ข้อควรปฏิบัติในการขับรถยนต์ กับ 14 พฤติกรรมไม่ควรทำตอนขับรถ

ประสบการณ์ใช้รถ | 5 พ.ย 2563
แชร์ 4

อยากขับขี่ เดินทางให้มีความปลอดภัย ต้องรู้จักข้อควรปฏิบัติในการขับรถยนต์ รู้จักสิ่งที่ควรทำขณะขับรถ โดยเฉพาะเรื่องของพฤติกรรมการขับขี่ที่ไม่แนะนำให้ทำตอนขับรถ

การใช้รถที่ปลอดภัยอยู่ภายใต้ความไม่ประมาท มีสติและความมีน้ำใจต่อเพื่อนร่วมทาง นอกจากจะไม่ทำให้เกิดความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุ ยังช่วยลดปัญหาจราจรติดขับได้อีกทาง Chobrod จะพาไปดูพฤติกรรมที่คุณควรหลีกเลี่ยง ไม่ควรทำขณะที่นั่งอยู่หลังพวงมาลัยมีอะไรบ้างไปดูกัน

#1. ขับรถใช้โทรศัพท์

งด ! SocialMedia ทุกชนิด ไม่โทร ไม่รับ ขณะขับรถ จะช่วยทำให้ไม่มีสมาธิในการขับมากยิ่งขึ้น แม้จะเป็นไปได้ยากที่จะไม่รับ ไม่โทรแต่อย่างน้อยถ้าต้องใช้โทรศัพท์เข้าจริงๆ ควรจะมี Small Talk เพื่อช่วยให้การขับขี่รถของคุณยังสามารถทำได้เต็มประสิทธิภาพ

#2. ง่วง อย่าขับ เมา อย่าขับ

อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นบนท้องถนนส่วนใหญ่มาจากผู้ขับขี่ประมาท ทั้งเมาหรือง่วงแล้วขับ ในสัดส่วนที่เท่าๆ กัน ในแต่ละปีมีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุปีละกว่า 14,000 คน ในจำนวนนี้เป็นผู้เสียชีวิตจากการง่วงแล้วขับหลับในมากถึง 2,800 คน คิดเป็นประมาณร้อยละ 20 ของอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น มูลค่าความเสียหายมากถึงปีละกว่า 20,000 ล้านบาท อุบัติเหตุที่เกิดจากการหลับในค่อนข้างรุนแรง จากคนหลับในขาดสติ ไม่รู้ตัว ไม่ต่างกับให้รถวิ่งไปเองโดยไร้คนขับ

ข้อควรปฏิบัติในการขับรถยนต์ เมา ง่วง ไม่ขับ
ข้อควรปฏิบัติในการขับรถยนต์ ไม่ควรขับรถเวลาเมา

คนที่อดนอนทุกวัน วันละ 1 ชั่วโมงติดต่อกัน 1 สัปดาห์ จะมีอาการเหมือนคนที่มีแอลกอฮอล์ในร่างกาย 100 มิลลิกรัม แต่ระดับแอลกอฮอล์มีเครื่องมือที่วัดกันได้ เรื่องความง่วงหรือความอ่อนเพลียจนกระทั่งถึงขั้นหลับในนั้นไม่มีกฎหมายควบคุมบังคับ และไม่มีเครื่องมือที่สามารถวัดได้ เพราะเป็นเรื่องเฉพาะตัวเองที่จะรู้ดีที่สุด

#3. อยากเลี้ยวก็เลี้ยว

การไม่ให้สัญญาณไฟในการขับรถ อย่างการขับรถออกจากที่จอด, จอดรถ, กลับรถหรือการเลี้ยว ถ้าละเลยการให้สัญญาณไฟจะทำให้รถคันอื่นมองไม่เห็นรถของคุณแต่เนิ่นๆ คิดอยากออกก็ออก นึกอยากจอดก็จอด โดยไม่คำนึงถึงผู้ที่ขับตามมา รถคันไหนที่ใช้ความเร็วก็อาจเกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อนได้อีก โชคร้ายอาจถึงชีวิตก็เป็นได้ทั้งกับตัวคุณและเดือดร้อนต่อผู้อื่น

