การตั้งราคาขายรถยนต์มือสองมีเกณฑ์อะไรบ้าง

9 เม.ย 2562
การขายรถมือสองใช่ว่าอยากจะขายราคาเท่าไหร่ก็สามารถตั้งได้ เพราะรถยนต์แต่ละรุ่นก็มีราคากลางในการจำหน่ายเช่นเดียวกัน แล้วเกณฑ์ในการกำหนดราคารถมือสองมีอะไรบ้าง

สำหรับคนที่จะประกาศขายรถยนต์มือสองโดยไม่ผ่านเต็นท์รถ แต่ไม่รู้ว่าจะตั้งราคาอย่างไรวันนี้ Chobrod มีคำตอบมาให้ค่ะ

สำหรับคนที่จะประกาศขายรถยนต์มือสองโดยไม่ผ่านเต็นท์รถ แต่ไม่รู้ว่าจะตั้งราคาอย่างไรวันนี้ Chobrod มีคำตอบมาให้ค่ะ

สำหรับคนที่จะลงประกาศขายรถด้วยตนเองโดยไม่ผ่านเต็นท์รถ สามารถตั้งราคาได้อย่างหลากหลาย โดยการตั้งราคาของรถยนต์มือสองนั้นขึ้นอยู่กันสภาพของรถที่เพื่อนๆ นำไปลงประกาศ สำหรับการฝากขายในเต็นท์รถนั้นจะมีการหักค่าวางขายที่ 10% แต่สำหรับการประกาศขายรถยนต์บนอินเทอร์เน็ตนั้นสามารถกำหนดราคาได้ง่ายกว่า แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าราคาเท่าไหร่จึงจะเหมาะสม

เกณฑ์การตั้งราคาขายรถมือสอง

1. ราคากลางของตลาด

ยึดประกาศราคากลางของการขายรถยนต์ และรถจักรยานยนต์มือสองจากกรมการขนส่งทางบกเป็นแนวทางในการตั้งราคา

ยึดประกาศราคากลางของการขายรถยนต์ และรถจักรยานยนต์มือสองจากกรมการขนส่งทางบกเป็นแนวทางในการตั้งราคา

 ตัวอย่างราคากลางของรถยนต์มือสอง Range Rover ในแต่ละรุ่นปี

ตัวอย่างราคากลางของรถยนต์มือสอง Range Rover ในแต่ละรุ่นปี

ทางกรมการขนส่งทางบกจะออกเกณฑ์ราคาของรถทุกรุ่น นอกจากนี้ยังสามารถสำรวจเพิ่มเติมสำหรับราคากลางของรถรุ่น และปี ที่จะวางขาย จากแหล่งซื้อ-ขายรถมือสองที่น่าเชื่อถือ เช็คอีกครั้งด้วยเครื่องมือช่วยประเมินราคารถ เพื่อให้ได้ราคาที่เป็นกลางที่สุด โดยราคากลางของรถยนต์ทุกรุ่นในปี 2561 ที่ทางกรมการขนส่งทางบกได้รวบรวมไว้ให้สามารถเข้าดูได้ที่ https://www.dlt-inspection.info

ดูเพิ่มเติม
>> ภาพรวมของตลาดรถยนต์มือสองในไทย พร้อมแนวทางก็ซื้อรถยนต์มือสอง
>> เทคนิคขายรถมือสอง ที่คุณอาจไม่เคยรู้

2. ประวัติรถ

ติดต่อประกันรถยนต์เพื่อเช็คประวัติการซ่อม และการจ่ายเบี้ยประกันในแต่ละเดือน

ติดต่อประกันรถยนต์เพื่อเช็คประวัติการซ่อม และการจ่ายเบี้ยประกันในแต่ละเดือน

ติดต่อตัวแทนประกันรถยนต์ เพื่อเช็คประวัติการซ่อม และการจ่ายเบี้ยประกันในแต่ละเดือน โดยประกันรถยนต์จะตรวจสอบ และมอบรายละเอียดเกี่ยวกับอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น รวมไปถึงประวัติการซ่อมแซมที่อาจหลงลืมให้ นอกจากนี้ประกันยังช่วยเช็คตัวเลขไมล์บนหน้าปัด ซึ่งสิ่งนี้เป็นตัวช่วยให้สามารถตั้งค่าเสื่อมสภาพของรถที่เหมาะสมได้

