ต้องมีเงินเท่าไหร่ถึงซื้อรถได้? มาดูวิธีเตรียมความพร้อมหากคิดจะผ่อนรถสักคัน

20 พ.ค 2562
การมีรถเป็นทรัพย์สินส่วนตัวสักคันคงเป็นความฝันของใครหลาย ๆ คน แต่ใช้ว่าทุกคนจะสามารถซื้อรถได้ด้วยการจ่ายเงินก้อนเพียงครั้งเดียวแล้วจะได้รถมา การซื้อรถแบบผ่อนดาวน์จึงเป็นทางเลือกที่ดี สำหรับคนอยากมีรถ

และไม่ได้หมายความว่า แค่มีเงินก้อนหนึ่งที่เพียงพอสำหรับการดาวน์รถยนต์แล้ว จะทำให้คุณไม่มีปัญหาอะไรอีกหากได้เป็นเจ้าของรถสักคัน เพราะค่าใช้จ่ายและเงื่อนไขต่าง ๆ ในการซื้อรถมีปัจจัยและองค์ประกอบที่มากกว่านั้นที่คุณต้องเตรียมความพร้อมและจัดสรรให้ดี

รถยนต์ สินทรัพย์มูลค่าสูงที่หลาย ๆ คนอยากเป็นเจ้าของ

รถยนต์ สินทรัพย์มูลค่าสูงที่หลาย ๆ คนอยากเป็นเจ้าของ

ถ้าอย่างนั้นเรามาดูกันว่า ถ้าอยากจะมีรถ อยากจะซื้อรถแบบผ่อนดาวน์ ต้องคำนึงถึงอะไรบ้าง และต้องเตรียมพร้อมเรื่องค่าใช้จ่ายอะไร เปิดสมุดบัญชีและบันทึกค่าใช้จ่ายของคุณ หยิบปากกาให้พร้อมและมานั่งคำนวณไปพร้อม ๆ กันกับเรา กับประเด็นที่ควรให้ความสำคัญ ต้องมีเงินเท่าไหร่ถึงซื้อรถได้? มาดูวิธีเตรียมความพร้อมหากคิดจะผ่อนรถสักคัน

จะซื้อรถต้องคำนึงถึงอะไรบ้าง

1.ความจำเป็นและจุดประสงค์ในการซื้อรถ

สิ่งแรกที่คุณนึกถึงเมื่ออยากจะซื้อรถคืออะไร? รถยนต์เป็นสินทรัพย์ที่ต้องการลงทุนในราคาสูง และเป็นอะไรที่เราต้องใช้งานในระยะยาว คุณเองมีความจำเป็นที่จะต้องใช้รถนี้ในการเดินทางไปทำงานใช่หรือเปล่า? หรือคิดว่าการมีรถสักคันมันทำให้คุณสะดวกนาการใช้ชีวิตประจำได้ง่ายขึ้นมากกว่าการใช้บริการรถขนส่งสาธารณะ หรือว่าคุณเองคิดจะใช้รถในการประกอบสัมมาอาชีพ หรือมีเหตุผลใด ๆ ก็ตามที่คิดว่าการมีรถจะช่วยให้คุณใช้ชีวิตสะดวกขึ้น เพียงแค่เหตุผลเหล่านี้ก็คงเพียงพอแล้ว ที่ใครสักคนจะเลือกซื้อรถมาใช้งานเป็นของตัวเอง

แต่ละคนมีเหตุผลจำเป็นในการเลือกใช้รถที่แตกต่างกันไป

บางคนมีรถไว้เพื่อใช้สำหรับการทำงาน

แต่ละคนมีเหตุผลจำเป็นในการเลือกใช้รถที่แตกต่างกันไป

หรือถ้าไมได้มีความจำเป็นใด ๆ ที่เรียกว่ามีหรือไม่มีก็ไม่ต่างกัน อาจจะเพียงแค่อยากมีรถเพียงเพื่ออยากจะไว้ประดับบารมี ไว้เชิดหน้าชูตา ยกระดับตัวเองรถ เช่นนั้นก็สามารถทำได้เพราะเป็นการตัดสินใจของคุณและกำลังทรัพย์ของคุณมากพอ เราไม่ว่ากัน เพราะทุกคนย่อมมีเหตุผลที่แตกต่างกันไป เพียงแค่คุณรับมือและบริหารจัดสรรค่าใช้จ่ายที่คุณจะต้องเสียให้ได้ก็เพียงพอ

