ต่ำสุดในรอบ 2 ปี ส่งออกรถยนต์ไทยวูบ เดือนเม.ย.ร่วง 7.52%

ตลาดรถยนต์ในประเทศ | 24 พ.ค 2562
แชร์ 3

ส.อ.ท.แจงยอดส่งออกรถยนต์เดือนเมษายนผลิตเพิ่ม แต่ส่งออกได้น้อย ชี้ต่ำสุดในรอบ 24 เดือน

ถือเป็นข่าวความเคลื่อนไหวในด้านอุตสาหกรรมยานยนต์ของบ้านเรา ทั้งไลน์การผลิต ประกอบตัวรถ และแน่นอนว่าการส่งออกก็ถือเป็นเป้าหมายสำคัญของแต่ละค่ายผู้ผลิตอีกด้วย

กับตัวเลขล่าสุดที่เกี่ยวกับการส่งออกรถยนต์ประจำเดือนเมษายน 2562 ที่ผ่านมา ซึ่งเปิดเผยโดย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ที่ออกมาเปิดเผยจำนวนการผลิตรถยนต์ โดยพบว่าสามารถผลิตรถยนต์ 150,242 คัน เพิ่มขึ้น 11.47% ขายในประเทศ 86,076 คัน เพิ่มขึ้น 8.7% แต่การส่งออกสามารถส่งออกได้ 67,114 คัน ต่ำสุดรอบ 24 เดือน เพราะลดลงไป 7.52%

แม้จะมีไลน์การผลิตรถยนต์ที่มากขึ้น แต่สำหรับตลาดการส่งออกของไทยกลับลดลง

แม้จะมีไลน์การผลิตรถยนต์ที่มากขึ้น แต่สำหรับตลาดการส่งออกของไทยกลับลดลง 

ในรายละเอียดนั้น นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ รองประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยพร้อมกับย้ำตัวเลขการผลิตรถยนต์จากฐานการผลิตในประเทศไทยว่า จำนวนรถยนต์ทั้งหมดที่ผลิตได้ในเดือนเมษายน 2562 มีทั้งสิ้น 150,242 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนเมษายน 2561 ร้อยละ 11.47 จากการผลิตรถกระบะเพื่อส่งออกเพิ่มขึ้นร้อยละ 9.37 และผลิตรถยนต์นั่งและรถกระบะเพื่อจำหน่ายในประเทศเพิ่มขึ้นร้อยละ 26.99, 18.74 ตามลำดับ แต่ลดลงจากเดือนมีนาคม 2562 ร้อยละ 24.43 เนื่องจากเดือนเมษายนมีวันทำงานน้อย

ส่วนจำนวนรถยนต์ที่ผลิตได้ในเดือนมกราคม – เมษายน 2562 มีจำนวนทั้งสิ้น 711,729 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – เมษายน 2561 ร้อยละ 5.52 ซึ่งหากจำแนกในกลุ่มรถยนต์แต่ละประเภท จะมีข้อมูลดังนี้ 

อีกหนึ่งสาเหตุสำคัญที่กระทบการส่งออกรถยนต์ ก็คือผลพวงจากสงครามการค้า

อีกหนึ่งสาเหตุสำคัญที่กระทบการส่งออกรถยนต์ ก็คือผลพวงจากสงครามการค้า 

รถยนต์นั่งเดือนเมษายน 2562 ผลิตได้ 61,146 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนเมษายน 2561 ร้อยละ 9.35

ยอดผลิตของรถยนต์นั่ง ตั้งแต่เดือนมกราคม – เมษายน 2562 มีจำนวน 286,663 คัน เท่ากับร้อยละ 40.28 ของยอดการผลิตทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – เมษายน 2561 ร้อยละ 3.33

รถยนต์โดยสารขนาดต่ำกว่า 10 ตัน และมากกว่า 10 ตัน ขึ้นไป ในเดือนเมษายน 2562 ผลิตได้ 34 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนเมษายน 2561 ร้อยละ 54.55 รวมเดือนมกราคม – เมษายน 2562 ผลิตได้ 147 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – เมษายน 2561 ร้อยละ 36.11

