3 สิ่งที่ต้องใส่ใจหลังพารถไปผ่านสงครามในวันสงกรานต์

ประสบการณ์ใช้รถ | 5 เม.ย 2562
แชร์ 3

เริ่มนับถอยหลังเข้าสู่เทศกาลที่ทุกคนต่างรอคอย กับสงกรานต์ปี 2562 แน่นอนว่ามันเป็นวันหยุดของใครหลาย ๆ คน และแต่ละคนก็คงคิดแพลนเที่ยวแพลนเดินทางกันไว้แล้วใช่มั้ยล่ะ? บางคนอาจมีกิจกรรมนัดแนะพบปะเพื่อนฝูงไปเล่นน้ำในที่ใกล้ ๆ บางคนก็ไปร่วมทำกิจกรรมครอบครัว อาจไปเข้าวัดทำบุญหรือกินเลี้ยงพบปะกันที่บ้าน

แน่นอนว่าทุกกิจกรรมย่อมมีการออกเดินทาง ยิ่งหากบางท่านที่มีครอบครัวอยู่ที่ต่างจังหวัด ก็จำเป็นที่จะต้องพารถคู่ใจของคุณบุกฝ่าผ่าดงน้ำ ที่จะถูกสาดถูกราดมาจากผู้คนที่เข้าร่วมกิจกรรมความสนุกสนานของเทศกาลนี้ น้ำมาอย่างเดียวไม่พอ มีคราบแป้งคราบดินสอพองติดมาอีก และไม่ใช่เพียงจะเลอะไปยังตัวถังรถด้านหน้าหรอกนะ มันสามารถเลอะและเปียกมาได้ทั้งทุกส่วนของรถ คุณต้องทำใจว่าการเดินทางในวันสงกรานต์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเดินทางไปต่างจังหวัด ก็เหมือนพารถเข้าสู่สงคราม

3 สิ่งที่ต้องใส่ใจหลังพารถไปผ่านสงครามในวันสงกรานต์

3 สิ่งที่ต้องใส่ใจหลังพารถไปผ่านสงครามในวันสงกรานต์

3 สิ่งที่ต้องใส่ใจหลังพารถไปผ่านสงครามในวันสงกรานต์

เพราะเป็นกิจกรรมที่นานทีมีปีละครั้ง การจะให้หลีกเลี่ยงก็คงเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก ถ้าไม่อยากให้รถเปียกรถเลอะ ทางเดียวที่คุณต้องทำคือการจอดรถทิ้งไว้และนอนอยู่ที่บ้าน แต่ถ้ามันมีความจำเป็นที่จะต้องรับมือกับเทศกาลครั้งนี้ เรามาหาวิธีรับมือกับมันกันดีกว่า

วันนี้ Chobrod จะมาเสนอวิธีดูแลรถหลังสงกรานต์กันค่ะ มีอะไร ส่วนไหน ของรถบ้าง ที่เราต้องใส่ใจและให้การดูแล

ดูเพิ่มเติม
>> สงกรานต์นี้เช็คสภาพรถฟรี !! ภายใต้คอนเซ็ปต์ “ตรวจรถฟรี ขับขี่ปลอดภัย”
>> ขับรถหน้าร้อนอย่างใจเย็น กับวิธีรับมือซัมเมอร์สุดคูล

