รถยนต์แต่ละประเภท ควรเติมลมยางรถเท่าไหร่ ถึงจะเหมาะสม

ประสบการณ์ใช้รถ | 18 พ.ค 2564
แชร์ 0

เพราะยางรถแต่ประเภทมีลักษณะการใช้งานที่แตกต่างกันไป และการเติมลมยางรถจึงควรเลือกเติมให้เหมาะสมสำหรับรถแต่ละคัน เติมลมยางรถเก๋ง เติมลมยางรถกระบะ แบบไหนถึงถูกต้อง

ปริมาณแรงดันของลมยางรถยนต์ที่เหมาะสม จะช่วยทำให้การขับขี่มีความสมดุล ช่วยเพิ่มความมั่นใจในการขับขี่มากขึ้น และช่วยยืดอายุการใช้งานของยางให้ยาวนานขึ้น ดังนั้นคนมีรถจึงควรรู้ มีความเข้าใจ ว่ารถในแต่ละประเภทนั้นควรเติมลมยางเท่าไหร่ถึงจะพอดีและเหมาะสมกับรถของเรา ซึ่งเราสามารถตรวจสอบได้จากคู่มือประจำรถที่จะระบุเอาไว้ แต่โดยสภาพการใช้งานจริงอาจจะคลาดเคลื่อนไปได้บ้างขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้งาน

เติมลมยางรถเก๋ง

การเติมลมยางรถเก๋งตามมาตรฐาน สูงสุดอยู่ที่ 36 PSI (ปอนด์/ตารางนิ้ว) หากเป็นสภาพการใช้งานธรรมดาๆ ในชีวิตประจำวัน ก็ไม่จำเป็นต้องสูบลมยางถึงระดับสูงสุด ควรเลือกเติมตามความเหมาะสมกับขนาดน้ำหนักของรถ

เติมลมยางรถยนต์
เติมลมยางรถยนต์

  • รถเก๋งขนาดเล็ก กลุ่ม Ecocar หรือกลุ่มรถ B-Segment ควรเติมลมยางรถยนต์ให้อยู่ระหว่าง 25-30 ปอนด์/ตารางนิ้ว
  • รถเก๋งขนาดกลางถึงใหญ่ กลุ่ม C-D Segment ควรเติมลมยางรถยนต์ให้อยู่ระหว่าง 30-35 ปอนด์/ตารางนิ้ว

ขนาดปริมาณการเติมลมยางรถยนต์ข้างต้น เป็นการเติมลมยางรถยนต์สำหรับการใช้งานปกติ แต่หากต้องบรรทุกผู้โดยสารเต็มอัตรา 5 ที่นั่ง พร้อมสัมภาระท้ายรถควรเพิ่มแรงดันล้อหน้าเป็น 33-35 PSI และล้อหลังควรเพิ่มเป็น 37-39 PSI เพื่อรับกับน้ำหนักบรรทุกที่เพิ่มขึ้นมา

เติมลมยางรถ SUV

รถ SUV หรือกลุ่มรถอเนกประสงค์ การเติมลมยางที่เหมาะสมอยู่ที่ 30-35 PSI สำหรับการใช้งานโดยปกติ หากเป็นรถที่มีการใช้งานหนัก รองรับผู้โดยสารหลายคนหรือมีการขนสัมภาระที่มากขึ้น ให้เติมตั้งแต่ 33-39 PSI เทียบเท่ากันกับรถเก๋งขนาดกลางถึงขนาดใหญ่

ลมยางรถกระบะ มาตรฐาน เติมเท่าไหร่

สำหรับรถกระบะ ตามมาตรฐานสามารถสูบลมสูงสุดได้ 65 PSI แต่ส่วนใหญ่ที่พบเห็นในปัจจุบัน ผู้ใช้งานรถกระบะมักมีการ Overload หรือบรรทุกน้ำหนักมากเกินปกติ จึงต้องเติมลมยางมากขึ้นกว่าปกติ และเป็นสาเหตุของการเสื่อมของยาง

