Honda CR-V 2018 ซื้อต่อ หรือรอก่อน?

ประสบการณ์ซื้อขายรถยนต์ | 4 ต.ค 2561
แชร์ 5

ใครที่กำลังลังเลอยู่ว่าจะจะซื้อ Honda CR-V รุ่นปี 2018 ดีไหม หรือว่าจะรอรุ่นปี 2019 ดีกว่า คลิกเข้ามาอ่านบทความนี้ก็อาจจะช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น เพราะเรารวมความเห็นของผู้ใช้งาน และรีวิว Honda CR-V 2019 มาไว้ที่นี่แล้ว

เรียกได้ว่ามีหลายกระแสมากๆ สำหรับ Honda CR-V 2018 ที่ได้รับรางวัลรถยอดเยี่ยมจากสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์ไทยไป แต่สำหรับผู้ใช้งานจริงกลับออกมาสะท้อนปัญหา และเหตุผลที่ไม่ควรซื้อ Chobrod จึงนำข้อคิดเห็นของผู้ใช้งาน Honda CR-V 2018 และรีวิวเล็กๆ น้อยของ Honda CR-V 2019 เพื่อเป็นตัวช่วยประกอบการตัดสินใจของคุณผู้อ่านอีกครั้ง

Honda CR-V 2018 รถยนต์ยอดเยี่ยมประจำปี 2017

Honda CR-V 2018 รถยนต์ยอดเยี่ยมประจำปี 2017

Honda CR-V 2018 เป็นรถยนต์ที่ได้รับรางวัล "รถยนต์ยอดเยี่ยมประจำปี 2560" หรือ "Thailand Car of the Year 2017" จากสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ไทย ซึ่งมีหลักเกณฑ์สำคัญ คือ การออกแบบ การขับขี่และควบคุมสมรรถนะ ความปลอดภัย ความพึงพอใจของผู้ขับขี่ นวัตกรรม คุณค่าและความคุ้มค่า รวมถึงการประหยัดพลังงาน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

Honda CR-V 2018 ถูกออกแบบให้ภายนอกมาพร้อมกับดีไซน์หรูหรา เน้นความเรียบ นิ่ง ของตัวถัง แต่คงลักษณะของความแข็งแกร่งไว้ได้อยู่ ภายในห้องโดยสารแบ่งออกเป็น 3 แถว 7 ที่นั่ง มีการออกแบบแผงควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ไฟฟ้าแบบสวิตช์ มาพร้อมกับการติดตั้งเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ ขนาด 1.6 ลิตร i-DTEC เป็นครั้งแรก ให้กำลังสูงสุด 160 แรงม้า ที่ 4,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 350 นิวตัน-เมตร ที่ 2,000 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะ พร้อมทั้งเครื่องยนต์เบนซิน 2.4 ลิตร 173 แรงม้าให้เลือก โดดเด่นด้วยฟังก์ชั่นเสริม Hands Free/Power Tailgate ฝากระโปรงท้ายเปิด-ปิดอัตโนมัติแบบไฟฟ้าด้วยระบบแฮนด์ฟรี พร้อมควบคุมการเปิด-ปิด ด้วยรีโมท และสามารถปรับระดับความสูงของการเปิดฝากระโปรงท้ายได้ตามต้องการ

ดูเพิ่มเติม
>> ตามมาดูกัน!!ข้อดี-ข้อเสีย ของ Honda CR-V มีอะไรบ้าง ?​
>> ส่อง Honda CR-V รุ่นดีเซล มีอะไรดี??​

พื้นที่เก็บของกว้าง แต่จะเห็นได้ว่าเมื่อพับเบาะแถวที่ 3 จะไม่พอดีกับพื้นด้านท้ายรถ

พื้นที่เก็บของกว้าง แต่จะเห็นได้ว่าเมื่อพับเบาะแถวที่ 3 จะไม่พอดีกับพื้นด้านท้ายรถ

