หากคิดจะโอนรถ สิ่งที่ต้องรู้คืออะไรบ้าง ? ค่าโอนรถเท่าไหร่ ? มาดูกัน !

ประสบการณ์ใช้รถ | 29 ม.ค 2564
แชร์ 73

จะโอนรถต้องรู้ พลาดไม่ได้กับเรื่องราวทุกเรื่อง ทั้งเอกสาร วิธีการดำเนินการ ค่าใช้จ่าย รวมไปถึงสถานที่สำหรับโอนรถ รวบรวมข้อมูลทุกเรื่องเอาไว้ให้หมดแล้วที่นี่

เวลาที่เพื่อนๆ เลือกซื้อรถสักคัน การโอนรถเป็นสิ่งที่เราจำเป็นต้องรู้ถึงความหมาย และหาข้อมูลให้พร้อมก่อนการโอนทุกครั้ง วันนี้ทาง Chobrod.com จึงได้มีเรื่องราวดีๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อเพื่อนๆ ที่กำลังหาข้อมูลเกี่ยวกับการโอนรถมาฝากกัน โดยจะมีความหมาย ขั้นตอน วิธีการ และค่าธรรมเนียมเท่าไหร่บ้างนั้น เดี๋ยวเรามาดูกันเลย

หากคิดจะโอนรถ สิ่งที่ต้องรู้คืออะไรบ้าง? มาดูกัน!
หากคิดจะโอนรถ สิ่งที่ต้องรู้คืออะไรบ้าง? มาดูกัน!

สำหรับความหมายของการโอนรถยนต์ คือ การโอนกรรมสิทธิ์ในรถยนต์จากเจ้าของรถคันเก่า ไปให้เจ้าของคนใหม่ให้มีสิทธิในรถคันนั้น โดยส่วนใหญ่การโอนรถยนต์มักจะขึ้นกับผู้ขาย และผู้ซื้อรถมือสอง เพื่อต้องการเปลี่ยนมือเจ้าของรถยนต์คนใหม่ และในกรณีที่เจ้าของเดิมเกิดเสียชีวิตมักจะใช้การโอนรถนี้ให้กับเจ้าของคนใหม่ โดยค่าธรรมเนียมในการโอนรถยนต์ที่เราต้องเตรียม มีดังนี้

ค่าใช้จ่ายในการโอนรถยนต์ มีอะไรบ้าง ?

  1. ค่าคำขอ 5 บาท
  2. ค่าธรรมเนียมโอนรถยนต์ 100 บาท
  3. ค่าอากรแสตมป์ 500 บาทต่อราคาประเมินรถทุก 100,000 บาท เช่น หากเจ้าหน้าที่ประเมินราคารถยนต์ที่ 200,000 บาท
  4. ค่าอากรแสตมป์ก็จะเท่ากับ 1,000 บาท
  5. ค่าเปลี่ยนป้ายทะเบียน 200 บาท (หากจะเปลี่ยน)
  6. ค่าเปลี่ยนเล่มทะเบียน 100 บาท (กรณีเล่มทะเบียนขาด เก่า หรือ ชำรุด)

รวมค่าใช้จ่ายที่เต้องเตรียมเวลาไปทำเรื่องค่าโอนรถยนต์จะตกอยู่ที่ 1,905 บาท หรือจะเตรียมเงินไว้มากกว่านี้เผื่อไว้ในกรณีก็ได้เช่นเดียวกัน เมื่อเราเตรียมค่าใช่จ่ายเรียบร้อยแล้ว สิ่งที่สำคัญอย่างมาก และขาดไม่ได้เลยก็คือเอกสาร สิ่งที่เพื่อน ๆ ต้องเตรียมจะมีดังนี้

แบบฟอร์มเอกสารการโอนรถยนต์ ต้องเตรียมอะไรบ้าง ?

หนังสือการจดทะเบียนรถยนต์
เตรียมหนังสือการจดทะเบียนรถยนต์ให้พร้อมเพื่อทำเรื่องโอนรถยนต์

  1. ภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชนและทะเบียนบ้านของผู้โอน และผู้รับโอน
  2. สัญญาซื้อขายรถยนต์ สัญญาเช่าซื้อรถยนต์หรือใบเสร็จรับเงิน
  3. หนังสือการจดทะเบียนรถยนต์
  4. ภาพถ่ายใบมรณะบัตรของเจ้าของรถยนต์ (กรณีเจ้าของเดิมเสียชีวิต)
  5. สำหรับการโอนรถยนต์นี้ ผู้โอนและผู้รับโอนรถยนต์จะต้องแจ้งต่อนายทะเบียนภายใน 15 วัน นับจากวันที่ โอนรถยนต์กันจริง หรือวันที่ซื้อขายกัน หากไม่แจ้งนายทะเบียนตามที่กำหนดจะต้องเสียค่าปรับเพิ่มเติมจากค่าธรรมเนียมด้วย