2. รถที่ดีไม่ได้มีแค่รถใหม่

แน่นอนว่าใคร ๆ ก็ชอบของใหม่ เพราะมันสามารถบ่งบอกอะไรได้หลายอย่าง ความทันสมัย ความทันกระแส หรือการบ่งบอกฐานะและการสร้างมูลค่าให้กับทรัพย์สิน แต่อยากจะบอกว่าสิ่งนี้ไม่ได้เป็นส่วนจำเป็นที่คุณจะต้องให้ความสำคัญมากมายขนาดนั้น เพราะสิ่งที่สำคัญจริง ๆ ในการมีรถคือการใช้งานเป็นหลัก สมรรถนะและสภาพรถที่ดีนี่คือสิ่งที่คุณควรคำนึงคิดถึง ถูกแล้วที่ว่ารถใหม่หลากหลายรุ่นเดี๋ยวนี้ ต่างก็ทรงประสิทธิภาพในการใช้งานที่อัดแน่น แต่อย่ามองข้ามรถมือสอง เพราะสมรรถนะและคุณภาพของรถมือสองนั้น ไม่ได้แตกต่างกันเลย

รถมือสอง Mitsubishi Pajero Sport รถครอบครัวสภาพดีที่น่าซื้อ

รถมือสอง Mitsubishi Pajero Sport รถครอบครัวสภาพดีที่น่าซื้อ

รถมือสอง Nissan March  รถยอดนิยมขวัญใจวัยทำงาน

รถมือสอง Nissan March รถยอดนิยมขวัญใจวัยทำงาน

รถมือสอง Ford Fiesta ที่ถูกใจคุณ

รถมือสอง Ford Fiesta ที่ถูกใจคุณ

Nissan Navara มือสองสภาพดีที่ Chobrod

รถมือสองหลากหลายประเภทกว่า 150,000 รายการสภาพดีที่ประกาศขายใน Chobrod ราคาประหยัด

ส่วนที่ทำให้รถใหม่และรถมือสองแตกต่างกันก็เพียงแค่การผ่านการใช้งานมาแล้วเพียงแค่นั้น ในเรื่องของสภาพรถนั้น เราจะเห็นได้ว่าปัจจุบันรถมากมายในตลาดรถมือสอง มีสภาพที่ดีและคุณภาพของการใช้งานไม่ด้อยไปกว่ารถใหม่เลย ดังนั้นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับคนอยากมีรถ รถมือสองก็ตอบโจทย์ในเรื่องของความคุ้มค่าราคาประหยัดได้ดีทีเดียว

ดูเพิ่มเติม
>> “รถบ้านมือสอง” กับปัญหาต่างๆ ที่ต้องตามมากวนใจผู้ซื้อ !?

>> มาดูกันสิว่าทำไมคนถึงชอบซื้อ “รถบ้าน”?!

3.เลือกรถให้เหมาะสมกับการใช้งานและทดลองขับ

ควรทดลองขับรถด้วยตนเองก่อนใช้งานจริง

ควรทดลองขับรถด้วยตนเองก่อนใช้งานจริง

ประเภทรถหลัก ๆ ที่ปัจจุบันคนนิยมใช้กันไม่พ้นรถเก๋งซีดานสี่ประตู ซึ่งส่วนมากจะเป็นที่นิยมสำหรับวัยทำงานเงินเดือนทั่วไป แต่ถ้าคุณจะใช้รถเพื่อนำไปประกอบอาชีพก็อาจมองหารถกระบะ หรือถ้าใช้รถเพื่อการเดินทางท่องเที่ยวสำหรับครอบครัวรถ SUV ไม่ก็ MPV ที่แตะละประเภทก็มีสมรรถนะและลักษณะการใช้งานที่แยกย่อยกันออกไปอีก โดยวิธีที่ดีที่สุดคือการทดลองขับซึ่งจะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้น ลองหาคำตอบให้ตัวคุณเองว่ารถแบบไหนที่เหมาะกับการใช้งานของคุณพร้อมทั้งศึกษาและเปรียบเทียบราคาเพื่อหารถที่ดีและคุ้มค่าแก่คุณที่สุด

