Five Fact :: “ความหมาย ที่มา และความลับ” ของโลโก้รถยนต์ ที่คุณอาจไม่เคยรู้!

ประสบการณ์ซื้อขายรถยนต์ | 7 มิ.ย 2561
แชร์ 7

ว่าด้วยเรื่องของ “โลโก้แบรนด์รถยนต์” ที่ติดหรา ชัดเจนทั้งด้านหน้าและหลังตัวรถจนเป็นเอกลักษณ์ติดตาคุณไม่มากก็น้อย และโลโก้ของรถมากมายหลายยี่ห้อนี้มีความเป็นมาจากไหนยังไงบ้าง Chobrod Five Fact จะพาไปดูกันกับความหมาย ที่มา และบางความลับที่ซ่อนอยู่ในโลโก้รถยนต์ 5 ค่ายยอดนิยมของเมืองไทย

Five Fact :: “ความหมาย ที่มา และความลับ” ของโลโก้รถยนต์ ที่คุณอาจไม่เคยรู้!

Five Fact :: “ความหมาย ที่มา และความลับ” ของโลโก้รถยนต์ ที่คุณอาจไม่เคยรู้!  

โลโก้รถยนต์แบรนด์ไหนในเมืองไทย ที่เมื่อคุณลองหลับตาแล้วจะนึกถึง จาก 5 ค่ายนี้น่าจะมีติดอยู่ในความคิดของคุณไม่ 2 ก็ 3 ยี่ห้อ ไปดูพร้อมๆ กันกับความหมาย ที่มา และบางความลับที่คุณอาจยังไม่เคยรู้มาก่อนของโลโก้แบรนด์รถยนต์เหล่านี้ 

Logo Toyota

Logo Toyota

1.Toyota 
ค่ายรถยนต์อันดับหนึ่งที่คนไทยมักนิยมเป็นชื่อเล่นว่า “ค่ายสามห่วง” วงรี 2 วงซ้อนกัน เหมือนตัว “T” ล้อมด้วยวงรีใหญ่อีกหนึ่งวง คือโลโก้ที่ถูกเริ่มมานำมาใช้เมื่อไม่นานนัก ตั้งแต่ปี 1989 ที่ก่อนหน้านั้นรถค่ายนี้ ใช้เพียงตัวอักษรภาษาอังกฤษคำว่า “TOYOTA” เท่านั้นแทนโลโก้ ความหมายของวงรีทั้งสามนั้นมีที่มาที่ไป วงรีกับจุดโฟกัส 2 จุดเปรียบได้กับรูปของหัวใจ เมื่อวงรีสองวงรวมกันก็คล้ายกับหัวใจของผู้ขับขี่ ผสานรวมเป็นหนึ่งกับหัวใจของ Toyota อยู่ภายในกรอบวงใหญ่ด้านนอกที่ต้องการสื่อความหมายถึงเทคโนโลยี นวัตกรรมจาก Toyota ที่จะพัฒนาต่อไปอย่างไม่มีขอบเขต และอะไรมาหยุดยั้งได้ โดยรถ Toyota รุ่นแรกที่โลโก้ “สามห่วง” ถูกนำไปใช้นั่นคือ Toyota Celsior

ในโลโก้ Toyota สามารถอ่านออกมาเป็น Toyota ได้ด้วย

ในโลโก้ Toyota สามารถอ่านออกมาเป็น Toyota ได้ด้วย

>> Toyota พับโครงการพัฒนารถอเนกประสงค์ EV รวมถึงหยุดพัฒนา RAV4 EV ไว้ก่อน

Logo Honda

Logo Honda

2.Honda  
ค่ายที่อยู่คู่คนไทยมานานแสนนาน เด่นที่สุดในด้านรถเก๋ง รวมไปถึงในเรื่องยอดขายขของรถประเภทนี้ Honda คืออันดับหนึ่งในสยามประเทศ ด้วยรูปแบบโลโก้ที่โดดเด่นตรงด้านล่างใช้เป็นฐาน และหลายคนต้องคุ้นกับคำว่า “HONDA” ที่มีลักษณะเป็นตัวอักษรแบบ “โรมัน” อันแสดงถึงความมั่นคง ที่ทำให้รถค่ายนี้โดดเด่นอยู่ท่ามกลางรถแบรนด์อื่นๆ ทั่วโลก ทั้งจากจุดเด่นในเรื่องความทนทาน ความน่าเชื่อถือในตัวของแบรนด์ ความสง่างามและสไตล์ที่มีเอกลักษณ์ จึงทำให้คำว่า “Honda” รูปแบบนี้ถูกนำไปใช้ร่วมกับโลโก้ของอุตสาหกรรมอื่น ที่เป็นบริษัทในเครือของ Honda ด้วยเช่น อุตสาหกรรมเรือ จักรยานยนต์ ต่างก็ใช้ Honda ตัวอักษรโรมันนี้ ร่วมกับโลโก้ของแบรนด์แทบทั้งสิ้น เพิ่มเติมความต่างที่โลโก้เข้าไปแล้วแต่สายงาน หรือตัวผลิตภัณฑ์ 

