จีนส่งออกรถยนต์ไฟฟ้าทำสถิติใหม่ อาเซียนกลายเป็นตลาดสำคัญหนุนการเติบโต

ตลาดรถยนต์ต่างประเทศ | 6 ก.ค 2569
แชร์ 0

มูลค่าการส่งออกรถยนต์ไฟฟ้าของจีนทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในเดือนพฤษภาคม โดยประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะไทยและฟิลิปปินส์ กำลังกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของการเติบโต ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์พลังงานสะอาดทั่วทั้งภูมิภาค

กระแสการส่งออกรถยนต์พลังงานใหม่ (NEV) ของจีนยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังมีบทบาทสำคัญในการผลักดันยอดส่งออกให้ทำสถิติสูงสุดอีกครั้ง ข้อมูลล่าสุดจาก Ember องค์กรวิจัยด้านพลังงาน ระบุว่า ในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา จีนส่งออกรถยนต์ไฟฟ้าคิดเป็นมูลค่ารวม 9.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นถึง 49% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2025 และสูงกว่าสถิติเดิมที่ทำไว้ในเดือนเมษายนซึ่งอยู่ที่ 9.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

ตลอดเดือนดังกล่าว จีนส่งออกรถยนต์พลังงานใหม่รวมประมาณ 448,000 คัน แบ่งเป็นรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (BEV) จำนวน 279,000 คัน และรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) อีก 169,000 คัน นับเป็นการเติบโตอย่างก้าวกระโดดเมื่อเทียบกับปี 2020 ซึ่งมูลค่าการส่งออกรถยนต์ไฟฟ้าของจีนยังไม่ถึง 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าจีน ที่สามารถขยายกำลังการผลิต ลดต้นทุน และรุกตลาดต่างประเทศได้อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้จีนยังคงครองตำแหน่งผู้นำของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าโลก

จากมูลค่าการส่งออกทั้งหมด 9.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ประเทศสมาชิกอาเซียนมีสัดส่วนรวมประมาณ 1.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็น 13% ของยอดส่งออกทั้งหมด สะท้อนให้เห็นว่าภูมิภาคนี้กำลังกลายเป็นหนึ่งในตลาดหลักของผู้ผลิตรถยนต์จีน ประเทศไทยยังคงเป็นตลาดใหญ่ที่สุดของภูมิภาค โดยนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าจากจีนมากกว่า 36,000 คัน ขณะที่ฟิลิปปินส์มียอดนำเข้าสูงกว่า 33,000 คัน เช่นกัน

Jaecoo J5 EV รถยนต์ไฟฟ้าจากจีนที่มียอดขายอันดับต้น ๆ ในประเทศไทย
Jaecoo J5 EV รถยนต์ไฟฟ้าจากจีนที่มียอดขายอันดับต้น ๆ ในประเทศไทย

นอกจากนี้ กัมพูชาและลาวยังสร้างสถิตินำเข้ารถยนต์ไฟฟ้ารายเดือนสูงสุดเป็นประวัติการณ์ จากแรงสนับสนุนของมาตรการภาครัฐ ทั้งการลดภาษี การขยายโครงสร้างพื้นฐานสถานีชาร์จ และนโยบายส่งเสริมการประกอบรถยนต์ภายในประเทศ สำหรับกัมพูชา รัฐบาลได้ปรับลดอัตราภาษีนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าแบบ BEV เหลือ 0% ตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา พร้อมลดภาษีของรถยนต์ PHEV จาก 35% เหลือเพียง 7% ส่งผลให้รถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ยังคงครองส่วนแบ่งตลาด แม้ว่ารถยนต์ PHEV จะเริ่มได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ด้านลาว รัฐบาลได้ลดค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนและค่าบริการสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า พร้อมกำหนดให้ผู้ประกอบการขนส่งต้องมีสัดส่วนรถยนต์ไฟฟ้าไม่น้อยกว่า 10% ของกองรถทั้งหมดภายในสิ้นปี 2026 ขณะเดียวกัน ลาวยังประกาศระงับการนำเข้ารถยนต์ใช้น้ำมันเบนซินและดีเซลชั่วคราวจนถึงสิ้นปีนี้ เพื่อลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลจากต่างประเทศ ซึ่งคาดว่านโยบายดังกล่าวจะเริ่มส่งผลต่อทิศทางตลาดรถยนต์อย่างชัดเจนในช่วงหลายเดือนข้างหน้า

Ember ยังมองว่า ราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่เร่งให้หลายประเทศในเอเชียหันมาใช้ยานยนต์พลังงานสะอาดมากขึ้น แม้ว่าตลาดอาเซียนจะได้รับความสนใจจากสื่อตะวันตกน้อยกว่าตลาดขนาดใหญ่อย่างยุโรปหรือสหรัฐอเมริกา แต่ภูมิภาคแห่งนี้กำลังก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าที่มีศักยภาพสูงที่สุดของโลก

ผู้ผลิตรถยนต์จากจีนต่างเร่งขยายการลงทุนเข้าสู่ภูมิภาค ผ่านการเปิดตัวรถยนต์ราคาที่เข้าถึงได้ การตั้งโรงงานผลิตในประเทศ และการสร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับพันธมิตรท้องถิ่น ควบคู่ไปกับนโยบายสนับสนุนจากรัฐบาลของแต่ละประเทศ ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยผลักดันการเติบโตของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในอาเซียนอย่างต่อเนื่อง.