#4. ปาดแซงคอสะพานหรือจุดกลับรถ

คนอื่นเขารอเข้าคิวกลับรถแต่ความเห็นแก่ตัวของบางคนอาจทำให้การรอกลับรถนานขึ้น กับพฤติกรรมการไม่ต่อแถว (เสียเวลา) ปาด แซง แทรกระหว่างแถว เดี๋ยวนี้ถนนหลายสายเลยมีวิธีแก้เผ็ด พวกที่ชอบทำพฤติกรรมเหล่านี้ โดยติดกล้อง CCTV ดักไว้เลย ดังนั้นถ้าคุณจะมีพฤติกรรมแบบนี้อยู่ควรเลิกซะ ไม่เช่นนั้นนอกจากคำสรรเสริญหยาบๆ ที่รถคันอื่นมีให้คุณอาจมีใบสั่งส่งไปให้ถึงหน้าบ้านด้วยก็เป็นได้

#5. ขับคร่อมเลน

พวกกั๊ก จะไปซ้ายหรือไปขวาก็ไม่เลือกสักเลน ผู้ใช้ถนนคนอื่นที่ขับตามหลังมาก็สับสนไม่รู้ว่าจะเอายังไง อาจทำเกิดอันตรายตามมาโดยไม่คาดคิดก็เป็นได้

ดูเพิ่มเติม
>> 5 ข้อควรหลีกเลี่ยง เทคนิคการขับรถให้ปลอดภัย ที่มือใหม่ต้องรู้
>> ต้องรู้! 8 พฤติกรรมการใช้รถ ที่ทำร้ายรถของคุณโดยไม่รู้ตัว

#6. ใส่ไฟท้ายสีฟ้า

การดัดแปลงไฟท้ายรถเป็นสีฟ้าหรือสีแต่งที่สว่างมากเกิน ทั้งอันตรายต่อสายตาเพื่อนร่วมทางที่ขับรถตามมาแล้วยังผิดกฎหมาย เวลาขับขี่ตามรถที่มีไฟท้ายสีฟ้า คุณจะรู้สึกปวดหัวบ้างหรือเปล่า เพราะแสงสีฟ้าเป็นแสงที่สามารถทะลุทะลวงได้ถึงจอประสาทตา เรียกได้ว่ามีพลังทำลายกระจกตาหรือจอประสาทตาได้มากกว่าแสงอื่น

ข้อควรปฏิบัติในการขับรถยนต์ ระวังการดัดแปลงไฟท้ายรถเป็นสีฟ้า
การดัดแปลงไฟท้ายรถด้วยไฟท้ายสีฟ้า ผิดกฎหมาย

นอกจากนี้การดัดแปลงไฟท้ายยังเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย เพราะกฎหมายกำหนดให้ไฟท้ายรถต้องเป็นสีแดง และไฟเลี้ยวต้องเป็นสีเหลืองอำพันเท่านั้น หากเจ้าหน้าที่พบเห็นหรือมีใครถ่ายรูปรถคุณแจ้งไปกรมขนส่งฯ จะถูกปรับไม่เกิน 2,000 บาท แพงกว่าค่าเปลี่ยนหลอดไฟอีกนะ

#7. ขับทิ้งระยะห่างเกินไป

ถ้าหากคุณขับรถทิ้งระยะมากเกินไปนั้นและรถคันหลังจะพยายามแซงคุณขึ้นมา เพิ่มโอกาสในการเกิดอุบัติเหตุให้กับผู้อื่นอย่างไม่รู้ตัว เพราะอุบัติเหตุบนท้องถนนกว่า 80 % นั้น เกิดจากพฤติกรรมการใช้ถนนอย่างไม่ถูกต้อง ซึ่งกว่า 11 % มาจากการแซงซ้าย เหตุผลที่กฎหมายระบุว่าห้ามแซงซ้าย เพราะหากทิ้งระยะห่างคันหน้าอย่างเหมาะสม คงไม่มีผลอะไรมากนัก เนื่องจากทัศนวิสัยทั้งซ้าย-ขวาเอื้ออำนวยกัน

#8. รถติดๆ ไม่ต่อแถวไปเปิดเลนถนนเอง

หลายคนขับรถมักจะหาวิธีเอาเปรียบผู้ร่วมทางอยู่เสมอ เพื่อให้ตัวเองไปถึงจุดหมายเร็วที่สุด ทั้งๆ ที่รถคันอื่นเขาก็อยากถึงที่หมายเร็วๆ กันทั้งนั้น แต่ก็ยังมีคนขับแบบไร้มารยาทเห็นแก่ตัว รถติดๆ เพื่อนๆ เขาต่อแถวกันมาเป็นระยะทางไกลๆ แต่พวกไม่มีมารยาทก็หาช่องทางเปิดเลนใหม่จนได้ พอมีหนึ่งคันเปิดหลายๆ คันก็ตามมาพากันมักง่ายทั้งแถว

