คำนวณค่างวดรถมือสองง่าย ๆ ไม่ต้องง้อไฟแนนซ์

ประสบการณ์ใช้รถ | 19 ส.ค 2564
แชร์ 0

จะซื้อรถมือสองต้องรู้ กับวิธีคำนวณค่างวดรถมือสองฉบับละเอียด ไม่ต้องรอไฟแนนซ์ คิดง่าย ๆ ทำได้ด้วยตัวเอง เตรียมเอาไว้ก่อนไปซื้อ เผื่อการวางแผนด้านการเงินที่ดี

ดูโทรทัศน์ก็เจอโฆษณารถใหม่ออกมายั่วตายั่วใจให้เห็นบ่อย ๆ เปิดอินเตอร์เน็ตเล่นโซเชียลก็เจอโปรโมชันรถดี ๆ น่าสนใจน่าไปจัดไปซื้อ แต่เปิดกระเป๋าเงิน ทรัพย์สินที่มีก็คงไม่เพียงพอจะซื้อรถใหม่ หลายคนจึงมองรถมือสองเป็นทางเลือกที่คิดว่าคุ้มค่าที่สุด ด้วยราคาที่ถูกกว่า และการหาซื้อได้ง่ายกว่า แต่ถ้าเงินที่มีไม่เพียงพอต่อการจ่ายสดอีกล่ะ คุณจะคิดว่านั่นเป็นปัญหาและหมดโอกาสที่จะได้รถแล้วหรือเปล่า?

สินเชื่อรถมือสอง

อย่าเพิ่งถอดใจไป เพราะในปัจจุบัน มีสถาบันทางการเงินให้สินเชื่อสำหรับการกู้รถมือสอง แต่ก็ต้องทำความเข้าใจก่อนว่าเงื่อนไขการผ่อนชำระจะแตกต่างจากการซื้อรถใหม่ เพราะรถมือสองจะมีการคำนวณค่าใช้จ่ายส่วนเสริมอื่น ๆ ขึ้นมานอกเหนือจากการกู้เพื่อซื้อรถใหม่อีกมากมาย

สินเชื่อรถมือสอง
มีสถาบันทางการเงินมากมายในปัจจุันที่ให้สินเชื่อสำหรับรถมือสอง

ดังนั้นการเลือกซื้อรถมือสองจึงต้องมีความพร้อมในด้านของการเงินในระดับหนึ่ง อย่าได้เข้าใจผิดคิดว่าเป็นเพียงรถมือสองไม่ต้องเตรียมตัวอะไรให้วุ่นวายเหมือนการซื้อรถใหม่ เพราะไม่เช่นนั้นอาจจะทำให้การวางแผนทางด้านการเงินเกิดการเสียระบบได้ ผู้ที่ต้องการซื้อรถมือสองเองจึงต้องรู้วิธีการจัดสรรค่าใช้จ่ายให้เป็น ที่สำคัญเลยก็คือ ต้องรู้วิธีการคํานวนค่างวดรถมือสอง

สูตรคำนวณค่างวดรถมือสอง

ในการคำนวณค่างวดรถมือสอง สิ่งที่ต้องรู้ให้แน่ชัดนอกจากราคารถแล้วนั่นก็คือดอกเบี้ยของทางสถาบันทางการเงิน เพื่อนำมาหายอดที่ต้องจ่ายรายเดือนได้อย่างถูกต้องแม่นยำ หรือใกล้เคียงมากที่สุด ซึ่งการคำนวณค่างวดรถมือสองมีวิธีการดังนี้

