ต่อใบขับขี่ปี 2569 เช็กกฎใหม่จากกรมการขนส่งทางบก ไม่ต้องทดสอบตาบอดสีทุกกรณี และบางกลุ่มไม่ต้องทดสอบเหยียบเบรก

ต่อใบขับขี่ปี 2569 เช็กกฎใหม่จากกรมการขนส่งทางบก
กรมการขนส่งทางบกได้ประกาศปรับปรุงแนวทางการทดสอบสมรรถภาพร่างกายสำหรับผู้ขอรับและต่ออายุใบอนุญาตขับรถทั่วประเทศ โดยอ้างอิงหลักเกณฑ์ตามกฎกระทรวงและข้อเสนอแนะจากแพทยสภา เพื่อให้การให้บริการมีความสะดวก รวดเร็ว และสอดคล้องกับสภาพร่างกายของผู้ขับขี่แต่ละช่วงวัยมากยิ่งขึ้น
หนึ่งในการเปลี่ยนแปลงสำคัญ คือ การยกเลิกการทดสอบการมองเห็นสี (ตาบอดสี) สำหรับผู้ที่มาต่ออายุใบขับขี่ ซึ่งจะมีผลเฉพาะกับการขอใบขับขี่ครั้งแรกเท่านั้น
ตามหลักเกณฑ์ใหม่ การทดสอบการมองเห็นสีจะใช้เฉพาะผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถครั้งแรก ส่วนผู้ที่มาต่ออายุใบขับขี่ในครั้งถัดไป ไม่จำเป็นต้องเข้ารับการทดสอบดังกล่าวอีก
มาตรการนี้มีเป้าหมายเพื่อลดขั้นตอนและช่วยประหยัดเวลาในการเข้ารับบริการที่สำนักงานขนส่ง
สำหรับผู้ที่มีอายุไม่เกิน 55 ปีบริบูรณ์ และมีใบขับขี่หมดอายุไม่เกิน 1 ปี จะได้รับการยกเว้นการทดสอบปฏิกิริยาทางเท้า หรือการทดสอบการเหยียบเบรก
อย่างไรก็ตาม ผู้ขอต่ออายุยังต้องเข้ารับการทดสอบสายตา ได้แก่
ในกรณีที่ผู้ขอต่ออายุใบขับขี่มีอายุตั้งแต่ 55 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบข้อมูลอายุ และยังคงต้องผ่านการทดสอบปฏิกิริยาทางเท้า รวมถึงการทดสอบสายตาทางกว้างและสายตาทางลึกเช่นเดิม
ผู้ที่ปล่อยให้ใบขับขี่หมดอายุเกิน 1 ปี ไม่ว่าจะมีอายุเท่าใด จะต้องเข้ารับการทดสอบสมรรถภาพร่างกายตามเกณฑ์ปกติ ประกอบด้วย
โดยมาตรการใหม่นี้มีเป้าหมายเพื่อลดภาระและอำนวยความสะดวกแก่ผู้ขับขี่ที่ยังมีสมรรถภาพร่างกายเหมาะสมสำหรับการขับรถ
กรมการขนส่งทางบกเปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการหารือร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขและแพทยสภา เพื่อพัฒนาระบบการต่ออายุใบอนุญาตขับรถผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ให้มีความสมบูรณ์และพร้อมใช้งานอย่างเต็มรูปแบบ
การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามประกาศกฎกระทรวงการขอและการออกใบอนุญาตขับรถ และการต่ออายุใบอนุญาตขับรถ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 5 มีนาคม 2568 เมื่อระบบออนไลน์มีความพร้อมและผ่านการทดสอบเสถียรภาพเรียบร้อยแล้ว กรมการขนส่งทางบกจะประกาศรายละเอียดและประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบอีกครั้ง ผู้ที่ต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อสายด่วนกรมการขนส่งทางบก โทร. 1584 หรือศึกษารายละเอียดผ่านเว็บไซต์ทางการของกรมการขนส่งทางบก