แต่หลังจากที่มีการส่งมอบรถแล้ว กระแสตีกลับเริ่มมีมากขึ้น ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาของรถรุ่นนี้ได้มากมายเลย แต่ละคอมเม้นท์จะว่าอย่างไรบ้างมาชมกันได้เลยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 1: Honda Thailand คิดผิดไหมครับที่เปิดตัว CR-V G5   3 แถว 7 ที่นั่งเป็นที่แรกของโลก เพราะผมไปดูแล้ว เบาะแถว 3 มันแย่จริง ห่วยจริง นั่งชันเข่า หัวก็แทบจะติดเพดาน ใส่มาทำไม G5 เปิดตัวประเทศอื่นๆ มาก็ไม่มี 3 แถว 7 ที่นั่งนะ มีแค่ 2 แถว พับเบาะแล้วก็ไม่เรียบเหมือน G4 พื้นที่วางของก็น้อยลงไปอีกพอสมควร เบาะแถว 3 ของ Innova กับ Seinta ยังนั่งสบายกว่าเพราะไม่ต้องชันเข่า

ความคิดเห็นที่ 2: มายกมืออีกเสียง ขอเป็นเสียงเล็กๆ ที่อยากเห็น 5 ที่นั่ง กับพื้นที่ข้างหลังไว้ใส่ของกลับมาค่ะ นั่นคือ Real CRV ค่ะ ไปดู G5 มาเหมือนกันค่ะ ลูกชายอายุ 13 ปี ลองเข้าปืนเข้าไปนั่งแถว 3 แล้วบอกว่า นั่งไม่ได้ครับ นั่งชันเข่าแบบเอียง เมื่อยมากๆ ครับ แล้วคุณพ่อดูแล้วสงสัยว่าจะเอาถุงกอล์ฟ เข้าไปได้อย่างไร ครอบครัวคนเมือง สมาชิก 4-5 คน เลย ผิดหวังกับ CRV G5 จริงค่ะ คุณพ่อใช้ CRV G2 มานานแล้ว อยากเปลี่ยนรถ เลยกลับมาดู G4 ใหม่ Space ข้างหลัง กว้างถึง 1.35 cm. ลึกได้อีกด้วย คันโยกแบบ One touch พับเบาะแถว 2 แล้วก็จองไปแล้วเมื่อวานค่ะ ไม่กลัวตกรุ่น แต่รถเข้ากับชีวิตครอบครัวมากกว่าค่ะ G4 ตัว top  ราคา 1.5 MB นี่ล่ะ รถครอบครัวของเรา

ความคิดเห็นที่ 3: ผมใช้ CR-V การขับขี่ เห็นด้วยตามความเห็นนี้ครับ มันดีระดับนึง ระดับที่ รถครอบครัว suv จะใช้กัน แต่ที่ค้าน คือ Lane watch ของ Honda ใช้งานได้ดีจริง เพราะคุณสามารถเห็นได้ว่า รถที่ตามมาเป็นมอไซต์หรือรถยนต์ และมองไปเห็นถึงรถ 2 เลนส์ถัดไปที่อาจจะเปลี่ยนเลนส์ขวามือมาเบียดเราด้วย เรื่องเดียวที่ผมจะติ crv คือ การเก็บเสียงที่ความเร็ว 100 ขึ้น ทำได้แย่กว่าซิลฟี่หรือทีด้าครับ

