CHERY Q เปิดตัวในไทยอย่างเป็นทางการ ราคาเริ่มต้น 449,900 บาท

ตลาดรถยนต์ในประเทศ | 25 มิ.ย 2569
แชร์ 0

CHERY Q เปิดตัวในไทยอย่างเป็นทางการ! รถยนต์ไฟฟ้าแฮทช์แบ็กขับหลัง ราคาเริ่มต้น 449,900 บาท วิ่งไกล 400 กม. พร้อมรับประกันแบตเตอรี่ตลอดอายุการใช้งาน

CHERY ประเทศไทย เปิดตัว CHERY Q รถยนต์ไฟฟ้า 100% รุ่นใหม่ในกลุ่ม Hatchback อย่างเป็นทางการ ชูจุดเด่นด้วยระบบขับเคลื่อนล้อหลัง ระยะทางวิ่งสูงสุด 400 กิโลเมตรต่อการชาร์จ พร้อมรับประกันแบตเตอรี่แบบ Lifetime Warranty ราคาเริ่มต้นเพียง 449,900 บาท


CHERY Q เปิดตัวในไทยอย่างเป็นทางการ 

ราคา CHERY Q

CHERY Q นำเข้าจากประเทศจีนแบบ CBU และเปิดตัวในประเทศไทยด้วย 3 รุ่นย่อย ได้แก่

  • QLICK ราคา 449,900 บาท
  • QOOL ราคา 479,900 บาท
  • QUINT ราคา 519,900 บาท

ในช่วงเปิดตัว ลูกค้าจะได้รับแพ็กเกจรับประกันและสิทธิประโยชน์หลายรายการ ไม่ว่าจะเป็นการรับประกันตัวรถนาน 8 ปี หรือ 200,000 กิโลเมตร รับประกันแบตเตอรี่แรงดันสูงตลอดอายุการใช้งาน ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง 1 ปี บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมงนาน 5 ปี รวมถึงดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้น 1.98%

ขุมพลังไฟฟ้า พร้อมระบบขับเคลื่อนล้อหลัง

CHERY Q มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลังสูงสุด 122 แรงม้า และแรงบิด 115 นิวตันเมตร จับคู่กับแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนฟอสเฟต (LFP) ความจุ 41.3 kWh ส่งกำลังสู่ล้อคู่หลังด้วยระบบขับเคลื่อน RWD ซึ่งถือเป็นจุดเด่นที่แตกต่างจากรถยนต์ไฟฟ้าหลายรุ่นในระดับราคาใกล้เคียงกัน

ตัวรถรองรับความเร็วสูงสุด 139 กม./ชม. และสามารถวิ่งได้ไกลสูงสุด 400 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ตามมาตรฐาน NEDC เหมาะสำหรับทั้งการใช้งานในเมืองและการเดินทางระยะกลาง ระบบชาร์จรองรับทั้ง AC สูงสุด 6.6 kW และ DC Fast Charge สูงสุด 85 kWสามารถชาร์จแบตเตอรี่จาก 30-80% ได้ภายในเวลาเพียง 16 นาที พร้อมรองรับระบบ V2L จ่ายไฟให้อุปกรณ์ภายนอกได้สูงสุด 6.6 kW

QLICK รุ่นเริ่มต้น อุปกรณ์ครบเกินคาด

แม้จะเป็นรุ่นเริ่มต้น แต่ QLICK ก็ให้สิ่งอำนวยความสะดวกมาอย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็นไฟหน้า LED พร้อมระบบเปิด-ปิดอัตโนมัติ ไฟส่องสว่างเวลากลางวัน LED ไฟท้าย LED และกุญแจ Smart Keyless Entry

ภายในห้องโดยสารออกแบบให้รองรับการใช้งานในชีวิตประจำวันอย่างครบถ้วน เบาะคนขับปรับได้ 6 ทิศทาง เบาะผู้โดยสารปรับได้ 4 ทิศทาง เบาะหลังพับแยก 60:40 พร้อมพื้นที่เก็บสัมภาระเพิ่มเติมใต้เบาะหลัง รวมถึงระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบแยกอุณหภูมิซ้าย-ขวา และช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง

