ซื้อรถ Honda CR-V มือสองเจนไหนดีระหว่าง G2 กับ G3 ?

ประสบการณ์ซื้อขายรถยนต์ | 8 ต.ค 2561
แชร์ 5

เปรียบเทียบข้อดีข้อเสียของรถมือสอง Honda CR-V ว่าควรซื้อเจนไหนดีถึงจะคุ้มแล้วมีข้อเสียน้อยกว่า เหมาะที่จะเสียตังค์ให้มากกว่า เพราะทั้งสองเจนก็มีราคาที่ต่างกันอยู่หลักแสน เราจะเสียตังค์มากกว่าเพื่อเอาเจน 3 หรือ เสียน้อยกว่าแต่ต้องแลกมากับอะไรบางอย่าง? ตามมาดูเลยค่ะ

ซื้อรถ Honda CR-V มือสองเจนไหนดีระหว่าง G2 กับ G3 ?

ซื้อรถ Honda CR-V มือสองเจนไหนดีระหว่าง G2 กับ G3 ?

Honda CR-V เป็นรถยนต์เอนกประสงค์สมรรถนะสูงขนาดเล็ก หรือ Compact SUV (SUV ย่อมาจาก Sport Utility Vehicle) ที่ผลิตโดยค่ายรถยนต์ ฮอนด้า มอเตอร์ เริ่มการผลิตครั้งแรกใน พ.ศ. 2539 มีชื่อเสียงในฐานะรถเก๋งท้ายกุดขนาดใหญ่ (ไม่มีกระโปรงหลัง) และพร้อมความหรูหราในตัว โดยที่ CR-V เป็นอักษรย่อ ที่ย่อมาจาก "Comfortable Runabout-Vehicle" (ยกเว้นในสหราชอาณาจักร การประชาสัมพันธ์ของฮอนด้าที่นั่นใช้คำว่า "Compact Recreational-Vehicle") ซึ่งรถรุ่นนี้นั้นก็เป็นอีกรุ่นที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เหมาะกับครอบครัวที่ต้องการใช้พื้นที่ใช้สอยและห้องโดยสารกว้างขวาง แต่กว่าจะมาถึงรุ่นปัจจุบันมันก็ต้องมีวิวัฒนาการมาเรื่อยๆ หลายคนอยากได้รถรุ่นนี้แต่อยากประหยัดเงินในกระเป๋าก็อยากซื้อรถมือสองใช่มั้ยล่ะคะ? วันนี้ เราเลยจะมาเปรียบเทียบข้อดีข้อเสียแบบชัดๆเฉพาะเจาะจงไปที่ Gen2 กับ Gen3 เลย

Honda CR-V Gen2

Honda CR-V Gen2

Honda CR-V Gen2 (2001-2006) ออกแบบโดยมีฮอนด้า ซีวิค รุ่นที่ 7 เป็นต้นแบบ และได้นำเครื่องยนต์หัวฉีด VTEC มาใช้อย่างเต็มรูปแบบ ทุกรุ่นทุกคลาส ทำให้สามารถมีอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันที่ประหยัดกว่าเดิม ส่วนเครื่องยนต์ ในประเทศไทยจะเป็นเครื่องยนต์ขนาด 2000 ซีซี และได้เพิ่มเครื่องยนต์ 2400 ซีซี ในรุ่นปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ แต่ในบางประเทศ จะมีเครื่องยนต์ขนาด 2200 ซีซีด้วย ซีอาร์-วี รุ่นที่ 2 ได้รับการคัดเลือกจากนิตยสาร Car and Driver ให้เป็นรถ SUV ขนาดเล็กยอดเยี่ยมแห่งปี (Best Small SUV) ประจำปี ค.ศ. 2002 และ 2003

Honda CR-V Gen2

Honda CR-V Gen2

Honda CR-V Gen2

ข้อดี

-คอนโซลกลางจะเป็นช่องว่าง ทำให้เด็กเล็กหรือแม้แต่ผู้ใหญ่สามารถข้ามไปยังที่นั่งหลังได้โดยที่ไม่ต้องก้าวข้าวคอนโซลมันไป

-มีความเอนกประสงค์ที่ใครๆก็ให้ไม่ได้ เช่น โต๊ะปิคนิคที่แถมมาให้ นับว่า HONDA ไอเดียดีพอสมควร หรือโต๊ะคอนโซลกลางที่พับได้ รวมถึงเบรกมือที่ตำแหน่งเท่ห์สุดๆไปเลย

-การที่เอายางอะไหล่ไว้ห้อยท้าย เป็นเอกลักษณ์ เพราะมันยังมีหลุมยางอะไหล่ในตัวรถอีก ซึ่งสามารถใส่ถังโดนัทไว้สบาย ๆ แถมยังมียางอะไหล่ไว้สำรองท้ายรถอีกต่างหาก มันดีตรงนี้เหละค่ะทุกคน

- ตรงที่ห้อยอะไหล่ยางช่วยในเรื่องอุบัติเหตุได้ดี เพราะช่วยรับแรงชนจากคันข้างหลังได้เยอะเลย

-เกาะถนนดี รถไม่สูงมาก ขับ 4 โอเคในต่างจังหวัดสบายๆคือทรงตัวดี และเจ้าโฟร์วีลทำงานตรงล้อหลังจนรู้สึกได้ วิ่งถนนแห้ง หรือลมแรงๆ ไม่รู้สึกโคลง

ข้อเสีย

- กินน้ำมันมาก ประมาณ 6 กม./ลิตร

- ติดแก๊สอาจทำให้มีปัญหาตามมากมาย กินน้ำมัน 5 กม./ลิตร แต่ราคาประหยัดกว่าน้ำมันมาก

- เมื่ออายุรถเยอะแล้ว ตัวถัง, ช่วงล่าง และอื่นๆ เข้าคิวซ่อม อาจจะต้องถึงขั้นใช้ไปซ่อมไป

ดูเพิ่มเติม
>> 
Honda CR-V 2018 ซื้อต่อ หรือรอก่อน?
>> Honda CR-V 2018 และ Nissan X-Trail 2018 เลือกซื้อคันไหนดี ???