วิธีดูแลรถหลังสงกรานต์ วิธีที่ 1 : ล้างรถ

Car-Wash

รีบล้างรถให้เร็วที่สุด อย่าปล่อยให้คราบเกาะฝังแน่นนานเกินไป

สิ่งที่จำเป็นและควรทำเป็นอย่างแรกนั่นก็คือการทำความสะอาดรถ นอกจากจะหลีกเลี่ยงคราบน้ำคราบแป้งไม่ได้ เรายังไม่รู้ด้วยอีกว่าน้ำและคราบที่ปะทะมาสะอาดมากแค่ไหน หากหมดศึกสงกรานต์แล้วจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องล้างรถให้สะอาดในทันที เพราะคราบสกปรกที่ติดมาจากกิจกรรมดังกล่าว จะยิ่งฝังและเกาะติดหากปล่อยเอาไว้เป็นเวลานาน และจะทำให้รถของคุณเกิดอาการกระดำกระด่างได้ ทีนี้หากจะทำความสะอาดในวันที่มันยากขึ้นกว่าเดิม อาจจะยิ่งทำให้เกิดคราบและรอยที่ฝังแน่นจนลบไม่ออก ต้องเสียเงินไปบำรุงดูแลรักษามากขึ้นกว่าเดิมไปอีก ดังนั้นหากหมดช่วงเทศกาล ควรหาเวลาทำความสะอาดรถของคุณในทันทีเป็นการดีที่สุดค่ะ แต่ถ้าหากไม่มีเวลาไปร้านล้างรถเลย หรือหาเวลาล้างได้ไม่พอ อย่างน้อยก็ควรฉีดน้ำล้างคราบสกปรกออกไปซะก่อน อย่างน้อยก็น่าจะดีกว่าค่ะ

วิธีดูแลรถหลังสงกรานต์ วิธีที่ 2 : ทำความสะอาดภายใน

Car-Wash-Inside

ทำความสะอาดภายในเพื่อลดกลิ่นอับชื้น

ก็เทศกาลแห่งความสนุกทั้งทีจะให้ตัวแห้งเลยก็คงไม่เข้ากับคอนเซ็ปต์ หลายคนที่พร้อมออกไปลุยเล่นน้ำในวันสงกรานต์ อาจมีความจำเป็นที่จะต้องพารถคู่ใจขับพาคุณไปทำกิจกรรม หลังจากทำกิจกรรมแล้วก็คงเลี่ยงไม่ได้ที่จะพาร่างที่ชุ่มไปด้วยน้ำขึ้นมานั่งแหมะทิ้งตัวอยู่บนรถ แม้จะบิดให้ตัวแห้งมาแล้วบ้าง แต่มันก็ไม่ได้แห้งสนิทซะทีเดียวหรอก และนั่นด้วยเหตุนี้ก็ทำให้เกิดโอกาสการสะสมความอับชื้นในห้องโดยสารของรถของคุณ ไม่ว่าจะบนเบาะบนพรม ก็ทำให้เกิดกลิ่นอับได้เช่นกัน ดังนั้นการดูแลภายในรถเองก็เป็นเรื่องที่คุณควรใส่ใจไม่แพ้กับการล้างรถ โดยการกำจัดความชื้นทำได้โดยการจอดรถตากแดดทิ้งไว้ เปิดประตูรถให้หมดทุกบาน แล้วเอาพัดลมมาเป่าเข้าที่เบาะหรือพรม หรือหากต้องการความสะอาดหมดจดมากกว่า ก็ถอดเบาะถอดพรมออกมาซักผึ่งแดดไปซะ ถ้าไม่สะดวกก็เข้ารับการบริการกับร้าน Car Care ก็ได้ เพื่อความครบเครื่องเรื่องความสะอาดอย่างทั่วถึง

วิธีดูแลรถหลังสงรานต์ วิธีที่ 3 : ตรวจเช็คอุปกรณ์และระบบต่าง ๆ

ก่อนออกเดินทาง หลายคนคงตรวจสภาพรถเป็นอย่างดีกันแล้ว เป็นการเตรียมพร้อมสำหรับการออกเดินทาง แต่รู้ไหมว่าหลังการเดินทาง ก็ควรที่จะตรวจสภาพรถเช่นกัน เพื่อเช็คสถานะว่ารถของเราอยู่ในสภาพพร้อมที่จะออกเดินทางครั้งต่อไป และในช่วงเทศกาลที่ผ่านพ้นไปนี้ มีจุดที่ควรตรวจสอบหลัก ๆ ทั้งหมดดังนี้