4. ประเมินกำลังทรัพย์ของตัวเองเพราะซื้อรถ ค่าใช้จ่ายไม่ได้จบแค่ค่ารถ

สิ่งสำคัญที่สุดเลยที่ต้องคิดถึงเป็นหลักนั่นก็คือเรื่องของกำลังทรัพย์ คำนวณค่าใช้จ่ายของคุณให้แม่นยำ ว่ามีเงินเพียงพอที่จะแบกรับภาระการซื้อรถตรงนี้ได้ไหวหรือไม่ เพราะรถเป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่าค่อนข้างสูง อีกทั้งยังมีค่าใช้จ่ายจิปาถะต่าง ๆ ที่ไม่ได้มีเพียงแค่ค่าดาวน์และค่างวด ต้องจัดสรรปันส่วนให้ดี เพื่อให้การซื้อรถของคุณไม่ได้ทำให้คุณต้องลำบาก หรือทำให้รถของคุณเองไม่ได้รับการดูแลที่ดีเท่าที่ควร

แล้วต้องมีเงินเท่าไหร่ ถึงจะสามารถโอบรับภาระการซื้อรถได้ เรามาแจกแจงกันค่ะ ว่าการซื้อรถสักคันต้องใช้จ่ายอะไรบ้าง ควรมีกำลังทรัพย์เท่าไหร่และต้องเตรียมพร้อม จัดการอย่างไรถึงจะไม่เดือดร้อนตัวเอง

จะผ่อนรถควรตั้งเงินดาวน์เท่าไหร่ถึงจะเหมาะสม

ยอดดาวน์ยิ่งมาก ยิ่งดี เพราะนั่นหมายถึงค่างวดต่อเดือน และจำนวนงวดจะลดลง ทำให้คุณผ่อนหมดได้เร็วขึ้นและจ่ายน้อยลง ดาวน์สูง-ผ่อนต่ำ, ดาวน์ต่ำ-ผ่อนสูง ถ้าคุณมีเงินสดมากพอให้ดาวน์สูงที่สุดเท่าที่ทำได้ตั้งแต่แรก เพราะดอกเบี้ยรถยนต์เป็นดอกเบี้ยตายตัว คำนวณครั้งเดียวมีผลจนงวดสุดท้าย ต่างจากการผ่อนบ้าน ที่ดอกเบี้ยจะลดลงให้ได้ถ้ามีเงินก้อนมาโปะยอดในภายหลัง แต่สำหรับรถยนต์ถึงจะมาเงินก้อนมีโปะ งวดที่เหลือยังเสียดอกคงที่เท่าเดิมอยู่ดี

ยิ่งจ่ายค่าดาวน์มากภาระในการผ่อนแตะละเดือนก็จะยิ่งน้อยลง

ยิ่งจ่ายค่าดาวน์มากภาระในการผ่อนแตะละเดือนก็จะยิ่งน้อยลง

การซื้อรถเงินผ่อนคุณควรจะมีเงินดาวน์รถอยู่ประมาณ 25-40 เปอร์เซ็นต์ของราคารถ หากเลือกดาวน์น้อยกว่า 20% ของราคารถจะต้องมีคนค้ำประกัน หรือ หากรายได้ไม่ถึง 2 เท่าของค่างวดรถควรมีคนซื้อร่วม 1 คน ถึงจะผ่านไฟแนนซ์ง่ายขึ้น ยกตัวอย่างเช่น รถราคา 600,000 แสนบาท คุณสามารถทำการดาวน์ได้เต็มที่สูงถึง 40% หมายความว่าคุณจ่ายค่าดาวน์รถไปที่ 240,000 บาท และเหลือ 360,000 บาทที่คุณจะต้องจ่ายโดยการแบ่งผ่อนชำระ

