ใจเสียเมือเกียร์หลุด! อันตรายแค่ไหนและแก้ไขอย่างไรเมื่อเกิดอาการเกียร์หลุด

ประสบการณ์ใช้รถ | 18 พ.ค 2562
แชร์ 1

หากพูดขึ้นมาว่าเกียร์หลุด อาจมีหลายคนที่ตกใจและเข้าใจไปเองว่าเกียร์รถหลุดติดมือออกมาจากด้ามแบบนั้นหรือเปล่า? ฟังดูแล้วทำไมดูน่ากลัวและอันตรายเหลือเกิน ถ้าเป็นแบบนั้นจริง ๆ คงจะมีเหตุการณ์ต่อจากนั้นให้ลุ้นระทึกกันแน่ ๆ

แต่ใจเย็นก่อน มันไม่ได้เป็นอย่างนั้นหรอกนะ ความจริงแล้วอาการเกียร์หลุดไม่ได้เกิดขึ้นดูน่ากลัวอย่างที่ทุกท่านกำลังคิดภาพตาม แต่เป็นเพียงอาการของภาวะที่ไม่สามารถควบคุมเกียร์ได้นั่นเอง แต่ถึงอย่างไรฟังดูก็ยังดูอันตรายอยู่ดี ไม่น่าไว้ใจได้เหมือนเดิม

เรามาเจาะลึกกัน ว่าอาการเกียร์หลุดเป็นอย่างไร และรถของคุณเองก็มีความเสี่ยงหรือไม่ที่จะเกิดอาการเหล่านี้ และหากถึงเวลาแล้วมันเกิดขึ้นมาจริง ๆ เราจะต้องแก้ไขและรับมืออย่างไรได้ถึงปัญหานี้

เกียร์หลุดคืออะไร ? และมีอาการแบบไหนถึงเรียกว่าเกียร์หลุด

อาการเกียร์หลุดคือสภาวะที่ไม่สามารถควบคุมเกียร์ได้

อาการเกียร์หลุดคือสภาวะที่ไม่สามารถควบคุมเกียร์ได้

คำว่าหลุดในที่นี้ หมายถึงหลุดจากการควบคุม ไม่สามารถทำการเปลี่ยนเกียร์ไปยังตำแหน่งอื่น ๆ ได้ ถ้าเกิดในเกียร์ธรรมดา มักจะหลุดออกจากตำแหน่งขับเคลื่อนมายังตำแหน่งเกียร์ว่าง ถ้าเกิดในรถเกียร์ออโต้ ชุดเกียร์จะไม่คืนตำแหน่ง แต่จะค้างเข้าเกียร์ถอยหลังแทนที่จะเดินหน้าหรือเข้าเกียร์ว่าง

ยกตัวอย่างเช่น เกียร์หลุดที่ตำแหน่ง R ในเกียร์ออโต้ รถยนต์ก็จะเคลื่อนถอยหลังอยู่อย่างนั้น ไม่ว่าจะดันเกียร์ไปตำแหน่ง P, N,D, 3 หรือ 1 รถก็ยังจะคงถอยหลังอยู่เช่นนั้น ไม่สามารถควบคุมให้กลับมาอยู่ในตำแหน่งต้องการได้นั่นเองซึ่งส่วนปัญหานี้โดยส่วนใหญ่ มักจะเกิดจากสายสั่งการทำงานของเกียร์ที่เชื่อมกับตัวเลือกตำแหน่งคันเกียร์ในห้องโดยสาร ที่มีลักษณะเป็นสายเคเบิ้ลโยงเข้ามาในห้องเครื่องและเชื่อมต่อกับเกียร์

ดูเพิ่มเติม
>>
 กว่าจะมาถึงวันนี้ที่เราใช้ “ระบบเกียร์อัตโนมัติ”
>> หลักสูตรรวบรัดการขับรถ "เกียร์ออโต้" สำหรับมือใหม่ !!

จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อเกียร์หลุด ?

