เผยเคล็ดลับลากจูงสำหรับคนมีธุรกิจและคนชอบเที่ยว

ประสบการณ์ใช้รถ | 12 ต.ค 2561
แชร์ 1

ในยุคปัจจุบันนี้ การพ่วงลากจูงมาเป็นส่วนหนึ่งในการประกอบธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร ร้านเครื่องดื่มก็ได้รับความนิยมอย่างมาก ไม่เพียงเท่านั้นสำหรับคนชอบเที่ยวแบบลุยๆ ก็มีรถพ่วงอีกคันเอาไว้เปิดประสบการณ์โลกใหม่

เผยเคล็ดลับลากจูงสำหรับคนมีธุรกิจและคนชอบเที่ยว

เผยเคล็ดลับลากจูงสำหรับคนมีธุรกิจและคนชอบเที่ยว

ยุคนี้ดูเหมือนว่าเป็นยุคของรถอเนกประสงค์ และคนส่วนใหญ่ก็เน้นรถที่ใช้งานได้จริง คุ้มค่าคุ้มราคา สามารถนำไปประกอบธุรกิจได้ หรือบางคนก็ใช้เพื่อการเปิดประสบการณ์โลกใหม่สำหรับการท่องเที่ยว และการลากจูงรถพ่วงอีกคันก็ดูเหมือนว่าจะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยแบ่งเบาสัมภาระ เพิ่มความมั่นใจในการบรรทุกของมากขึ้น

หากต้องการบรรทุกของมาก การลากจูงถือเป็นตัวเลือกหนึ่งสำหรับทั้งคนมีธุรกิจและคนชอบเที่ยว เพราะมีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพในการถ่ายเทน้ำหนักดีกว่าการที่จะต้องให้รถคันเดียวบรรทุกสัมภาระมากจนสูงและมีน้ำหนักเกินตัวรถ อย่างที่เรามักจะพบเห็นเป็นประจำในประเทศไทย นอกจากจะทำให้ช่วงล่างของรถอืดแล้ว ก็ยังสิ้นเปลืองน้ำมัน และอาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุได้

รถกระบะเชฟโรเลตโคโลราโดถือเป็นรถขวัญใจชอบชอบลากจูง

รถกระบะเชฟโรเลตโคโลราโดถือเป็นรถขวัญใจชอบชอบลากจูง

เจ้าของธุรกิจรายหนึ่งซึ่งเป็นธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่มแบบสตาร์ทอัพ ที่ได้เข้าร่วมโปรแกรมเชฟวี่ พลัส ซึ่งเป็นโปรแกรมที่มอบสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าเชฟโรเลต โดยได้ใช้เทรลเลอร์แบบฟู้ดทรัค (food truck) ซึ่งพ่วงลากจูงโดยรถกระบะเชฟโรเลตโคโลราโด รุ่น LTZ ได้เผยว่าต้องการรถกระบะที่มีกำลัง ความทนทาน และเทคโนโลยีที่ทันสมัย สำหรับการลากจูงร้านคาเฟ่ไปในสถานที่ต่างๆ จึงเลือกใช้รถกระบะโคโลราโด ในการลากจูง อีกทั้งด้วยรูปลักษณ์ที่ดูเหมาะกับธุรกิจ ถือเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีทีเดียว

รถกระบะโคโลราโด CHEVROLET COLORADO ไม่เพียงแต่ใช้สำหรับลากจูงเพื่อใช้ในด้านธุรกิจแล้ว ก็ยังมีลูกค้านำรถกระบะโคโลราโดไปใช้ในการลากสัมภาระ ขนย้ายสิ่งของหนักๆ ซึ่งสามารถขนย้ายจากจังหวัดหนึ่งไปสู่จังหวัดหนึ่งได้สบายๆ และลูกค้าก็มั่นใจใช้รถกระบะโคโลราโดมาตลอด ถือว่ารถกระบะรุ่นนี้เอาอยู่จริงๆ 

รถกระบะเชฟโรเลตโคโลราโดยังสามารถใช้ลากจูงเพื่อการท่องเที่ยวได้ด้วย

รถกระบะเชฟโรเลตโคโลราโดยังสามารถใช้ลากจูงเพื่อการท่องเที่ยวได้ด้วย

ดูเพิ่มเติม
>> Chevrolet Trailblazer 2018 vs Toyota Fortuner 2018 เลือกซื้อรุ่นไหนดี ??
>> Chevrolet Trailblazer Z71 2018 ผ่อน-ดาวน์ ยังไงดี

พระราชบัญญัติการขนส่งทางบกในประเทศไทย ระบุไว้ว่าหากสัมภาระที่ลากจูงมีน้ำหนักน้อยกว่า 1,600 กิโลกรัม ซึ่งไม่รวมน้ำหนักของสัมภาระที่บรรทุกบนรถ ผู้ขับขี่รถยนต์สามารถลากจูงได้โดยไม่ต้องมีใบอนุญาต แต่หากเกิน 1,600 กิโลกรัม ผู้ขับขี่ต้องมีใบอนุญาตและควรมีเอกสารข้อมูลของเทรลเลอร์ติดตัวไว้ตลอดเวลา เผื่อถูกเรียกตรวจสอบ แล้วเทรลเลอร์ต้องมีทะเบียนรถแยกต่างหาก อีกอย่างเวลาขึ้นทางด่วนก็ต้องจ่ายเงินมากกว่าปกติ ก็อย่างว่าเหมือนมีรถสองคันมาด้วย