#9.ขับรถจี้ตูดคันหน้า

การขับรถให้ปลอดภัย ต้องเว้นระยะให้ห่างเพียงพอเพราะคุณไม่สามารถเริ่มเบรกได้พร้อมคันหน้า และอาจจะเบรกได้ไม่ดีเท่าคันหน้าด้วย ทันทีที่คันหน้าเบรก ความเร็วก็จะลดลงกะทันหัน แต่รถของคุณยังเคลื่อนที่ด้วยความเร็วคงที่ก็จะพุ่งเข้าใส่ท้ายรถคันหน้า

สิ่งที่ควรทำขณะขับรถ ต้องเว้นระยะกับรถคันหน้า
เว้นระยะให้เพียงพอกับรถคันหน้า เพื่อให้เบรกได้ทันเมื่อเกิดเหตุกะทันหัน

ในระหว่างที่ดวงตาเริ่มเห็นไฟเบรกติด สมองรับรู้ การตัดสินใจว่าต้องเบรกตามต้องใช้เวลา สมองสั่งมาที่กล้ามเนื้อขา แล้วก็ยังต้องใช้เวลาในการยกเท้าจากคันเร่งมาที่แป้นเบรกแล้วเหยียดขาเพื่อให้เท้ากดแป้นเบรก กดไปแล้วก็กินเวลาช่วงหนึ่ง กว่าที่ผ้าเบรกจะถูกอัดกับจานเบรกแล้วเริ่มมีแรงเบรก ในช่วงเวลาทั้งหมดนี้ ถ้ารถของคุณจะขับเข้าไปใกล้ท้ายคันหน้ามากเกินไป ยังไงก็เบรกไม่ทันแน่นอ

#10.เปลี่ยนเลนไม่ให้สัญญาณ

"ไฟเลี้ยว" เป็นอุปกรณ์มาตรฐานที่รถทุกคนต้องมี รถจะราคาถูก หรือรถหรูๆ หลายสิบล้านต้องมีติดรถมาจากโรงงาน ฉะนั้น อย่าลืม ! ให้สัญญาณทุกครั้งเมื่อจะต้องออกจากที่จอด, กลับรถ หรือการเลี้ยว-เลี้ยวขวา ส่วนใหญ่มักละเลยการให้สัญญาณให้รถคันอื่นมองเห็นคุณแต่เนิ่นๆ นึกอยากออกก็ออก นึกอยากจอดก็จอด โดยไม่คำนึงถึงผู้ที่ขับตามมา ถ้ารถคันหลังที่ขับตามมาด้วยความเร็ว อาจเกิดอุบัติเหตุร้ายแรง

# 11. ติดไฟหน้าไม่ได้มาตราฐาน

อย่าลืมว่า ระบบส่องสว่างหน้ารถ ไม่เฉพาะแค่ให้มองเห็นเส้นทางของคุณในยามค่ำคืนเท่านั้น แต่ต้องไม่ไปรบกวนสายตาของเพื่อนร่วมทาง หรือคนเดินถนนรอบข้างด้วย ดังนั้นระดับความสว่างของแสงไฟ ตำแหน่งความสูงของลำแสง และโทนสีของลำแสงจึงต้องมีความเหมาะสม อยู่ในระดับมาตรฐาน ไม่สว่างหรือสลัวเกินไป

#12.ขับช้าแช่เลนขวา

ตามกฎหมายเลนขวามีไว้สำหรับแซงเท่านั้น เมื่อเข้าเลนขวาแล้วแซงขึ้นมาจนถึงระยะที่ปลอดภัย ผู้ขับขี่ต้องตีรถกลับเข้ามาในเลนซ้ายเช่นเดิม “ห้ามแช่ขวา” เพราะเลนขวาเป็นช่องทางสำหรับรถวิ่งความเร็วสูง การขับรถแช่อยู่เลนขวาจึงไม่เพียงแค่ก่อให้เกิดความรำคาญใจแก่ผู้ขับที่ตาม แต่ยังเพิ่มโอกาสการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนด้วย

ข้อควรปฏิบัติในการขับรถยนต์ ไม่ควรขับช้าแช่เลนขวา
ขับรถแช่เลนขวา เป็นพฤติกรรมที่สร้างความรำคาญใจให้แก่เพื่อนร่วมใช้ถนน

เนื่องจากจังหวะที่รถตามหลังกำลังจะเบี่ยงแซงซ้าย จะเกิดจุดบอดที่คนขับซึ่งอยู่ในตำแหน่งขวามองไม่เห็น จึงมีโอกาสสูงที่จะหักไปเจอรถเลนซ้ายในด้านหน้า ซึ่งส่วนใหญ่ใช้ความเร็วไม่สูงมากประมาณ 60-80 กม./ชม. ก่อให้เกิดอุบัติเหตุพุ่งชนได้

#13.จอดในที่ห้ามจอด

ความมักง่ายของคนใช้รถมีให้เห็นกันอยู่บ่อยๆ บางคนบอก "จอดแป๊บเดียวเอง" จะจอดตรงไหนก็ได้ เพราะคิดแบบนี้จอดรถแบบนี้นี่ไง ถนนเมืองไทยรถถึงติดทุกเส้นทางเล็กใหญ่ นี่คือเสียงบ่นจากผู้ร่วมทาง มาดูกันว่า จอดแบบไหนผิด !