คำนวณค่างวดรถมือสอง
คํานวนค่างวดรถมือสองฉบับละเอียด

  1. ดอกเบี้ยต่อปี : คำนวณได้จาก ยอดจัด (เป็นราคาที่หักจากเงินดาวน์แล้ว หรือหากไม่วางเงินดาวน์ก็คิดเต็ม ๆ ได้เลย) x ดอกเบี้ยคิดเป็นเปอร์เซ็นต์(ขึ้นอยู่กับแต่ละสถาบันการเงิน)
  2. ดอกเบี้ยตลอดอายุสัญญา : ทั้งนี้ขึ้นกับจำนวนปีที่ผ่อน คำนวณได้จาก ดอกเบี้ยต่อปีที่ได้จากข้อ 1. คูณกับจำนวนปีที่ผ่อน
  3. ยอดสินเชื่อรวมดอกเบี้ย : คำนวณได้จาก ดอกเบี้ยตลอดอายุสัญญาที่คิดได้จากข้อ 2. + ยอดจัด (ยอดเดียวกับที่ใช้คำนวณในข้อ 1.)
  4. VAT : คำนวณได้จาก ยอดสินเชื่อรวมดอกเบี้ยที่หาได้จากข้อ 3. คูณ 7%
  5. ยอดรวมสินเชื่อหลัง VAT : คำนวณได้จาก ยอดสินเชื่อรวมดอกเบี้ยจากข้อ 3. + VAT ที่คิดได้จากข้อ 4
  6. ยอดผ่อนต่อเดือน : คำนวณได้จาก ยอดรวมสินเชื่อหลัง VAT จากข้อ 5  หารจำนวนเดือนที่ผ่อน (ใช้ยอดปีที่เลือกผ่อนจากข้อสูงมาคิดเป็นเดือนโดยการคูณ 12)

เท่านี้เราก็จะได้ยอดผ่อนค่างวดรถมือสองที่ต้องจ่ายต่อเดือนแล้ว และถ้าหากคิดออกมาเป็นเศษให้เราปัดขึ้นไป ก็จะเป็นเลขกลม ๆ ออกมาให้เห็นได้อย่างชัดเจน

ดูเพิ่มเติม
>> สินเชื่อรถยนต์คืออะไร ? รู้เอาไว้สำหรับคนใช้รถ

>> ซื้อรถมือสอง จ่ายเงินสดหรือขอสินเชื่อรถยนต์ใช้แล้ว แบบไหนดีกว่า ?

ตัวอย่างการคำนวณค่างวดรถมือสอง

เราลองมาคํานวณงวดรถมือสองกันดู ขอโดยยก 1 ตัวอย่างมาให้ทุกคนลองคิดไปพร้อม ๆ หากเราสนใจ รถรุ่น Toyota WISH 2004 รถมือสอง ที่ประกาศขายใน Chobrod โดยราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 220,000 บาท และเราต้องการที่จะผ่อนจ่ายด้วยการวางเงินดาวน์ 50,000 บาท กับทางธนาคารที่ให้ดอกเบี้ย 6.5% โดยมีระยะเวลาการผ่อน 5 ปี คิดเป็น 60 เดือน จะมีวิธีคิดดังนี้

Toyota WISH 2004
Toyota WISH 2004 ที่ประกาศขายในตลาดรถออนไลน์ Chobrod ในราคาแสนถูก

  • ราคารถ 220,000 บาท
  • เงินดาวน์ 50,000 บาท
  • ดอกเบี้ย 6.5%
  • งวดที่ผ่อน 5 ปี หรือ 60 เดือน

1. การหาดอกเบี้ยต่อปี

  • ยอดจัด = 220,000 – 50,000 = 170,000 บาท
  • ดอกเบี้ย = 6.5%
  • ดอกเบี้ยต่อปี : 170,000 x 6.5% = 11,050 บาท

2. ดอกเบี้ยตลอดอายุสัญญา

  • ดอกเบี้ยต่อปี = 11,050 บาท
  • จำนวนปีที่ผ่อน = 5 ปี
  • ดอกเบี้ยตลอดอายุสัญญา : 11,050 x 5 = 55,250 บาท

3. ยอดสินเชื่อรวมดอกเบี้ย

  • ดอกเบี้ยตลอดอายุสัญญา = 55,250
  • ยอดจัด = 170,000
  • ยอดสินเชื่อรวมดอกเบี้ย : 55,250 + 170,000 : 225,250 บาท