รถยนต์บรรทุก เดือนเมษายน 2562 ผลิตได้ทั้งหมด 89,062 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนเมษายน 2561 ร้อยละ 12.97 และตั้งแต่เดือนมกราคม – เมษายน 2562 ผลิตได้ทั้งสิ้น 424,919 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – เมษายน 2561 ร้อยละ 7.05

รถกระบะขนาด 1 ตัน เดือนเมษายน 2562 ผลิตได้ทั้งหมด 87,096 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนเมษายน 2561 ร้อยละ 13.34 และตั้งแต่เดือนมกราคม – เมษายน 2562 ผลิตได้ทั้งสิ้น 415,434 คัน เท่ากับร้อยละ 58.37 ของยอดการผลิตทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – เมษายน 2561 ร้อยละ 7.29 โดยแบ่งเป็น

1.รถกระบะบรรทุก 113,116 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – เมษายน 2561 ร้อยละ 3.7

2.รถกระบะดับเบิลแค็บ 250,046 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – เมษายน 2561 ร้อยละ 14.53

3.รถกระบะ PPV 52,272 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม – เมษายน 2561 ร้อยละ 12.57

รถบรรทุกขนาดต่ำกว่า 5 ตัน – มากกว่า 10 ตัน เดือนเมษายน 2562 ผลิตได้ 1,966 คัน ลดลงจากเดือนเมษายน 2561 ร้อยละ 1.31 รวมเดือนมกราคม – เมษายน 2562 ผลิตได้ 9,485 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม – เมษายน 2561 ร้อยละ 2.53

แม้จะดูเหมือนว่าการผลิตจะมากขึ้น และการบริโภคในประเทศดีก็ตาม แต่อีกสิ่งที่รัฐบาลจะต้องเร่งแก้ปัญหาคือเรื่องการส่งออก

แม้จะดูเหมือนว่าการผลิตจะมากขึ้น และการบริโภคในประเทศดีก็ตาม แต่อีกสิ่งที่รัฐบาลจะต้องเร่งแก้ปัญหาคือเรื่องการส่งออก

การผลิตรถยนต์เพื่อส่งออกในเดือนเมษายนเพิ่มขึ้น 2.82% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

เดือนเมษายน 2562 ผลิตได้ 75,169 คัน เท่ากับร้อยละ 50.03 ของยอดการผลิตทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนเมษายน 2561 ร้อยละ 2.82 ส่วนเดือนมกราคม – เมษายน 2562 ผลิตเพื่อส่งออกได้ 378,792 คัน เท่ากับร้อยละ 53.22 ของยอดการผลิตทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากปี 2561 ระยะเวลาเดียวกัน ร้อยละ 1.33

รถยนต์นั่ง เดือนเมษายน 2562 ผลิตเพื่อการส่งออก 26,718 คัน ลดลงจากเดือนเมษายน 2561 ร้อยละ 7.25 และตั้งแต่เดือนมกราคม – เมษายน 2562 ผลิตเพื่อส่งออกได้ทั้งสิ้น 134,319 คัน เท่ากับร้อยละ 46.86 ของยอดผลิตรถยนต์นั่ง ซึ่งลดลงจากเดือนมกราคม – เมษายน 2561 ร้อยละ 5.14

รถกระบะขนาด 1 ตัน เดือนเมษายน 2562 มียอดการผลิตเพื่อการส่งออก 48,451 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนเมษายน 2561 ร้อยละ 9.37 และตั้งแต่เดือนมกราคม – เมษายน 2562 ผลิตเพื่อส่งออกได้ทั้งสิ้น 244,473 คัน เท่ากับร้อยละ 58.85 ของยอดการผลิตรถกระบะ เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – เมษายน 2561 ร้อยละ 5.27 โดยแบ่งเป็น

1.รถกระบะบรรทุก 28,979 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม – เมษายน 2561 ร้อยละ 3.96

2.รถกระบะดับเบิลแค็บ 184,341 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – เมษายน 2561 ร้อยละ 12.92