ขั้นตอนการโอนรถยนต์ ทำอย่างไร

เอกสารแบบคำขอโอน และรับโอน
เอกสารแบบคำขอโอน และรับโอน

  1. นำรถเข้ารับการตรวจสอบ ที่งานตรวจสภาพรถยนต์ (ยกเว้นกรณีโอนปิดบัญชีจากผู้ให้เช่าซื้อไปยังผู้เช่าซื้อ ซึ่งเป็นผู้ครอบครองรถตามรายการจดทะเบียน ไม่ต้องตรวจสอบรถ)
  2. ยื่นเรื่องโอนกรรมสิทธิ์และชำระค่าธรรมเนียม ที่งานทะเบียนรถ
  3. รับใบคู่มือจดทะเบียนรถคืน
  4. รับใบเสร็จรับเงิน ใบคู่มือจดทะเบียนรถ เครื่องหมายการเสียภาษี และแผ่นป้าย ทะเบียนรถ

โอนรถยนต์ในกรุงเทพ มีที่ไหนบ้าง?

ในกรุงเทพฯ มีสำนักงานกรมขนส่งทั้งสิ้น 5 สาขา หรือ 5 พื้นที่ดังนี้

  1. สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1 (บางขุนเทียน) รับผิดชอบพื้นที่  บางขุนเทียน เขตจอมทอง เขตธนบุรี เขตคลองสาน เขตราษฎร์บูรณะ เขตยานนาวา เขตสาทร เขตบางคอแหลม เขตทุ่งครุ และเขตบางบอน
  2. สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่  2  (สวนผัก-ตลิ่งชัน) รับผิดชอบพื้นที่  ตลิ่งชัน บางพลัด บางกอกน้อย บางกอกใหญ่ ภาษีเจริญ หนองแขม พระนคร บางแค และทวีวัฒนา
  3. สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่  3 (พระโขนง) รับผิดชอบพื้นที่  เขตพระโขนง  คลองเตย บางนา ประเวศ สวนหลวง และ เขตวัฒนา
  4. สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่  4 (หนองจอก-สุวินทวงศ์) รับผิดชอบพื้นที่   เขตมีนบุรี หนองจอก ลาดกระบัง บึงกุ่ม สะพานสูง คันนายาว และคลองสามวา
  5. สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่  5 (หนองจอก-สุวินทวงศ์) รับผิดชอบพื้นที่   ป้อมปราบศัตรูพ่าย ปทุมวัน ดุสิต บางซื่อ บางเขน ดินแดง จตุจักร ลาดพร้าว สายไหม สัมพันธวงศ์ บางรัก พญาไท ห้วยขวาง บางกะปิ ดอนเมือง ราชเทวี หลักสี่ และวังทองหลวง

ต่างจังหวัด ต้องไปโอนรถได้ที่ไหน ?

ในต่างจังหวัด สามารถไปโอนที่สำนักงานขนส่งจังหวัดนั้น ๆ

สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1
สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1

ทั้งนี้ สิ่งสำคัญในการโอนกรรมสิทธิ์เจ้าของรถยนต์ ต้องระวังนั้นก็คือ การโอนกรรมสิทธิ์รถยนต์จะต้องแจ้งต่อนายทะเบียนภายใน 15 วัน นับตั้งแต่วันโอน ซึ่งถ้าหากไม่ดำเนินการภายในระยะเวลาที่กำหนดต้องระวางโทษ ไม่เกิน 2,000 บาท ได้

และนี่ก็เป็นข้อมูลเกี่ยวกับการโอนรถ ค่าโอนรถ ที่เรานำมาฝากกันในวันนี้ จะเห็นได้เลยว่าขั้นตอนในการทำนั้นไม่ยากอย่างที่คิดไว้เลยสักนิด เพราะเพียงแค่เรามีเอกสารหลักฐานครบ เราก็สามารถไปติดต่อโอนกรรมสิทธิรถยนต์ได้ที่สำนักงานขนส่งที่เราเดินทางสะดวก หรือที่ใกล้บ้านเราได้เลย

ดูเพิ่มเติม
>> ต่อใบขับขี่ ทำใบขับขี่ 2564 เปิดแล้ว แต่ต้องจองคิวเข้านั้น

>> อย่าเชื่อคำขู่ไฟแนนซ์! ทำความเข้าใจ กับสิทธิผู้เช่าซื้อรถยนต์ตามกฎหมาย

เข้าดู ราคารถมือสอง ได้ที่นี่

Sentvita