4. VAT

  • ยอดสินเชื่อรวมดอกเบี้ย =225,250 บาท
  • VAT : 225,250 บาท x 7% = 15,767.5 บาท

5. ยอดรวมสินเชื่อหลัง VAT

  • ยอดสินเชื่อรวมดอกเบี้ย = 225,250 บาท
  • VAT = 15,767.5 บาท
  • ยอดรวมสินเชื่อหลัง VAT : 225,250 + 15,767.5 = 241,017.5  บาท

6. ยอดผ่อนต่อเดือน

  • ยอดรวมสินเชื่อหลัง VAT = 241,017.5  บาท
  • จำนวนเดือนที่ผ่อน = 5x12 = 60 เดือน
  • ยอดผ่อนต่อเดือน : 241,017.5 / 60 = 4,016.95 บาท ปัดเศษขึ้นเป็น 4,017 บาท

ดังนั้นยอดผ่อนต่อเดือนที่เราต้องจ่ายเมื่อซื้อ Toyota WISH 2004 คือ 4,017 บาท

เปรียบเทียบการซื้อเงินสด

ซื้อรถมือสอง ดอกเบี้ย
สิ่งที่ต้องแลกมากับการซื้อรถมือสองแบบผ่อนนั่นคือดอกเบี้ยที่สูงกว่า

ลองเปรียบเทียบซื้อเงินสดกับซื้อเงินผ่อน ต้องจ่ายส่วนต่างเท่าไหร่

  • ซื้อเงินสดในราคา 220,000 บาท
  • ซื้อเงินผ่อน คิดแบบปัดเศษแล้ว 4,017x60 = 241,020
  • รวมกับค่าเงินดาวน์ 50,000 สรุปว่าต้องจ่ายเงินทั้งหมด 291,020
  • คิดเป็นส่วนต่าง 291,020 - 220,000 = 71,020

หลายคนเห็นส่วนต่างแล้วมองว่าราคาที่สูงถึงเกือบแสนสำหรับดอกเบี้ยมันดูมากมายเหลือเกิน แต่อยากให้คิดดี ๆ มองในเรื่องของความจำเป็นและการมีเงินก้อนเอาไว้เป็นหลัก หากวงเงินของคุณไม่พอที่จะซื้อเงินสดได้ในราคาเต็ม การผ่อนจ่ายเป็นงวด ๆ ในราคาที่ถูกลงกว่า เมื่อลองหารเฉลี่ยแล้วส่วนต่างอาจจะเยอะกว่าก็จริง แต่ถ้าลองคิดอีกมุม ก็จะถือว่าเรารับภาระจ่ายส่วนต่างนั้นรวมไปกับค่างวดไปแล้ว ในจำนวนเพียงแค่ 71,020/60 = 1,184 บาทต่อเดือนเท่านั้นเอง

ความจำเป็นของคนเราต่างกัน บางคนอาจจะมีเงินก้อนซื้อรถใหม่ได้ทั้งคัน หรือมีกำลังส่งค่างวดรถใหม่ได้ แต่อีกมุมก็อาจมีบางคนที่ถึงแม้จะเป็นรถมือสองก็อาจมีกำลังซื้อด้วยเงินสดไม่ได้ ทางเลือกกับการผ่อนรถมือสอง แม้ยอดรวมอาจจะมีเป็นส่วนที่ต้องจ่ายมากขึ้น แต่การแบกรับภาระที่ต้องชำระในแต่ละเดือน ผ่อนกำลังเบาบางลง ก็ถือว่าเป็นทางออกที่ดีได้เช่นกัน

ดูเพิ่มเติม
>> เช็กยอดจัดไฟแนนซ์รถมือสอง ต้องคิดอย่างไร ? รู้เอาไว้ก่อนขอสินเชื่อ

>> ขอสินเชื่อรถยนต์มือสองต้องทำอย่างไร ? จัดมาให้ครบ จบในที่เดียว

ติดตาม ข่าวรถยนต์ใหม่ ได้ที่นี่
ติดตามเรื่อง รีวิวรถยนต์ใหม่ ได้ที่นี่
ติดตามเรื่อง ราคารถยนต์ใหม่ๆ ได้ที่นี่
เข้าดู รถมือสอง ได้ที่นี่

ANNOiNA