ตัวอย่างโลโก้ Honda ของฝ่ายมอเตอร์ไซค์ และเรือจะใช้ Honda แบบโรมันประกอบด้วยทั้งสิ้น

>> Five Fact : Honda Civic FC อีกหนึ่งโมเดลที่ดีที่สุดจาก Honda

คุณอาจจะเคยเห็นโลโก้ของ Honda ฝั่งจักรยานยนต์ที่เป็นรูป “ปีกนก” วางเหนือคำว่า Honda อักษรโรมัน ส่วนฝั่งของรถยนต์ ก็ใช้เป็นตัว “H” แน่นอนที่มาจากคำว่า Honda และตกแต่งเป็นสีเงินเมทัลลิก แสดงถึงความเฉิดฉาย โดดเด่น และมีสไตล์อยู่ภายในกรอบทรงเกือบสี่เหลี่ยมเหมือนโล่ ที่สื่อถึงความมั่นคงของตัวบริษัทนั่นเอง 

Logo Mazda

Logo Mazda

3.Mazda
ค่ายหนึ่งที่กำลังมาแรงเป็นอย่างมากในตลาดรถยนต์ประเทศไทย กับค่าย “Zoom-Zoom” อย่าง Mazda จากญี่ปุ่น ที่โลโก้ของแบรนด์นี้ถูกเปลี่ยนพัฒนาต่อเนื่องตามยุคตามสมัย และที่ใช้อยู่ในปัจจุบันนั้น ถูกนำมาใช้ตั้งแต่ปี 1997 กับลักษณะของโลโก้ที่คล้ายกับปีกนก ล้อมรอบด้วยกรอบสีเงิน มีความหมายว่า “ความสามารถในการทะยานสู่จุดสูงสุด” ตัว “M” ที่นอกจากจะมาจากชื่อของบริษัท Mazda แล้ว ลักษณะยังดูเหมือนกับปีกนกที่กำลังโบยบิน สื่อถึงว่าโลโก้นี้จะพาบริษัทก้าวหน้าไปสู่อนาคตที่สวยงาม ร่องตรงกลางเล็กๆ ที่ดูเหมือนอักษรตัว “V” ตรงกลาง ยังสื่อถึงความยืดหยุ่น และความปรารถนาอันแรงกล้าที่จะไปตามเป้าหมายที่ตั้งใจ กรอบที่ล้อมรอบก็หมายถึงความพร้อมของบริษัทที่จะสยายปีกบินเข้าสู่ศตวรรษใหม่ได้อย่างเต็มภาคภูมิ

ความเป็นมาของ Mazda มีการเปลี่ยนแปลงโลโก้บ่อยใช่ย่อย

>> Mazda3 เจ็นใหม่! เตรียมเปิดตัวครั้งแรกที่ LA ปลายปีนี้

อีกความลับที่น่าสนใจอย่างหนึ่งของค่ายนี้ก็คือ ชื่อบริษัท “Ahura Mazda” คุณรู้หรือไม่ว่ามันยังมีความเกี่ยวข้องกับเทพเจ้าแห่งความรู้ และสติปัญญา (God Of Light) ของศาสนาโซโรอัสเตอร์ รวมไปถึงคำพร้อมเสียงยังออกเสียงคล้ายกับชื่อผู้ก่อตั้งบริษัทที่มีชื่อว่า “จูจิโร่ มัทสึดะ” อีกด้วย “มัทสึดะ” ก็ออกเสียงมาเป็น “มาสด้า” 

Logo Mercedes-Benz

Logo Mercedes-Benz

4.Mercedes-Benz
“ค่ายดาวสามแฉก” ที่คนไทยคุ้ยเคยกับความเป็นรถระดับพรีเมี่ยมบนท้องถนน แท้จริงของความหมายในโลโก้ที่ถูกติดไว้อยู่ในรถรุ่นปัจจุบันนั้น ก็ถูกปรับเปลี่ยนให้เข้ากับยุคสมัยเช่นเดียวกับรถค่ายอื่นๆ ซึ่งความหมายของโลโก้เบนซ์ที่เป็นเอกลักษณ์ จนเป็นที่จดจำของคนทั่วโลกคือ รูปแบบดาวสามแฉกอยู่ในกรอบทรงกลม ที่สื่อความหมายมาจาก ความปรารถนาสาม สิ่ง ที่จะให้โลโก้นี้เข้ามาช่วยในการเดินทางแก่ทุกคน ทั้งทางบก-ทางน้ำ-ทางอากาศ 