3.รถกระบะ PPV 31,153 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม – เมษายน 2561 ร้อยละ 19.74

การผลิตรถยนต์ในเดือนเมษายนเพื่อจำหน่ายในประเทศเพิ่มขึ้น 21.73% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

เดือนเมษายน 2562 ผลิตได้ 75,073 คัน เท่ากับร้อยละ 49.97 ของยอดการผลิตทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนเมษายน 2561 ร้อยละ 21.73 และเดือนมกราคม – เมษายน 2562 ผลิตได้ 332,937 คัน เท่ากับร้อยละ 46.78 ของยอดการผลิตทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – เมษายน 2561 ร้อยละ 10.74

ดูเพิ่มเติม
>> 
Toyota-Honda ระงับส่งรถยนต์ออกขายเวียดนาม
>> อินโดนีเซียขยับแรง ตั้งเป้าส่งออกรถยนต์ 4.5 แสนคัน

แต่ก็ไม่ใช่แค่เพียงการส่งออกรถยนต์เท่านั้นที่ยอดลดลง หากแต่ในอุตสาหกรรมอื่นๆ ของไทยก็ได้รับผลกระทบด้วย

แต่ก็ไม่ใช่แค่เพียงการส่งออกรถยนต์เท่านั้นที่ยอดลดลง หากแต่ในอุตสาหกรรมอื่นๆ ของไทยก็ได้รับผลกระทบด้วย 

รถยนต์นั่ง เดือนเมษายน 2562 ผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ 34,428 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนเมษายน 2561 ร้อยละ 26.99 ยอดผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศของรถยนต์นั่ง ตั้งแต่เดือนมกราคม – เมษายน 2562 ผลิตได้ 152,344 คัน เท่ากับร้อยละ 53.14 ของยอดการผลิตรถยนต์นั่ง โดยเมื่อเปรียบเทียบกับเดือนมกราคม – เมษายน 2561 แล้ว เพิ่มขึ้นร้อยละ 12.15

รถกระบะขนาด 1 ตัน เดือนเมษายน 2562 มียอดการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ 38,645 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนเมษายน 2561 ร้อยละ 18.74 และตั้งแต่เดือนมกราคม – เมษายน 2562 ผลิตได้ทั้งสิ้น 170,961 คัน เท่ากับร้อยละ 41.15 ของยอดการผลิตรถกระบะ เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – เมษายน 2561 ร้อยละ 10.32 ซึ่งแบ่งเป็น

1.รถกระบะบรรทุก 84,137 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – เมษายน 2561 ร้อยละ 6.63

2.รถกระบะดับเบิลแค็บ 65,705 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – เมษายน 2561 ร้อยละ 19.28

3.รถกระบะ PPV 21,119 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – เมษายน 2561 ร้อยละ 0.71

นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ รองประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ รองประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

ยอดขายรถยนต์เดือนเมษายนเพิ่มขึ้น 8.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

ยอดขายรถยนต์ภายในประเทศของเดือนเมษายน 2562 มีจำนวนทั้งสิ้น 86,076 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้ว ร้อยละ 8.7 ยอดขายภายในประเทศเพิ่มขึ้น เนื่องจากเศรษฐกิจในประเทศยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ความต้องการของผู้บริโภคที่ยังคงเพิ่มขึ้น มีการแนะนำรถยนต์รุ่นใหม่ในงานบางกอกอินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์เมื่อช่วงปลายเดือนมีนาคมถึงต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา

ช่วยกระตุ้นการเติบโตของตลาดรถยนต์ การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมของภาครัฐและการลงทุนภาคเอกชนที่ยังมีต่อเนื่อง นโยบายช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยและเกษตรกรจากภาครัฐ รวมถึงการท่องเที่ยวจากต่างประเทศยังคงขยายตัว ยอดขายในประเทศลดลงจากเดือนมีนาคม 2562 ร้อยละ 16.6 เนื่องจากจำนวนวันทำงานน้อยกว่า

การส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปในเดือนเมษายนลดลง 7.52% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