3. การปรับแต่งตัวรถ

การปรับแต่งตัวรถก็ส่งผลต่อการตั้งราคาขายเช่นเดียวกัน

การปรับแต่งตัวรถก็ส่งผลต่อการตั้งราคาขายเช่นเดียวกัน

การแต่งรถที่นอกจากเรื่องของความสวยงาม หรือแต่งเพื่อโชว์อัตลักษณ์เฉพาะบุคคลแล้ว การแต่งรถให้มีน้ำหนักเบา ช่วยลดอัตราการเผาผลาญเชื้อเพลิง และช่วยให้ประหยัดน้ำมัน เป็นข้อดีเล็กๆ ที่ทำให้เพิ่มมูลค่าให้กับรถของเพื่อนๆ ได้ เพราะในยุคนี้ใครๆ ก็อยากได้รถที่ประหยัดน้ำมัน แต่ว่าถ้าติดถังแก๊ส LPG หรือ NGV กลับกลายจะเป็นการลดมูลค่าให้รถยนต์ลงนะคะ ฉะนั้นควรเช็คตัวเองดีๆ ว่าซื้อมาเพื่อใช้ หรือมีแพลนจะขายรถต่อในเวลาอันใกล้ไหม ไม่เช่นนั้นอาจขายได้ในราคาที่ต้องการไม่ได้

4. สถานะการเงินของรถ

ตรวจสอบสถานะทางการเงินของรถว่าผ่อนหมดหรือยัง ซึ่งจะช่วยให้การเจรจาซื้อขายทำได้ง่ายมากยิ่งขึ้น

ตรวจสอบสถานะทางการเงินของรถว่าผ่อนหมดหรือยัง ซึ่งจะช่วยให้การเจรจาซื้อขายทำได้ง่ายมากยิ่งขึ้น

การขายรถให้ได้ราคาดีควรเป็นรถยนต์ที่ผ่อนหมดแล้ว และเป็นชื่อของเราจริงๆ เพราะการซื้อรถที่ยังผ่อนไม่หมดนั้นค่อนข้างเป็นเรื่องยากพอสมควร หากต้องมีการเจรจากับไฟแนนซ์ แล้วอีกอย่างเงินที่เราได้จากการขายรถก็อาจไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย เนื่องจากต้องนำไปโป๊ะไฟแนนซ์อีก ทางที่ดีควรใช้วิธีขายราคาดาวน์ และนำสัญญาผ่อนไปรีไฟแนนซ์ เพื่อให้ผู้ซื้อทำการผ่อนต่อจะดีที่สุด

5. ตั้งเป้าหมายราคาขาย

ตั้งราคาขายรถว่าต้องการเท่าไหร่ โดยคำนวนจาการหักค่าเสื่อมสภาพ 25% และภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%

ตั้งราคาขายรถว่าต้องการเท่าไหร่ โดยคำนวนจาการหักค่าเสื่อมสภาพ 25% และภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%

ดูว่าเราต้องการขายรถในราคาเท่าไหร่ แล้วตั้งเป้าหมายไปเลย หากต้องการขายให้ได้เงินเพิ่ม 10% สามารถคำนวณง่ายๆ ได้ดังนี้

หักค่าเสื่อม 25% จากราคาเดิม (รถขับหนึ่งปี) บวกภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ตัวอย่างเช่น

ราคาเดิม (รถอายุหนึ่งปี) 7 แสนบาท

ค่าเสื่อมสภาพ 25% = 175,000 บาท + ภาษีฯ 7% (12,2500 บาท) = 187,250 บ.

ดังนั้น 10% สำหรับต่อรองราคาจะอยู่ที่ 187,250 บาท

6. คู่มือประกอบรถ หรือ Service Book

นอกจากสภาพของรถยนต์ที่ดีแล้ว คู่มือประกอบรถ หรือ Service Book ยังเป็นสิ่งที่จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ชื้อรถได้

นอกจากสภาพของรถยนต์ที่ดีแล้ว คู่มือประกอบรถ หรือ Service Book ยังเป็นสิ่งที่จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ชื้อรถได้

ทั้งคู่มือประกอบรถ หรือ Service Book เป็นสิ่งที่จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ชื้อรถของเพื่อนๆ ได้ โดยประวัติการบำรุงรักษาจะถูกระบุอยู่ภายในหนังสือเล่มนี้ ซึ่งเมื่อมีการยืนยันประวัติที่ดีจากทั้งการจ่ายเบี้ยประกัน และการบำรุงรักษาแล้ว สิ่งนี้จึงจะช่วยให้การขายรถมือสองไม่ใช่เรื่องยากของการขาย

ดูเพิ่มเติม
>> 7 คำถามยอดฮิตกับ "รถบ้านเจ้าของขายเอง" ที่ก่อนซื้อก่อนขายก็ต้องรู้
>> ขายรถมือสอง ต้องทำยังไงไม่ให้เต้นท์ “กดราคา”

การซื้อขายรถไม่สามารถขายได้ตามใจ แต่ว่าจะมีข้อกำหนด และข้อจำกัดบางอย่างเพื่อให้สามารถตั้งราคาในระยะที่ไม่ห่างกันมากนัก หากเพื่อนๆ สนใจมองหาแหล่งประกาศขายรถยนต์มือสองสามารถเข้ามาโพสต์ประกาศได้ที่ตลาดรถ Chobrod.com ค่ะ

ข่าวเจาะประเด็น

ข่าวที่ได้รับความสนใจ

ประเด็นร้อน

รีวิวรถ

ราคารถ