Honda CR-V 2018 ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของครอบครัว

Honda CR-V 2018 ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของครอบครัว

แต่ก็ไม่ได้มีแต่ข้อเสียนะคะ ข้อดีของรุ่นนี้ก็มีกัน แต่จะมีอะไรบ้าง ดูได้จากคอมเม้นท์เลยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 4: Honda CR-V ขับเคลื่อน 4 ล้อตลอดเวลา Full time auto ขับไปไหน มั่นใจสุดๆ เมืองไทยฝนตกบ่อยๆเกือบทั้งปี  วิ่งทางไกล เจอหลุมน้ำเลนขวา หรือ เลนซ้าย ไม่ต้องผวา ผ่านไปแบบนิ่ง  ถ้าเอาแบบขับ 2 ล้อ ขับรถเก๋งเตี้ยๆไปดีกว่าครับ เกิด แฉลบหรืออย่างไร ยังควบคุมรถได้ง่ายกว่ารถสูง   ซื้อรถสูงมาใช้ต้อง ขับเคลื่อน 4ล้อ ตลอดเวลาเท่านั้นครับ ประเภทปกติขับเคลื่อน 2 ล้อ พอจำเป็นจริงๆค่อยปรับไปใช้ 4 แบบนี้ก็ไม่ปลอดภัย พอเวลามันจำเป็นต้องใช้เกิดมา แต่ไม่ทันได้กด ก็ลงไปอยู่ตรงร่องกลางถนนเสียแล้ว  ให้มันทำงานอัตโนมัติ ตลอดเวลาไปเสียเลยดีกว่าครับ  เรื่องกินน้ำมันเล็กน้อยอย่าได้ไปสนใจครับ  ตามคลิปผมจับรถขึ้นห้อย ยกล้อลอย ปั่นให้ดู ทำงานขับ 4 ล้อตลอดเวลาแบบชัดๆ ครับ แบบนี้ค่อยมั่นใจหน่อย โฉมก่อน Honda ทำขับสี่ไม่จริงออกมาขาย รอให้ล้อหน้าฟรีก่อน แล้วล้อหลังค่อยทำ แบบนั้นมันก็ไม่ช่วยเรื่องการเกาะถนนเท่าไหร่ แต่ตัวใหม่นี้ ทำปั่น 4 ล้อตลอดเวลาออกมา ขับทางไกล ทางเปียก ทางแห้ง  เกาะถนนหายห่วงครับ

ความคิดเห็นที่ 5: ผมเปลี่ยนจากทีด้ามาเป็น crv g5 2.4 EL

1. เข้าใจถูกแล้วครับ ขับ 4 จะเกาะกว่าขับ 2 ในทุกสถานการณ์หรือสถาพถนน เฉพาะเวลาเร่งความเร็วเท่านั้นนะครับ ไม่เกี่ยวกับเวลาเบรค แต่ถามว่าจำเป็นไหม ก็ลองตรองดูว่า เราขับเก๋ง 2 ล้อหน้ามาทั้งชีวิต มีเหตุการณ์ไหนที่เราจำเป็นต้องใข้ AWD ไหม ของผมมี 1 ครั้งครับ ตอนขับลุยฝนแค่ 50-60 ตอนนี้ฝนลงทีไร ต้องเจียมตัวเลยครับ

2. เทียบกับ cx5 ไม่ทราบ แต่เทียบทีด้าจาก 7.5 โลลิตร เหลือ 5.5 โลลิตรครับ ใช้ในเมือง กินโคตรๆ ทำใจไว้ด้วยครับ

3. แถว 3 จริงตามว่า แต่ของผมตัดสินกันที่ข้อนี้เลย เพราะต้องใช้ 7 ที่นั่ง(เด็กนั่ง)บางครั้งครับ

4. -  6. ผมว่าพอๆกัน

7. CX5 กินขาด CRV ต้องรอ Honda sensing เหมือน ใน accord hybrid ตอน minor change เลย

8. ภายในผมชอบลายไม้ของ crv มากกว่า แถมที่เก็บของกลางใช้ประโยชน์ได้ดีกว่าครับ แต่ภายนอก cx5 สวยกว่าทั้งหน้าและหลัง

9. ช่วงล่าง ผมว่า crv ดีพอและดีกว่า นิ่งกว่าทีด้า(น่าจะซิลฟี่ด้วย)เยอะ เพราะรถมันหนักกว่า ยางใหญ่และกว้างกว่า แถมขับ 4 แต่ยังไม่เคยลอง cx5 ที่ว่าดียิ่งกว่าครับ

เรื่องเดียวที่น่าติของ crv คือ เสียงรบกวนตอนขับ 80-100 ขึ้นไป (ขับไม่เร็ว พอโอเค) ลองขับดูครับ อาจจะยอมรับไม่ได้เลยทีเดียว เพราะมันแย่กว่าซิลฟี่ที่คุณใช้

