่องรอยนั่นได้ทราบอย่างแน่ชัด หรือไม่สามารถระบุคู่กรณีได้นั่นเอง โดยค่า Excess จะอยู่ที่ 1,000-2,000 ต่อครั้ง และไม่ได้มีผลช่วยให้ค่าเบี้ยประกันลดลงแต่อย่างใด และจะเรียกเก็บสำหรับการเคลมประกันรถยนต์ชั้น 1 เท่านั้น

ค่า Excess
ค่า Excess เหมาะสำหรับผู้ที่ใช้รถบ่อย

สำหรับการเลือกรับค่าเสียหายในรูปแบบค่า Excess เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องใช้รถบ่อย จ่ายค่าเบี้ยราคาเต็มทีเดียวไม่ต้องลดค่าเบี้ยใด ๆ จะได้ไม่ต้องกังวลว่าจะเป็นฝ่ายถูกหรือผิดเมื่อเกิดอุบัติเหตุ ก็สามารถที่จะเลือกไม่รับค่าเสียหายส่วนแรกก็ได้ แล้วแต่ความเหมาะสมและความพึงพอใจของแต่ละคน 

ทำประกันชั้น 1 ไว้แล้ว ทำไมยังต้องมีค่า Excess

หลายคนเองก็อาจมีคำถามว่า ทำไมถึงยังต้องเสียค่า Excess ในเมื่อทำประกันชั้น 1 เอาไว้แล้ว คำตอบก็คือ ค่าเสียหายส่วนแรกมีไว้เพื่อให้คนขับมีความระมัดระวังในการใช้รถ ใช้ถนนมากขึ้น และเพื่อป้องกันความใจที่ผิดพลาดของผู้ขับรถที่คิดว่าทำประกันชั้น 1 เอาไว้แล้ว จะขับรถแบบไหนก็ได้ ไม่ต้องรับผิดอะไรถ้าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นมา เพราะหากทุกคนที่ทำประกันรถยนต์ชั้น 1 เอาไว้มีความคิดแบบเดียวกันนี้ จะทำให้ขับขี่บนท้องถนนมีความเสี่ยงเกิดอุบัติที่เกิดขึ้นเพิ่มมากขึ้น ดังนั้นการเรียกค่าเสียหายส่วนแรก ก็เป็นเหมือนการช่วยควบคุมพฤติกรรมการขับขี่บนท้องถนนได้นั่นเอง

ค่า Excess เคลมประกัน
ค่า Excess มีไว้ป้องกันการเรียกเคลมความเสียหายที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริง

อีกทั้งการเรียกค่า Excess มีไว้เพื่อป้องกันกรณีที่ผู้เอาประกันแจ้งเคลมทั้งที่ไม่ได้มีอุบัติเหตุใด ๆ เกิดขึ้นจริง แต่เป็นการสร้างสถานการณ์เพื่อเรียกค่าเสียหายในการซ่อมแซมเพื่อหวังเปลี่ยนแปลงรถของตนใหม่โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ เช่น จัดการทำสีรถให้เป็นรอย โดยอ้างว่าถูกกลั่นแกล้งเพื่อแจ้งเคลมและรอรับค่าซ่อมแซม เพียงเพื่ออยากทำสีรถใหม่ หรืออยากเปลี่ยนอะไหล่และอุปกรณ์เลยแสร้งว่าเกิดอุบัติเหตุเกิดขึ้นจริงและต้องการซ่อมแซม จึงมาขอเรียกเคลมกับประกัน เป็นต้น ดังนั้น ทางบริษัทประกันจึงออกมาตรการป้องกันเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ดังกล่าว ด้วยการกำหนดค่า Excess ขึ้น ที่จะเรียกเก็บในกรณีที่จะยกตัวอย่างดังต่อไปนี้