เดือนเมษายน 2562 ส่งออกได้ 67,114 คัน ต่ำสุดรอบ 24 เดือน เท่ากับร้อยละ 89.28 ของยอดผลิตเพื่อส่งออก ลดลงจากเดือนเมษายน 2561 ร้อยละ 7.52 โดยส่งออกลดลงเกือบทุกตลาด ยกเว้นตลาดออสเตรเลีย ซึ่งกลับมาเพิ่มขึ้นเป็นเดือนแรกของปีนี้ และตลาดตะวันออกกลาง ซึ่งยังคงเติบโตขึ้นจากราคาน้ำมันดิบที่สูงขึ้น มีมูลค่าการส่งออก 35,545.33 ล้านบาท ลดลงจากเดือนเมษายน 2561 ร้อยละ 3.02

-เครื่องยนต์ มีมูลค่าการส่งออก 2,719.74 ล้านบาท ลดลงจากเดือนเมษายน 2561 ร้อยละ 15.46

-ชิ้นส่วนรถยนต์อื่นๆ มีมูลค่าการส่งออก 14,462.35 ล้านบาท ลดลงจากเดือนเมษายน 2561 ร้อยละ 12.19

-อะไหล่รถยนต์ มีมูลค่าการส่งออก 1,933.06 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนเมษายน 2561 ร้อยละ 22.79

รวมมูลค่าส่งออกรถยนต์เดือนเมษายน 2562 เครื่องยนต์ ชิ้นส่วนรถยนต์ และอะไหล่ มีมูลค่า 54,660.49 ล้านบาท ลดลงจากเดือนเมษายน 2561 ร้อยละ 5.62

เดือนมกราคม – เมษายน 2562 ส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป 366,955 คัน โดยส่งออกลดลงจากปี 2561 ในระยะเวลาเดียวกัน ร้อยละ 0.23 มีมูลค่าการส่งออก 185,200.80 ล้านบาท ลดลงจากเดือนมกราคม – เมษายน 2561 ร้อยละ 2.46

-เครื่องยนต์ มีมูลค่าการส่งออก 11,017 34. ล้านบาท ลดลงจากเดือนมกราคม – เมษายน 2561 ร้อยละ 13.37

-ชิ้นส่วนรถยนต์อื่นๆ มีมูลค่าการส่งออก 64,694.08 ล้านบาท ลดลงจากเดือนมกราคม – เมษายน 2561 ร้อยละ 5.42

-อะไหล่รถยนต์ มีมูลค่าการส่งออก 7,789.52 ล้านบาท ลดลงจากเดือนมกราคม – เมษายน 2561 ร้อยละ 28.01

รวมมูลค่าส่งออกรถยนต์เดือนมกราคม – เมษายน 2562 เครื่องยนต์ ชิ้นส่วนรถยนต์ และอะไหล่ มีมูลค่า 268,701.75 ล้านบาท ลดลงจากเดือนมกราคม – เมษายน 2561 ร้อยละ 4.65

ถือเป็นโจทย์ใหญ่ที่รัฐบาลและภาคส่วนที่เกี่ยวข้องจะต้องเข้ามาจัดการแก้ไขปัญหา เพราะยิ่งกับกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านที่ก็เร่งจะเป็นฮับในการส่งออกรถยนต์เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของตัวเองและเป็นใหญ่ในด้านการส่งออกของอาเซียน ประเทศไทยยิ่งต้องกระตุ้นและหาทางส่งออกให้ได้มากยิ่งขึ้น 

ดูเพิ่มเติม
>> 
ปัจจัยภายนอกมีผล Toyota มองตลาดรถไทย ขายได้สูงสุด 1 ล้านคัน
>> สภาอุตฯ ชี้ยอดขายรถในประเทศโตดี แต่ส่งออกมีสัญญาณ “วูบ”

ติดตามข่าวสารรถยนต์ คลิกที่นี่
ต้องการซื้อรถมือสองสภาพดี เชิญเข้าดูที่ตลาดรถตรงนี้

JAIBOON