  • การจอดรถในที่ห้ามจอด หากผู้ขับขี่จอดรถตามลักษณะต้องห้าม 15 ลักษณะ จะมีความผิดด้วย ซึ่งตาม พรบ. จราจรทางบก พศ. 2522 มาตรา 57 กำหนดว่า ห้ามผู้ขับขี่จอดรถดังต่อไปนี้บนทางเท้า
  • บนสะพานหรืออุโมงค์
  • ในทางร่วมทางแยก หรือในระยะ 10 เมตร จากทางร่วมทางแยก
  • ห้ามจอดในทางข้ามหรือในระยะ 3 เมตรจากทางข้าม
  • ห้ามจอดรถในเขตที่มีเครื่องหมายจราจรห้ามจอดรถ
  • ห้ามจอดรถ ในระยะ 3 เมตร จากท่อน้ำดับเพลิง
  • ห้ามจอดรถในระยะ 10  เมตร จากที่ดินตั้งสัญญาณจราจร
  • ห้ามจอดในระยะ 15  เมตรจากทางรถไฟผ่าน
  • ห้ามจอดซ้อนกันกับรถอื่นที่จอดอยู่ก่อนแล้ว
  • ห้ามจอดรถตรงปากทางเข้าออกของอาคารหรือทางเดินรถหรือในระยะ 5 เมตร จากปากทางเดินรถ
  • ห้ามจอดรถในระหว่างเขตปลอดภัยกับขอบทางหรือในระยะ 10 เมตร นับจากปลายสุดของเขตปลอดภัยทั้งสองข้าง
  • ห้ามจอดรถในที่คับขัน
  • ห้ามจอดรถในระยะ 15 เมตร ก่อนถึงเครื่องหมายหยุดรถประจำทางและให้จอดเลยเครื่องหมายไปอีก 3 เมตร
  • ห้ามจอดรถในระยะ 3 เมตรจากตู้ไปรษณีย์
  • ห้ามจอดรถในลักษณะกีดขวางการจราจรทั้งนี้หากผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามทั้ง 15 ข้อ ตามมาตรา 57 ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 500 บาท สามารถแจ้งไปที่สถานีตำรวจท้องที่ให้ดำเนินการจับกุมได้ทันที

#14. เปิดไฟตัดหมอกโดนไม่จำเป็น

อย่าคิดว่า...ไฟตัดหมอกเปิดเมื่อไหร่ก็ได้ จริงๆ แล้วไฟตัดหมอกมีไว้เพื่อส่องระนาบไปกับพื้นถนนเฉพาะช่วงเวลาที่ฝนตกหนักหรือหมอกลงจัดเท่านั้น ในทางกลับกันหากใช้ผิดสถานการณ์ เปิดพร่ำเพรื่อ จะเป็นการรบกวนสายตา และสร้างความรำคาญให้กับผู้อื่น แถมยังเพิ่มโอกาสทำให้เกิดอุบัติเหตุง่าย และยังผิดกฎหมายจราจรอีกด้วย

ข้อควรปฏิบัติในการขับรถยนต์
ข้อควรปฏิบัติในการขับรถยนต์

ทั้งหมดคือข้อควรปฏิบัติในการขับรถยนต์ กับพฤติกรรมคุณควรเลี่ยงเมื่อใช้รถใช้ถนน มีน้ำใจ มีสติ ไม่ประมาท เพียงแค่นี้ก็สามารถช่วยให้ลดอุบัติเหตุหรือความสูญเสียลงได้แล้ว แล้วพฤติกรรมแบบไหนที่คุณเคยเจอบ่อยที่สุด ลองบอกกับทางเรา Chobrod ให้รู้กันหน่อยสิ

ดูเพิ่มเติม
>> 10 วิธีดูแลเมื่อจำเป็นต้องจอดรถทิ้งไว้นาน ๆ

>> 4 เทคนิคดูแลรถใหม่ป้ายแดงให้แรงไม่แผ่ว

เข้าดู ราคารถมือสองได้ที่นี่