ด้านเทคโนโลยี มาพร้อมหน้าจอแสดงผลดิจิทัลขนาด 8 นิ้ว และหน้าจอกลางระบบสัมผัสขนาด 12.8 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย พร้อมลำโพง 4 ตำแหน่ง และพอร์ต USB หลายจุดทั่วห้องโดยสาร

CHERY Q รุ่น QLICK ติดตั้งระบบความปลอดภัยมาตรฐานมาอย่างครบครัน ทั้ง ABS, EBD, BA, ระบบควบคุมเสถียรภาพ ESP, ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HAC และระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Cruise Control นอกจากนี้ยังมีกล้องมองหลัง เซ็นเซอร์ถอยจอด ระบบตรวจวัดแรงดันลมยาง TPMS ถุงลมนิรภัย 4 ตำแหน่ง และจุดยึดเบาะนั่งเด็ก ISOFIX เพื่อเพิ่มความมั่นใจในการใช้งานสำหรับทุกคนในครอบครัว

QOOL เพิ่มเทคโนโลยีช่วยขับขี่ ADAS รอบคัน

รุ่น QOOL ยกระดับความปลอดภัยขึ้นอีกขั้นด้วยการติดตั้งระบบช่วยเหลือการขับขี่ขั้นสูง ADAS ไม่ว่าจะเป็น Adaptive Cruise Control แบบ Stop & Go, ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ AEB, ระบบเตือนการชนด้านหน้าและด้านหลัง รวมถึงระบบช่วยรักษารถให้อยู่ในเลนและระบบตรวจจับมุมอับสายตา

อีกหนึ่งไฮไลต์คือกล้องมองภาพรอบคัน 360 องศา และถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง ช่วยเพิ่มความปลอดภัยทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสาร นอกจากนี้ยังเพิ่มหน้าจอกลางขนาดใหญ่ 15.6 นิ้ว พร้อม Frunk ไฟฟ้า และระบบสื่อสารภายนอกรถ Q Talk

QUINT รุ่นท็อป จัดเต็มความสะดวกสบาย

สำหรับรุ่นสูงสุด QUINT ได้รับการเพิ่มอุปกรณ์ระดับพรีเมียมมากขึ้น ทั้งล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว ฝาท้ายไฟฟ้า กระจก Privacy Glass และไฟสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสาร Ambient Light

ภายในมาพร้อมเบาะคนขับปรับไฟฟ้า แท่นชาร์จสมาร์ตโฟนไร้สายกำลังสูง 50W ระบบสั่งงานด้วยเสียง และชุดลำโพง 6 ตำแหน่ง ขณะที่ระบบช่วยเหลือการขับขี่ก็ถูกเสริมด้วยระบบช่วยจอดอัตโนมัติ APA เซ็นเซอร์จอดด้านหน้า และระบบไฟสูงอัตโนมัติ IHC

CHERY Q มีสีตัวถังให้เลือกทั้งหมด 4 สี ได้แก่

  • Sporty White
  • Creamy Beige
  • Magic Purple
  • Rose Peach

ส่วนห้องโดยสารมีให้เลือก 2 โทนสี คือ Cool Black และ Minty Mix ซึ่งจะมีเฉพาะในรุ่น QUINT ที่มาพร้อมตัวถังสี Creamy Beige

การเปิดตัว CHERY Q ถือเป็นอีกหนึ่งความเคลื่อนไหวสำคัญในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าราคาประหยัดของไทย ด้วยราคาเริ่มต้นต่ำกว่า 500,000 บาท แต่ให้ขนาดตัวถังใหญ่ ระยะทางวิ่ง 400 กิโลเมตร ระบบขับเคลื่อนล้อหลัง และอุปกรณ์ความปลอดภัยที่ครบครัน ทำให้เป็นคู่แข่งโดยตรงของรถยนต์ไฟฟ้ากลุ่ม B-Segment ที่กำลังแข่งขันกันอย่างดุเดือดในตลาดปัจจุบัน