แต่ถ้าหากเป็นกรณีรถมือสอง วงเงินดาวน์จะอยู่ที่ประมาณ 10% จากราคารถ แต่จำนวนมาก น้อยของเงินดาวน์ขึ้นอยู่กับความเสี่ยงจากมุมมองของไฟแนนซ์ด้วย ซึ่งความเสี่ยงที่ว่าอยู่ในกลุ่มของรถที่มีอายุการใช้งานเกิน 7  ปีขึ้นไป รถยุโรปแพงๆ ที่นำเข้ามา รถที่คนเล่นน้อย รถติดแก๊ส ฯลฯ เป็นต้น เมื่อสถาบันทางการเงินหรือไฟแนนซ์มองว่ามีความเสี่ยงสูงแล้ว อาจจะมีสองทางเลือกนั่นคือ1. ไม่อนุมัติ หรือ 2. ต้องการให้วางเงินดวาน์สูงๆ และกำหนดจำนวนงวดในการผ่อนชำระไว้น้อยๆ เพื่อจะได้มียอดจัดน้อยๆ และให้ลูกค้าผ่อนให้จบไปไวๆ เพื่อลดความเสี่ยงของไฟแนนซ์นั่นเอง

เงินดาวน์และระยะการผ่อนมีผลต่อดอกเบี้ย

เงินดาวน์ ค่าผ่อนหรือค่างวด และระยะเวลาการกู้จะมีความสัมพันธ์กัน การวางเงินดาวน์และระยะเวลาการผ่อนจึงมีผลต่อค่างวดที่จะต้องชำระ โดยอัตราดอกเบี้ยที่ทางสถาบันการเงินจะคิดกับผู้กู้ขึ้นอยู่กับ 2 กรณีดังนี้

  • กรณีที่หนึ่ง เงินดาวน์สูงอัตราดอกเบี้ยถูก

หากวางเงินดาวน์ไว้สูง หมายความว่ายอดวงเงินที่จะกู้เพื่อนำมาชำระผ่อนจ่ายส่วนเหลือเป็นวงเงินที่ไม่สูง เพราะความเสี่ยงของสถาบันการเงินที่ปล่อยสินเชื่อจะรับความเสี่ยงที่น้อยลง ซึ่งโดยทั่วไปมูลค่าของการเสื่อของรถยนต์ในช่วง 5 ปีแรกจะอยู่ที่ประมาณ 0-25% จากนั้นจะลดไปอีกปีละประมาณ 5-7% หากมีการวางเงินดาวน์สูงใกล้เคียงกับค่าเสื่อม ความเสี่ยงของโอกาสที่ธนาคารจะเสียหายมีน้อย ดอกเบี้ยที่จะคิดกับผู้กู้จึงให้ในอัตราที่ต่ำ ไม่สูงมาก

ตัวอย่างเช่น วางเงินดาวน์ 20% มีระยะเวลาผ่อน 4 ปี ผู้กู้เป็นลูกหนี้ที่ดีผ่อนต่อเนื่องมาแล้ว 2 ปี แสดงให้เห็นว่าผู้กู้มีความสามารถในการชำระหนี้ ดังนั้นในอีก 2 ปีที่เหลือ โอกาสความเสี่ยงของไฟแนนซ์มีน้อย ถึงแม้ในอีก 2 ปีที่เหลือนี้ผู้กู้ไม่สามารถผ่อนต่อได้ นำรถมาคืน ความเสียหายของไฟแนนซ์ก็ยังคงน้อย เพราะการขาดทุนจากการขายแทบจะไม่มีหรือมีน้อยมาก ฉะนั้นผู้ที่ดาวน์ 20% จะได้ดอกเบี้ยที่ถูก แต่ถ้าดาวน์ต่ำกว่า 20% เช่น ดาวน์ 10% 15%หรือ ดาวน์ 5% อัตราดอกเบี้ยจะเพิ่มขึ้นค่อนข้างสูง ในกรณีที่เงินต้นเท่ากันและจำนวนปีที่ผ่อนเท่ากัน ดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าก็จะมีค่างวดที่ต่ำกว่า

  • กรณีที่สอง ผ่อนระยะสั้นดอกเบี้ยถูกกว่าผ่อนยาว

หากเป็นการผ่อนระยะยาวอัตราดอกเบี้ยจะสูงกว่า เพราะความเสี่ยงของสถาบันการเงินมีความสูง เพราะไม่สามารถคาดเดาได้เลยว่าในช่วงระยะเวลาการผ่อนจะเกิดปัญหาอะไรกับผู้กู้บ้างหรือไม่ที่จะทำให้การผ่อนหยุดชะงักลงได้ แต่หากผ่อนในระยะเวลาที่สั้นด้วยการวางเงินดาวน์ที่สูง ระยะรับความเสี่ยงของสถาบันการเงินก็สั้น และมีความมั่นใจแน่ชัดว่าผู้กู้มีความสามารถที่จะผ่อนได้จนครบสัญญาจริง ผู้กู้ก็จะได้อัตราดอกเบี้ยที่ต่ำ แต่จำนวนเงินผ่อนต่องวดก็สูงกว่า เพราะเป็นการผ่อนระยะสั้น