อาจจะเคยได้ยินข่าวที่รถไหลตกลงจากดาดฟ้าที่จอดรถ เหตุการณ์นั้นก็มีข้อสันนิษฐานว่าอาจเกิดจากอาการเกียร์หลุด ซึ่งเมื่อเกิดอาการเกียร์หลุด อันตรายที่จะเกิดขึ้นมักจะมีสาเหตมากจากการที่คนส่วนใหญ่ตัดสินใจทำอะไรบางอย่างด้วยความไม่ทันคิดหรืออาการตกใจทำให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นมาได้ ซึ่งส่วนใหญ่จะมีลักษณะดังนี้

  • หลายคนตกใจ รีบดึงเบรกมือขึ้นเพื่อให้รถทำการหยุด วิธีนี้นอกจากจะไม่ได้ผลแล้ว จะยิ่งเกิดภาวะแรงต้าน ยังผลให้รถคุณเกิดความเสียหายมากกว่าเดิม
  • พยายามเปลี่ยนเกียร์อื่นแล้วเหยียบคันเร่ง เช่นเกียร์หลุดที่เกียร์ R พยายามเปลี่ยนเป็นเกียร์ D และเหยียบคันเร่งส่ง ทำเช่นนี้รถจะยิ่งถอยหลังเร็วกว่าเดิม มีความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุได้
  • เข้าเกียร์ N เพื่อหวังให้รถหยุดเคลื่อนที่ แล้วยกเท้าที่เหยียบเบรกขึ้น วิธีนี้ยิ่งทำให้รถถอยหลังเร็วขึ้นไปอีกเช่นกัน

อาการเกียร์หลุดนอกจากจะเกิดขึ้นระหว่างการขับขี่เกิดขณะที่จอดรถโดยเปิดเครื่องยนต์ทิ้งไว้แล้วระบบสั่งการเกียร์ไม่ทำงาน เกิดอาการรถไหล ถอยหลังได้เองได้ด้วยเช่นกัน

จอดรถไม่ดับเครื่อง ลงซื้อข้าวเกียร์หลุดไหลลงคลอง

ความเสี่ยงที่จะเกิดเกียร์หลุด

อันที่จริงอาการเกียร์หลุด มีโอกาสเกิดขึ้นน้อยมาก ๆ เพราะรถที่ถูกผลิตออกมาให้ใช้งานในปัจจุบันจะถูกทดสอบเป็นอย่างดีจากโรงงานประกอบ ต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบคุณภาพก่อนที่จะส่งต่อมาวางจำหน่าย แต่ใช้ว่าโอกาสเกิดขึ้นจะไม่มีเลย ปัญหานี้ส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นกับรถเก่าที่ผ่านอายถการใช้งานมายาวนาน เพราะที่ตัวสายสั่งการจะมีบุช ที่มักทำจากพลาสติกเสื่อมสภาพตามอายุ หากบุชเสื่อมและเกิดแตกขึ้นมา เมื่อทำการสับตำแหน่งเกียร์ สายเกียร์จะกระชากตำแหน่งเกียร์ขึ้นมา 1 ตำแหน่งเท่านั้น ไม่สามารถโยกได้มากกว่านี้เพราะชุดบุชเสียหาย นั่นเป็นสาเหตุที่ว่าทำไมรถส่วนใหญ่เมื่อเกียร์หลุดมักจะเกิดเป็นอาการถอยหลัง

วิธีรับมือหากประสบภาวะเกียร์หลุด

กดปุ่มให้สัญญาณไฟฉุกเฉินเมื่อเผชิญสภาวะที่ไม่สามารถควบคุมเกียร์ได้

กดปุ่มให้สัญญาณไฟฉุกเฉินเมื่อเผชิญสภาวะที่ไม่สามารถควบคุมเกียร์ได้

เมื่อเกิดเหตุการณ์เกียร์หลุด ให้ตั้งสติ อย่าตกใจ ให้ปฏิบัติตามวิธีดังต่อไปนี้เพื่อทำการดับรถ