ช่วงเวลาต่างๆ เวลาที่ผ่านมากว่าร้อยปีของรถค่ายนี้ที่ Benz ใช้โลโก้แต่ละแบบที่แตกต่างกัน 

และยิ่งลึกลงไปกว่านั้น กับที่มาของดาวสามแฉกจากเบนซ์นี้ ก็มาจากตัวผู้ก่อตั้ง “Gottlieb Daimler” เอง ที่หลังจากเขาเสียชีวิตไปแล้ว ต่อมาในปี 1909 ลูกชายของเขา Paul และ Adolf ได้ไปเจอภาพโปสการ์ดที่พ่อเขาเคยส่งให้กับภรรยาเมื่อปี 1872 พร้อมกับวาดรูปดาวสามแฉกนี้ลงไปที่โปสการ์ด และเขียนบรรยายว่า สักวันหนึ่ง ดาวดวงนี้จะส่องแสงเหนือโรงงานของเขาให้โชติช่วงชัชวาล นำพาความมั่งคั่งมาสู่บริษัท และตอนนี้ก็ดูเหมือนว่า แรงปรารถนาของ Daimler เองจะเป็นจริงแล้ว ที่บริษัทได้กลายมาเป็นหนึ่งในบริษัทรถยนต์ที่ใหญ่อันดับต้นๆ ของโลก 

>> Mercedes-Benz จัดทดสอบสภาพถนน 5 ทวีปทั่วโลกรองรับระบบขับขี่อัตโนมัติ

Logo Mitsubishi

Logo Mitsubishi

5. Mitsubishi
โลโก้ “Three Diamond” เพชรสามแฉกที่อยู่คู่ตลาดรถเมืองไทยมาแสนนาน รู้หรือไม่ว่าโลโก้ของ Mitsubishi นี้ถูกใช้มาตั้งแต่ปี 1870 จาก 2 ตราประจำตระกูลในญี่ปุ่น ถูกรวมเข้าด้วยกัน ฝั่งหนึ่งเป็นตราประจำตระกูล “อิวะซะกิ” ผู้เริ่มก่อตั้งบริษัท Mitsubishi และถือเป็นหนึ่งคนที่ปฎิวัติอุตสาหกรรมของประเทศญี่ปุ่นอีกด้วย ส่วนอีกฝั่งเป็นตราประจำตระกูล “ยะมะอุจิ” ผู้ครองแคว้นโทสะ ผสานตราทั้งสองตระกูลจนออกมาเป็น โลโก้ Mitsubishi อย่างที่เราเห็นๆ กันอยู่ทุกวันนี้ 

ภาพอธิบายการผสมผสานของตราประจำสองตระกูล จนมาเป็นโลโก้ Mitsubishi

ภาพอธิบายการผสมผสานของตราประจำสองตระกูล จนมาเป็นโลโก้ Mitsubishi

>> เล็ง! 5 จุดเด่น Mitsubishi Xpander 2018 ที่หลายคนรอคอย

และนี่คือ Five Fact เกี่ยวกับโลโก้รถยนต์ที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน ทั้งที่มา ความหมาย และความลับของรถยนต์ในแต่ละค่าย ถูกสื่อออกไปผ่านโลโก้ที่ใช้อยู่ เมื่อเวลาผ่านไปจากสิบหรือร้อยปี รถทุกค่ายต่างพยายามพิสูจน์ทั้งคุณภาพและเอกลักษณ์เฉพาะตัว เพื่อให้โลโก้ของแบรนด์นั้นยิ่งทรงพลัง 

รถค่ายไหนโลโก้ไหนคุณภาพไม่ดีผู้ใช้ก็สัมผัสได้จำและไม่ปรารถนาที่จะซื้อมาใช้ส่วนแบรนด์ที่พัฒนารถออกมาเป็นที่ประทับใจของผู้ใช้แน่นอนว่าจะยิ่งทำให้ตัวโลโก้ดูขลังเป็นที่หมายปองอยากจับจองของผู้ใช้แทบทั้งสิ้นพิสูนจ์ไม่ยากกับค่ายรถบางค่ายที่คงกระพัน มีอายุมาเป็นร้อยหรือเกือบร้อยปี อะไรคือเหตุผลที่ทำให้บริษัทรถยักษ์ใหญ่เหล่านี้อยู่รอดมาจนถึงปัจจุบันละ?

ถ้าไม่ใช่ที่มาของคำว่า “พลังแห่งแบรนด์” อย่างแท้จริงจากโลโก้ที่ติดอยู่บนรถ

Chobrodขอฝากความรู้เกี่ยวกับรถยนต์ไว้เพียงเท่านี้และอย่าลืมแชร์ความรู้เกี่ยวกับเรื่องรถยนต์ของคุณให้เราด้วยโดยการให้ Comment ด้านล่างนี้ได้เลย

สนใจซื้อหรือเช็คราคารถมือสองทุกรุ่นได้ที่นี่