ถึงไทยแล้ว! เปิดตัว Mercedes-Benz S-Class 2027 ใหม่ มาครบทั้ง S580e และ S350d
Mercedes-Benz S-Class รุ่นปรับโฉมใหม่เดินทางถึงประเทศไทยอย่างเป็นทางการ พร้อมทางเลือกทั้งรุ่นปลั๊กอินไฮบริด S580e และดีเซล S350d โดยยังคงจุดยืนความเป็นซีดานลักชัวรีระดับเรือธงของแบรนด์ดาวสามแฉกเอาไว้อย่างชัดเจน พร้อมอัปเกรดเทคโนโลยีและระบบภายในครั้งใหญ่เพื่อรับมือการแข่งขันในยุครถยนต์ไฟฟ้า

Mercedes-Benz S-Class รุ่นปรับโฉมใหม่
S-Class รุ่นปี 2027 ปรับรายละเอียดภายนอกหลายจุด แต่ยังรักษาเอกลักษณ์ความหรูหราแบบดั้งเดิมเอาไว้ครบถ้วน กระจังหน้าขนาดใหญ่ขึ้นพร้อมระบบไฟเรืองแสง รวมถึงไฟหน้า DIGITAL LIGHT แบบใหม่ที่ใช้เทคโนโลยี Micro-LED และกราฟิกไฟรูปดาวอันเป็นเอกลักษณ์ของ Mercedes-Benz
ด้านท้ายเปลี่ยนชุดไฟใหม่ลวดลายดาวสามแฉก ขณะที่ตัวรถยังคงสัดส่วนซีดานหรูขนาดใหญ่ โดยรุ่นฐานล้อยาวมีระยะฐานล้อกว่า 3,200 มม. ช่วยเพิ่มพื้นที่โดยสารตอนหลังให้กว้างขวางยิ่งขึ้น


ห้องโดยสารของ S-Class ใหม่ถูกพัฒนาให้ทันสมัยมากขึ้น ด้วยระบบปฏิบัติการ MB.OS ที่เชื่อมการทำงานของตัวรถเข้ากับระบบคลาวด์ รองรับการอัปเดตซอฟต์แวร์แบบ OTA
จุดเด่นสำคัญคือหน้าจอ MBUX Superscreen ขนาดใหญ่เต็มแดชบอร์ด พร้อมระบบ AI Assistant และอินเทอร์เฟซแบบ Zero-Layer ที่ช่วยให้เข้าถึงฟังก์ชันต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น
ในรุ่น 4 ที่นั่ง ยังมาพร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน เช่น


S-Class 2027 ติดตั้งเซนเซอร์และระบบช่วยขับรุ่นใหม่จำนวนมาก รองรับระบบขับขี่กึ่งอัตโนมัติแบบ Hands-free ในบางประเทศที่กฎหมายอนุญาต รวมถึงระบบช่วยจอดอัตโนมัติและถุงลมนิรภัยสูงสุด 15 จุด
นอกจากนี้ ยังมีระบบปรับคุณภาพอากาศภายในห้องโดยสาร และระบบปรับอุณหภูมิอัจฉริยะเพื่อเพิ่มความสะดวกสบายระหว่างเดินทาง

Mercedes-Benz S-Class รุ่นปรับโฉมใหม่
ตลาดไทยเปิดตัวหลัก ๆ ด้วย 2 ทางเลือก ได้แก่
S580e Plug-in Hybrid
รุ่นไฮไลต์ของตลาดไทย ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 6 สูบเรียง 3.0 ลิตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่ 28.6 kWh ให้กำลังรวมสูงสุด 576 แรงม้า
สามารถวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนได้ประมาณ 90 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง พร้อมอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 4.4 วินาที กลายเป็น S-Class ที่เร็วที่สุดที่มีจำหน่ายในไทยขณะนี้
อีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่เน้นการเดินทางระยะไกล ใช้เครื่องยนต์ดีเซล 6 สูบเรียง ให้กำลังประมาณ 330 แรงม้า จุดเด่นคือแรงบิดสูง ความนุ่มนวล และอัตราสิ้นเปลืองที่ประหยัดเมื่อเทียบกับขนาดตัวรถ
แม้ตลาดรถลักชัวรีในปัจจุบันจะมีคู่แข่งทั้งจากรถยนต์ไฟฟ้าและแบรนด์ใหม่จำนวนมาก แต่ S-Class ยังคงเป็นหนึ่งในรถยนต์ที่สะท้อนภาพลักษณ์ความหรูหรา เทคโนโลยี และความสะดวกสบายได้ชัดเจนที่สุด
การปรับโฉมครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่การเปลี่ยนหน้าตา แต่เป็นการยกระดับทั้งระบบ เพื่อรักษาสถานะของ S-Class ในฐานะซีดานเรือธงของ Mercedes-Benz ต่อไปในยุครถยนต์แห่งอนาคต