ถ้าบรรทุกน้ำหนักไม่เกิน 1,600 กิโลกรัมไม่ต้องขอใบอนุญาต

ถ้าบรรทุกน้ำหนักไม่เกิน 1,600 กิโลกรัมไม่ต้องขอใบอนุญาต

ถ้ากำลังเลือกรถสำหรับลากจูง เราก็มีมาแนะนำ อย่างรถกระบะโคโลราโด CHEVROLET COLORADO สามารถลากจูงเทรลเลอร์แล้วก็ยังมีระบบเบรกได้ถึง 3,500 กิโลกรัม และรถอเนกประสงค์เทรลเบลเซอร์สามารถลากจูงได้ถึง 3,000 กิโลกรัม รถกระบะโคโลราโด ไฮ คันทรี, โคโลราโด ไฮ คันทรี สตอร์ม, โคโลราโด เซนเทนเนียล อิดิชั่น, เทรลเบลเซอร์ แอลที, เทรลเบลเซอร์ แอลทีแซด และเทรลเบลเซอร์ ซี71 สามารถลากจูงได้เพราะเทคโนโลยีที่ช่วยในการลากจูง

เคล็ดลับการลากจูง

​ไม่ว่าการลากจูงเพื่อธุรกิจหรือการท่องเที่ยว ก็เป็นสิ่งที่ต้องใช้ทักษะการขับรถที่ดี ความชำนาญ และรถก็จะต้องได้ประสิทธิภาพ ทั้งยังต้องคำนวณน้ำหนักสำหรับการบรรทุกที่เหมาะสม เมื่อเลือกรถสำหรับลากจูงแล้วก็ต้องมีอย่างอื่นที่จะต้องใส่ใจด้วย ซึ่งเชฟโรเลตก็มีคำแนะนำดีๆในการลากจูงที่ถูกต้องเหมาะสมมาให้นักขับทั้งหลายกัน

ผู้ขับขี่จะต้องเลือกตะขอลากจูง และสายไฟเชื่อมต่อที่เหมาะสม และก่อนนั้นก็ควรรู้น้ำหนักที่รถสามารถบรรทุกหรือลากจูงได้ก่อน ซึ่งอัตราการรับน้ำหนักสุทธิของรถสามารถดูได้จากคู่มือสำหรับรถยนต์ และปรึกษาผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในการติดตั้งอุปกรณ์ เนื่องจากจะมีผลต่อการควบคุมรถยนต์ การเข้าโค้ง และการเบรก รวมถึงทำให้ผู้ขับสามารถส่งสัญญาณเตือนผู้ขับขี่คนอื่น เมื่อต้องเปลี่ยนช่องจราจรหรือเลี้ยวขณะลากจูง จะได้ไม่เกิดอันตราย

เทรลเบลเซอร์ ก็เป็นอีกรุ่นที่ทนทานเพื่อการลากจูง

เทรลเบลเซอร์ ก็เป็นอีกรุ่นที่ทนทานเพื่อการลากจูง

การตรวจสอบน้ำหนักของรถยนต์และเทรลเลอร์

สำหรับการตรวจสอบน้ำหนักของรถยนต์และเทรลเลอร์อยู่ในอัตราการรับน้ำหนักสุทธิของรถหรือไม่ โดยอัตราการรับน้ำหนักสุทธิของรถ (Gross combined weight rating – GCWR) คือน้ำหนักรวมสูงสุดที่ได้รับอนุญาตสำหรับรถและเทรลเลอร์ ซึ่งรวมถึงน้ำมัน ผู้โดยสาร สัมภาระ อุปกรณ์ และชุดแต่ง ซึ่งน้ำหนักทั้งหมดไม่ควรเกินอัตราการรับน้ำหนักสุทธิรถ ซึ่งอัตราการรับน้ำหนักสุทธิของรถสามารถดูได้จากคู่มือสำหรับรถยนต์ การตรวจสอบน้ำหนักทำได้ไม่ยาก 

• เริ่มจากการเช็คน้ำหนักรถเปล่า (Curb weight) 
• บวกน้ำหนักของเทรลเลอร์ซึ่งบรรทุกสัมภาระ และพร้อมสำหรับการเดินทาง
• บวกน้ำหนักของผู้โดยสารทุกคนบนรถ
• บวกน้ำหนักของสัมภาระทั้งหมด
• บวกน้ำหนักของชุดลากจูง เช่น เหล็กต่อพ่วงรถ (Drawbar) ชุดลากหัวบอล (Ball mount) บาร์คูสำหรับรับน้ำหนัก (Load equalizer bars) หรือ บาร์ค้ำลากจูง (Sway bar) 

เป็นยังไงบ้างกับสาระดีๆที่ทาง Chobrod นำมาฝากกันหวังว่าจะเป็นประโยชน์กับคนที่กำลังอยากเลือกซื้อรถสำหรับการลากจูงได้มีประสิทธิภาพ ไมว่าจะเป็นเพื่อการขยายธุรกิจหรือจะไว้ใช้เพื่อการท่องเที่ยว ระกระบะเชฟโรเลตก็ไม่เลวเลยทีเดียว แต่หากอยากได้รถอื่นก็สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ เชฟโรเลต ประเทศไทย หรือถ้าอยากได้รถมือสองก็สามารถเข้ามาเลือกได้เลยที่นี่

ดูเพิ่มเติม
>> All-New Chevrolet Blazer ใหม่ รวบไว้ซึ่งความเด่นของดีไซน์ และอเนกประสงค์ยุคใหม่เต็มขั้น
>> เปิดราคาแรก Chevrolet Blazer 2019 มีดีที่รูปลักษณ์