Honda CR-V Gen3

Honda CR-V Gen3

Honda CR-V Gen3 (2006-2011) ในประเทศไทยมีเครื่องยนต์ 2 ขนาด คือ 2000 ซีซี (150 แรงม้าที่ 6200 รอบ) และ 2400 ซีซี (170 แรงม้าที่ 5800 รอบ) i-VTEC เป็นเครื่องประเภทใกล้เคียงกับ ฮอนด้า แอคคอร์ด รุ่นที่ 8 แต่ในยุโรปและในเอเชียบางประเทศ มีเครื่องยนต์ดีเซล 2200 ซีซีขายอยู่ด้วย ระบบขับเคลื่อนมีทั้งแบบ 2 ล้อ และ 4 ล้อ ระบบเกียร์เป็นแบบอัตโนมัติ 5 สปีด จากการทดสอบพบว่า ฮอนด้า ซีอาร์-วี มีอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเฉลี่ย 8.3 กิโลเมตรต่อลิตร เมื่อวิ่งในเมือง และ 11.1 กิโลเมตรต่อลิตรในการวิ่งต่างจังหวัด ฮอนด้า ซีอาร์-วี มียอดจำหน่าย 9,540 คัน ในปี 2553 ฮอนด้า ซีอาร์-วี มียอดจำหน่าย 6,019 คัน ในปี 2554

Honda CR-V Gen3

Honda CR-V Gen3

Honda CR-V Gen3

ข้อดี

- ระบบขับเคลื่อน REAL TIME 4WD นั้นได้มีการปรับปรุงเช่นกัน โดยการใช้คลัชที่ขนาดใหญ่ขึ้น สายพานที่เหนียวมากขึ้น ทำให้เพิ่มแรงบิดได้มากขึ้นถึง 20 % จากเดิม

- ทนแก๊สกว่า ขอบอกเลยว่า G3 ทนกว่า G2 อย่างชัดเจนมาก

- เกาะถนนกว่า มั่นใจกว่า นุ่มนวลกว่า G2 อย่างรู้สึกได้ แต่ทั้งนี้มันก็เป็นผลของการออกแบบ และการพัฒนาให้มันดีขึ้นเป็นลำดับ เหมือนแก้ไขข้อเสียที่มีอยู่ใน G2 แล้วมาพัฒนาเป็น G3

- ประหยัดน้ำมันกว่า G2 เยอะ

- กว้างและสูงกว่าตัว G2 นั่งสบาย ทัศนวิสัยดี

- ข้อนี้ชอบมากคือมีอะไหล่ขายทุกชิ้น คิ้วหลังคา คิ้วสแตนเลสขอบกระจก รวมถึงอะไหล่จุกจิก เช่น เท้าแขน ยางปิดน็อตยึดเซฟตี้เบลต์ ทำให้มั่นใจเรืองอะไหล่และไม่แพง

-สั่งได้ ซ่อมได้ ไม่ต้องรอนาน รอสินค้าประมาณ 1 สัปดาห์ ไม่มีรอเป็นเดือน

ข้อเสีย

-  แร็คไฟฟ้าเสีย ซึ่งยอมรับว่าถ้าเข้าศูนย์ มี 40,000 แน่นอน แต่ปัจจุบันมีร้านที่รับซ่อมได้แล้ว ค่าซ่อมอยู่ที่ประมาณ 4,000 บาทเท่านั้นเอง

 - คลัชคอมแอร์อาจมีปัญหา ตอนประมาณสัก 1.1 - 1.2 แสน กม.

- ถนนแห้ง + ลมแรง วิ่งเร็วๆ มีโคลงบ้าง

สรุปแล้วทั้งสองเจนก็มีทั้งข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกันไป แต่ถ้าให้เลือกความคุ้มค่าในการจ่ายเงินแนะนำให้ซื้อเป็น Gen3 ไปเลยค่ะ เพราะมีข้อดีมากกว่าเยอะมากๆ แถมข้อเสียยังน้อยและไม่ค่อยมีปัญหาจุกจิกเท่าไหร่ แต่ก่อนซื้อก็ต้องดูดี เลือกไมล์น้อย ๆ ยิ่งน้อยยิ่งดี ถ้าเกิน 200,000 กิโลถือว่าเยอะมาก ซื้อมาก็อาจจะมีได้ซ่อมบ่อยๆบ้างตามการใช้งาน ซึ่งมันก็เป็นเหมือนกันทั้งหมดนั่นแหละค่ะไม่ใช่แค่รุ่นนี้ รุ่นอื่นถ้าวิ่งมาเยอะ ใช้งานมาหนักๆก็ซ่อมเหมือนกัน ฉะนั้น ก่อนซื้อดูดีนะจ๊ะ แล้วก็ควรซื้อกับเว็บหรือเต้นท์ที่มีการเช็คและคัดกรองคุณภาพรถมาแล้วอย่างดี จะดีที่สุดค่ะทุกคน

ดูเพิ่มเติม
>> 
ส่องอันดับรถยนต์ที่ขายดีที่สุดของค่าย Suzuki
>> เพื่อนบ้านไทย กับรถยนต์ไร้คนขับ

ติดตามข่าวสารรถยนต์ เชิญที่นี่
ค้นหาข้อมูลรายละเอียดสามารถเข้าดูวีวิวรถ เชิญที่นี่