  • พยายามขับรถให้ชิดขอบทาง หลีกเลี่ยงการจอดรถในที่ลาดชัน
  • กดสวิทช์ไฟฉุกเฉินเพื่อให้สัญญาณแก่เพื่อนร่วมทาง เป็นการบอกว่ารถของคุณกำลังเข้าสู่ภาวะไม่ปกติ
  • เหยียบแป้นเบรกให้แรงที่สุดเพื่อให้รถหยุด หากรถไม่หยุดห้ามตกใจเด็ดขาดให้ทำตามขั้นตอนต่อไป
  • ให้รีบทำการบิดกุญแจไปที่ตำแหน่ง Off เพื่อดับเครื่องยนต์ให้เร็วที่สุด เพื่อตัดการส่งกำลังจากเครื่องยนต์ไปสู่เกียร์
  • เมื่อเครื่องดับ อาการที่จะตามมาคือพวงมาลัยจะมีอาการหนักเพิ่มขึ้น การควบคุมรถเราจึงต้องใช้แรงในการหมุนเพื่อควบคุมพวงมาลัยที่เพิ่มมากขึ้น
  • ระวังอย่าหมุนสวิทช์กุญแจไปที่ตำแหน่ง Lock โดยเด็ดขาด เพราะการทำเช่นนี้จะทำให้เราไม่สามารถหมุนพวงมาลัยได้เลย

วิธีป้องกันเพื่อรับมือการเกิดเกียร์หลุดและอาการไม่ปกติที่จะเกิดขึ้นกับเกียร์ของคุณ

  • ตรวจสอบพื้นที่ในบริเวณห้องคนขับจะต้องไม่มีสัมภาระใด ๆ ที่จะขัดขวางการทำงานของเกียร์และเบรกเด็ดขาด เช่น ขวดน้ำ รองเท้า ทางที่ดีหลีกเลี่ยงสิ่งของทุกชนิด เพื่อป้องกันการไหลไปขัดการทำงานของเกียร์ระหว่างขับรถ
  • สำหรับผู้หญิง หลีกเลี่ยงการใช้รองเท้าส้นสูงในการขับรถทุกครั้งเพราะจะทำให้ไม่สามารถเหยียบเบรกได้เต็มฝ่าเท้า
  • ห้ามซอนพรมหรือผ้ายางเกิน 1 ชั้น และหลีกเลี่ยงใช้พรมที่ไม่ได้มาตรฐานที่อาจเป็นสาเหตุทำให้คันเร่งติดค้างที่พรมได้
  • หลีกเลี่ยงการปล่อยเด็กและสัตว์เลี้ยงไว้ในรถยนต์
  • ในการใส่เกียร์ทุกครั้ง ไม่ว่าตำแหน่งใดก็ตาม ให้ทำการเหยียบเบรกก่อนเสมอ และค่อย ๆ ปล่อยแป้นเบรกที่เท้าให้รถเคลื่อนที่ออกไปอย่างช้า ๆ เพื่อดูว่าตำแหน่งเกียร์ที่เราใส่อยู่ รถได้เคลื่อนที่ออกไปตรงตามความต้องการหรือไม่ แล้วจึงค่อยเหยียบคันเร่งตาม
  • ห้ามปล่อยเบรกอย่างรวดเร็ว และเหยียบคันเร่งตามไปในทันที เพราะหากเกิดอาการที่เกียร์อยู่ในตำแหน่งที่ไม่ถูกต้อง รถจะเกิดอาการเคลื่อนที่ไปอย่างรวดเร็ว และทำให้ตกใจได้ทำให้เกิดการควบคุมที่ผิดพลาด อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุตามมาได้

หมาซนโดนเกียร์รถไหลชนเก๋ง 

สุดท้ายนี้ให้ค่อยๆ ตรวจเช็กระบบเกียร์ให้ดี รวมไปถึงส่วนอื่นของรถตามแต่ระยะการใช้งานของส่วนนั้น ๆ หากพบความผิดปกติใด ๆ เกี่ยวกับกลไกการทำงานของรถ และไม่สามารถทำการแก้ไขซ่อมแซมเบื้องต้นได้ด้วยตัวเอง ให้รับการบริการที่ศูนย์บริการใกล้บ้านเพื่อแก้ไขปัญหาในที่เพื่อป้องกันปัญหาที่เกิดขึ้น ให้ทุกการขับขี่ของคุณเต็มไปด้วยความสบายใจในทุกเส้นทาง

ดูเพิ่มเติม
>> 
ทิปดูแลรถ.. ส่องอาการก่อนเกียร์ออโต้เสีย
>> มาทำความรู้จักกับระบบกระจายแรงเบรก (EBD) คืออะไร? และทำงานอย่างไร?

ติดตามข่าวสารรถยนต์ คลิกที่นี่
ต้องการซื้อรถมือสองสภาพดี เชิญเข้าดูที่ตลาดรถตรงนี้

ANNOiNA