ค่าใช้จ่ายส่วนอื่น ๆ นอกเหนือจากค่างวดรถ

นอกจากภาระค่าผ่อนรถแล้ว ยังมีค่าใช้จ่ายอีกหลากหลายอย่างที่คุณต้องจ่าย ทั้งจ่ายเป็นครั้งหรือแบบรายเดือน รวมไปถึงค่าใช้จ่ายรายปีอีกจิปาถะ ดังนั้นเรามาดูกันว่ามีค่าใช้จ่ายอะไรอีกบ้าง และแต่ละรายการต้องใช้จ่ายเท่าไหร่

ค่าน้ำมันเป็นค่าใช้จ่ายรายเดือนที่คุณจำเป็นต้องเสียเมื่อมีรถ

ค่าน้ำมันเป็นค่าใช้จ่ายรายเดือนที่คุณจำเป็นต้องเสียเมื่อมีรถ

  • ค่าน้ำมัน อย่างต่ำเดือนหนึ่งอยู่ที่ประมาณ 3,000 บาท
  • ประกันชั้นหนึ่ง อยู่ที่ปีละประมาณ 20,000 บาท
  • พรบ. และภาษีรถยนต์” เสียทุกปี ปีละ 2,500 บาท
  • ตรวจสภาพ เช็คระยะ ถ่ายน้ำมันเครื่อง ขึ้นอยู่กับระยะทางและรถ ประมาณปีละ 3,000 บาท

ยังมีค่าใช้จ่ายอื่น ๆ อีกมากมายที่เกี่ยวกับการใช้รถ ขึ้นอยู่กับบริบทและสภาพวิถีการดำเนินชีวิตของแต่ละคนที่แตกต่างกัน เช่น ค่าที่จอดรถ ค่าทางด่วน ค่าบำรุงรักษาอุปกรณ์แต่ละรายการ และอีกยิบย่อยมากมาย ซึ่งถ้าหากคุณคิดจะมีรถสักคันแล้ว ต้องมีการบริหารค่าใช้จ่ายของตัวคุณเองให้ดีเพื่อไม่ให้การผ่อนชำระค่ารายเดือนของคุรต้องหยุดชะงักไปกลางทาง ทางที่ดีสำหรับคนที่ผ่อนซื้อรถ ควรมีเงินสำรองสำหรับการผ่อนค่างวดอย่างน้อย 6-10 เดือน เพื่อให้อุ่นใจหากเกิดเหตุไม่คาดคิดใด ๆ ที่ส่งผลต่อการชำระของในอนาคต

ควรมีเงินสำรองสำหรับการผ่อนค่างวดอย่างน้อย 6-10 เดือน

ควรมีเงินสำรองสำหรับการผ่อนค่างวดอย่างน้อย 6-10 เดือน

เห็นมั้ย? ว่าการซื้อรถยนต์ไม่ได้เพียงแค่มีเงินดาวน์แล้วจะซื้อได้ ยังมีค่าใช้จ่ายส่วนอื่น ๆ อีกมากมาย อย่างที่แจกแจงมาข้างต้น ดังนั้นหากคุณคิดที่จะมีรถสักคันในตอนนี้ สำรวจความพร้อมของคุณให้ดี ก่อนตัดสินใจลงทุน

ดูเพิ่มเติม
>> ซื้อรถมือสองเงินผ่อน ต้องจ่ายอะไรบ้าง?

>> คำนวณค่าผ่อนรถมือสองง่าย ๆ ไม่ต้องง้อไฟแนนซ์ ด้วยวิธีคิดแบบละเอียดทุกขั้นตอน

ติดตามข่าวสารรถยนต์ คลิกที่นี่
ต้องการซื้อรถมือสองสภาพดี เชิญเข้าดูที่ตลาดรถตรงนี้

ANNOiNA

ข่าวที่ได้รับความสนใจ

ประเด็นร้อน

รีวิวรถ

ราคารถ