Check Car

การตรวจสภาพรถควรทำทั้งก่อนและหลังการเดินทางไกลทุกครั้ง

  1. ตรวจเช็คหม้อน้ำ การเดินทางในช่วงวันหยุดยาวนี้ ต้องเจอกับภาวะการจราจรที่หนาแน่นเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นการขับรถออกต่างจังหวัด หรือขับรถไปหาจุดเล่นน้ำยอดนิยม ทั้งการเดินทางไกล ทั้งการเผชิญกับสภาวะรถติด เครื่องยนต์ของรถก็จะยิ่งมีความสูงขึ้น หม้อน้ำก็จำทำงานหนักขึ้นเนื่องจากต้องคอยระบายความร้อนตลอดเวลา เพราะฉะนั้นหลังจากกลับจากการเดินทางควรตรวจเช็คหม้อน้ำอีกที เพื่อดูว่าจะเกิดการรั่วซึมหรือชำรุดหรือไม่ โดยเฉพาะรถที่มีอายุมากกว่า 5 ปีขึ้นไป ให้ตรวจสอบอย่างละเอียดเพราะมีโอกาสเสื่อมและเจออาการรั่วซึมได้ง่ายกว่ารถใหม่
  2. ตรวจเช็คลมยาง ก่อนออกเดินทางไกล ก็คงมีการเติมลมยางให้มากกว่าปกติประมาณ 3—5 PSI เป็นการลดความร้อนในยางยามที่เราใช้ความเร็ว แต่เมื่อกลับมาจากการเดินทางแล้ว ก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องกังวลถึงเรื่องความร้อนสะสมในยางต่อไป ดังนั้นจึงควรเอายางออกให้อยู่ในระดับปกติ เพื่อให้หน้ายางสัมผัสกับพื้นถนนได้มากขึ้น ลดการลื่นไถลเมื่อเจอถนนลื่น และเพิ่มความนุ่นนวลให้กลับมาเป็นเหมือนเดิม
  3. ตรวจเช็คยาง นอกจากลมยางแล้ว ยางรถยนต์เองก็เป็นจุดที่ควรให้ความใส่ใจ เพราะถนนที่ต่างจังหวัดบางที่ก็ขรุขระมีสภาพเป็นลูกรัง หรือในตัวเมืองเองก็ตามที่บนพื้นถนนเปียกไปด้วยน้ำหรือคราบเกรอะกรังจากแป้ง ก็อาจส่งผลให้ยางรถชำรุดหรือเสื่อมสภาพลงได้ ดังนั้นหากพบว่ายางรถเลอะหรือมีสภาพที่ชำรุดให้ทำการทำความสะอาดหรือซ่อมแซมโดยทันที เพื่อความปลอดภัยในการขับขี่ครั้งต่อไป

ในช่วงเทศกาลนี้เหนือสิ่งอื่นใดที่ควรใส่ใจนอกเหนือจากการดูแลสภาพรถทั้งก่อนและหลังการเดินทาง นั่นก็คือการให้ความสำคัญเรื่องการขับขี่อย่างมีสติและมีวินัย เคารพกฏจราจรและให้เกียรติผู้ร่วมถนนนะคะ การเดินทางในอากาศที่ร้อนเช่นนี้ จิตใจของคุนขับเองไม่ควรร้อนตามไปด้วย พึงขับขี่ด้วยความไม่ประมาท นึกถึงหน้าคนที่คุณรักที่กำลังจะเดินทางไปหา รวมไปถึงผู้ร่วมเดินทางมากับคุณด้วย เพื่อเตือนสติให้ทุกการขับขี่ของคุณเป็นไปอย่างสวัสดิภาพ Chobrod เองก็ขอให้วันปีใหม่ของไทยนี้เป็นเทศกาลแห่งความสุขของทุกคน เดินทางปลอดภัยทั้งไปและกลับกันถ้วนหน้านะคะ

ดูเพิ่มเติม
>> ตรวจเข้ม .. จับจริง !! สงกรานต์ 2562 สั่งคุมเข้มบทลงโทษคนเมาแล้วขับ พ่วงคนนั่งโดนด้วยโทษฐานไม่ห้าม
>> เที่ยวสงกรานต์เดินทางไกล เลือกรถคันไหนดี? มาหาคำตอบกัน!

ติดตามข่าวสารรถยนต์ คลิกที่นี่
ต้องการซื้อรถมือสองสภาพดี เชิญเข้าดูที่ตลาดรถตรงนี้

ANNOiNA