Honda CR-V 2018 แม้จะมีปัญหาเล็กน้อย แต่เรื่องสมรรถนะเรียกได้ว่าดีเยี่ยมเลยทีเดียว

Honda CR-V 2018 แม้จะมีปัญหาเล็กน้อย แต่เรื่องสมรรถนะเรียกได้ว่าดีเยี่ยมเลยทีเดียว

สรุป

Honda CR-V 2018 คือรถยนต์ที่มาพร้อมสมรรถนะของช่วงล่างที่ดีมาก เพียงแต่จะมีขัดใจเล็กน้อยในเรื่องของเสียงที่เข้ามาในตัวรถ รวมถึงพื้นที่ห้องโดยสารที่กว้างก็จริง แต่มีปัญหาในส่วนของเบาะแถว 3 ที่เมื่อพับเบาะแล้วไม่ราบเรียบไปกับพื้นที่เก็บของด้านหลัง รวมทั้งเบาะแถว 3 ยังมีพื้นที่แคบมาก ไม่เหมาะสำหรับการนั่งเลยทีเดียว

Honda CR-V 2019

Honda CR-V 2019 

Honda CR-V 2019 รูปลักษณ์ภายนอกยังคงเหมือนเดิมอยู่ แต่จะเพิ่มความแข็งแกร่งของตัวถังมากขึ้นถึง 36% เมื่อเทียบจากของเดิม ทำให้มีน้ำหนักน้อยลง และทำให้ซับแรงกระแทกเมื่อเกิดการชน สำหรับความปลอดภัยในการขับขี่ นอกจากช่วงล่างจะ upgrade ใหม่แล้ว ยังมี Driver Assist กันการเปลี่ยนเลนกะทันหันได้อีกด้วย มีการ เพิ่มฐานล้อยาวขึ้น 40 มม. และยกความสูงเหนือพื้นอีก 40 มม. ทำให้ตัวรถกว้างขึ้น 35 มม.

ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ด้วยดีไซน์ที่เรียบหรู อัดแน่นทุกฟังก์ชั่นการใช้งาน

ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ด้วยดีไซน์ที่เรียบหรู อัดแน่นทุกฟังก์ชั่นการใช้งาน

Honda CR-V 2019 มีการขยายพื้นที่ภายในห้องโดยสารเพิ่มขึ้น โดยเพดานเพิ่มขึ้นด้านหน้าได้สูงขึ้น 5 มิลลิเมตร พื้นที่สะโพกกว้างขึ้น 16 มิลลิเมตร ระยะเรียงตามระหว่างผู้โดยสารหน้ากับหลังยาวขึ้น 50 มิลลิเมตร เพิ่มพื้นที่เหยียดขาด้านหลังให้ยาวขึ้นกว่า 50 มิลลิเมตร เบาะแถวกลางสไลด์ไปกลับได้ 150 มิลลิเมตร เพิ่มพื้นที่ในการเหยียดขาให้กับเบาะแถวหลัง เบาะแถวหลังพับเก็บได้เพื่อเพิ่มความจุสัมภาระเมื่อไม่มีใครนั่ง ด้วยการพับแบ่ง 60:40 ‘dive down’ ทบเดียว รวมกับพื้นกระบะปรับได้สองระดับท้ายรถ ทำให้การขนของทำได้เร็ว และง่ายขึ้น ให้พื้นที่บรรทุกของด้วยความยาวสูงสุด 1,830 มิลลิเมตรสำหรับห้าที่นั่ง (หรือ 1,800 มม. สำหรับเจ็ดที่นั่ง) มุมเปิดของประตูหลังเพิ่มขึ้น 6 องศา ซึ่ง และเพิ่มความสะดวกในการเข้าถึงการใช้ที่นั่งเด็ก อีกไฮไลท์คือฐานประตูล่างใหม่แบบ ‘wrap around’
 