  • รถถูกกรีด ขีดข่วน โดยที่ไม่สามารถหาคู่กรณีได้
  • เกิดความเสียหายที่เกิดจากการขับขี่ที่ประมาทกับสิ่งอื่นที่ไม่ใช่รถยนต์ เช่น ขับรถไปชนกับกระถางต้นไม้ หรือขับรถไปเหยียบตะปู
  • ถูกของที่บรรทุกจากรถคันข้างหน้าหล่นใส่รถ
  • หินหรือกิ่งไม้กระเด็นใส่รถเป็นเหตุให้กระจกแตก และไม่รู้ที่มา นับว่าเป็นอุบัติเหตุที่หาคู่กรณีไม่ได้
  • แจ้งขอเคลมว่าได้รับความเสียหายจากการถูกชน แต่ไม่สามารถแจ้งข้อมูลและรายละเอียดคู่กรณีได้
  • คู่กรณีเป็นสัตว์ เช่น สุนัขกัดรถ หนูกัดสายไฟในห้องเครื่อง
  • ความเสียหายใด ๆ ที่ไม่สามารถระบุรายละเอียดต่าง ๆ เกี่ยวกับเหตุที่เกิดขึ้นได้ หรือตรวจสอบร่องรอยแล้วพบว่าไม่ตรงกับสาเหตุที่ให้ข้อมูลเอาไว้ เช่น แจ้งว่ารถชนเข้ากับรถมอเตอร์ไซต์ แต่ดูรอยแล้วเหมือนขับไปเฉี่ยวชนกับเสาหลัก เป็นต้น

โดยปกติแล้ว เมื่อเกิดอุบัติเหตุ หากไม่อยากเสียค่า Excess หลัก ๆ คือต้องแจ้งลักษณะการเกิดเหตุที่ถูกต้อง ชัดเจน สามารถระบุ วัน เวลา สถานที่ และถ้าจะให้ดีต้องถ่ายรูปเก็บหลักฐานเอาไว้ด้วย เพราะกรณีทั้งหมดข้างต้นนั้น หากมีการพิสูจน์ชัดเจนว่าไม่ได้เกิดจากความผิดพลาดจากทางผู้ขับขี่เอง ก็มีสิทธิ์ที่จะได้รับการยกเว้นค่า Excess ได้

ค่าเสียหายส่วนแรก กรมธรรม์
ตรวจสอบเงื่อนไขกรมธรรม์ให้ดี เพื่อผลประโยชน์ของคุณเอง

สรุปแล้ว ค่าเสียหายส่วนแรกก็คือวงเงินที่ทางบริษัทประกันภัยและผู้เอาประกันช่วยกันจ่ายนั่นเอง ซึ่งรายละเอียดจะระบุเอาไว้ในเงื่อนไขตามสัญญา ที่หลายคนเองอาจจะไม่รู้มาก่อนว่ามีค่าดังกล่าว จนกระทั่งเมื่อถึงเวลาที่ถูกเรียกเก็บตอนเคลมขึ้นมา ถึงจะได้รู้ตอนนั้นว่าต้องจ่าย ดังนั้นตรวจสอบรายละเอียดและสอบถามกับทางตัวแทนให้ดี รวมถึงประเมินพฤติกรรมการขับขี่ของตัวเองด้วยว่าเหมาะที่จะเลือกรับค่าเสียหายส่วนแรกรูปแบบใด หากมั่นใจในฝีมือการขับขี่ เลือกรับแบบ Deductible เพื่อช่วยลดเบี้ยประกัน หรือใช้รถบ่อยและให้ทางบริษัทช่วยรับภาระเมื่อเกิดอุบัติเหตุ ไม่ต้องกังวลว่าตนผิดหรือถูก ก็เลือกรับแบบ Excess แทน

ดูเพิ่มเติม
>> หมากัดรถ ประกันจ่ายไหม ถามหาความรับผิดชอบจากใคร ?

>> ส่วนต่าง ประกันชั้น 1 เราหรือบริษัทต้องจ่าย ?

​ติดตาม ข่าวรถยนต์ใหม่ ได้ที่นี่
ติดตามเรื่อง รีวิวรถยนต์ใหม่ ได้ที่นี่
ติดตามเรื่อง ราคารถยนต์ใหม่ๆ ได้ที่นี่
เข้าดู รถมือสองได้ที่นี่

ANNOiNA