ช่วงล่างของ Honda CR-V 2019 ให้สมรรถนะการขับขี่ที่นุ่มนวล

ช่วงล่างของ Honda CR-V 2019 ให้สมรรถนะการขับขี่ที่นุ่มนวล

ระบบขับเคลื่อนนั้นมีให้เลือกทั้งแบบ FWD และแบบ AWD ซึ่งเกียร์อัตโนมัติ CVT จะถูกนำเสนอในแบบ AWD เท่านั้น มาพร้อมระบบเกียร์ธรรมดา 6 สปีด ให้กำลัง 170 แรงม้า แรงบิด 220 นิวตันเมตร ส่วนเกียร์ CVT จะให้กำลัง 190 แรงม้า แรงบิด 243 นิวตันเเมตร แม้เกียร์ CVT จะมีแรงม้าที่มากกว่า แต่ Honda CR-V 2019 เกียร์ธรรมดามาพร้อมกับอัตราเร่งที่ดีขึ้น โดยผู้ผลิตเผยว่ารุ่นขับแบบ FWD มีอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชม. ในเวลา 9.2 วินาที พร้อมความเร็วสูงสุด 210 กม./ชม. (130 ไมล์/ชม.) ส่วนรุ่นขับแบบ AWD จะใช้เวลา 10 วินาที และมีความเร็วสูงสุด 200 กม./ชม. (124 ไมล์/ชม.) สำหรับทวีปยุโรป Honda ได้ยืนยันว่าพวกเขาจะไม่เปิดตัวเครื่องยนต์ดีเซลในนี้ โดยในช่วงต้นปีหน้าจะมีการเปิดตัวรุ่นเครื่องยนต์ไฮบริด ที่มาพร้อมเครื่องยนต์ i-VTEC ขนาด 2.0 ลิตร เชื่อมต่อกับมอเตอร์ไฟฟ้าแทน สำหรับรายละเอียดในส่วนอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน และออฟชั่นเสริม หรือราคา ยังไม่ประกาศอย่างเป็นทางการ

ดูเพิ่มเติม
>> เม้าท์มอย: เกียร์แบบปุ่มกดใน Honda CR-V ดีไหม?
>>
 ปรับฮวงจุ้ยเสริมดวงรถต้อนรับหน้าฝน
 

Honda CR-V 2019 มีทั้งระบบขับเคลื่อนแบบ 2 ล้อ และ 4 ล้อ พร้อมระบบเกียร์ธรรมดา 6 สปีด

Honda CR-V 2019 มีทั้งระบบขับเคลื่อนแบบ 2 ล้อ และ 4 ล้อ พร้อมระบบเกียร์ธรรมดา 6 สปีด

น่าติดตามมาเลยจริงๆ สำหรับรุ่นต่อไปของ Honda CR-V ที่ปรับพื้นที่ใช้สอยภายในห้องโดยสารให้มีความยืดหยุ่น คล่องตัวมากขึ้น แต่สำหรับใครที่กำลังเลตัดสินใจไม่ถูก หรือรอไม่ไหว ก็สามารถคลิกเข้าไปดูรายละเอียดรถ Honda CR-V มือสอง รอไปพลางๆ ก่อนนะคะ เพราะด้วยสมรถนะการขับขี่ในรุ่นเจนเนอเรชั่นที่ 4 ก็มีความใกล้เคียงรุ่นปี 2018 ที่อยู่ในตลาดตอนนี้ มีต่างกันเล็กน้อยในเรื่องของเบาะผู้โดยสาร แต่อย่างไรก็ตามการเลือกซื้อรถก็ควรอยู่บนพื้นฐานความพึงพอใจของผู้ใช้นะคะ ถ้าใจเราบอกว่าใช่ ก็ซื้อเลยค่ะ (ล้อเล่น) สิ่งสำคัญคือ อย่าลืมเช็คข้อมูลเรื่องรถก่อนตัดสินใจซื้อ สามารถเข้ามาข้อมูลเรื่องรถดีๆ ได้ใน Chobrod.com นะคะ

ติดตามข่าวสารรถยนต์ เชิญที่นี่
ค้นหาข้อมูลรายละเอียดสามารถเข้าดูวีวิวรถ เชิญที่นี่