เติมลมยางรถกระบะ
เติมลมยางรถกระบะ

รถกระบะควรเติมลมยางมากกว่ารถเก๋งปกติ โดยหากไม่มีสิ่งของบรรทุกควรมีแรงดันอยู่ที่ 36-38 PSI และล้อหลังอยู่ที่ 40-42 PSI หากมีน้ำหนักบรรทุกด้านท้ายควรเพิ่มลมยางล้อหลังขึ้นเป็น 49-51 PSI เพื่อป้องกันรถยางระเบิดหากขับขี่ด้วยความเร็วสูง

  • ขนาดลมยางรถกระบะรถกระบะตอนเดียว รถกระบะแค็บ และรถกระบะสี่ประตู ควรเติมลมยางรถให้แก่ล้อคู่หน้าในระดับแรงดัน 35-38 PSI ส่วนล้อคู่หลังควรเพิ่มมากกว่าล้อคู่หน้าเพื่อรองรับน้ำหนักในการบรรทุกสิ่งของที่เพิ่มขึ้น ลดการกระดอนของตัวรถ โดยเพิ่มให้แรงดันลมอยู่ในช่วง 38-40 PSI
  • ลมยางรถกระบะ มาตรฐานรถกระบะกลุ่มขนาดใหญ่ที่ใช้สำหรับงานบรรทุกเป็นหลัก แรงดันลมยางควรเติมมากขึ้นเป็น 35-40 PSI หรือเพิ่มขึ้นมากกว่านี้ได้แต่ไม่ควรเกิน 65 ปอนด์ในแต่ละล้อ กรณีบรรทุกสิ่งของหนักไม่เกิน 1 ตัน

ควรเติมยางรถยนต์บ่อยแค่ไหน?

เราไม่สามารถระบุระยะเวลาแน่นอนในการเติมลมยางได้ ว่าควรเติมบ่อยให้ได้แค่ไหน เพราะขึ้นอยู่กับปริมาณการขับขี่และลักษณะการใช้งานรถของแต่ละคน ซึ่งโดยปกติแล้ว แรงดันยางจะลดลงเฉลั้ย 2-3 PSI ต่อเดือน ดังนั้นในแต่ละเดือนจึงควรตรวจสอบปริมาณของแรงดันยางเฉลี่ยนเดือนละครั้ง หรือ 2 เดือนครั้งในกรณีที่ไม่ได้ใช้งานรถบ่อย

เทคนิคการเติมลมยางรถยนต์

สำหรับการเติมลมยางรถ ไม่ว่าจะเป็นรถเก๋ง รถอเนกประสงค์ หรือการเติมลมยางรถกระบะ นอกจากจะต้องเลือกเติมในปริมาณที่ถูกต้องแล้ว ยังมีเทคนิคที่ช่วยให้การเติมลมยางเกิดประโยชน์ด้านอื่นอีกด้วย ทั้งการประหยัดน้ำมัน การเพิ่มประสิทธิภาพในการขับขี่ และการช่วยถนอมรถที่ใช้งาน ด้วยเคล็ดลับดังนี้

ช่วงหน้าฝนควรปรับลมยางให้อ่อนลง
ช่วงหน้าฝนควรปรับลมยางให้อ่อนลง

  1. การเติมลมยางรถยนต์ตามที่ระบุไว้ในคู่มือ จะช่วยให้ยางรถไม่แข็งเกินไป ช่วยให้หน้ายางเกาะพื้นผิวถนนได้ดี ขับขี่ปลอดภัยมากขึ้น
  2. ปรับความอ่อนลมยางลงประมาณ 2-3 ปอนด์ในช่วงหน้าฝน เพื่อปรับหน้ายางให้มีพื้นที่ผิวระหว่างดอกยาง ร่องยางกับพื้นถนน ทำให้การรัดน้ำจากหน้ายางมีประสิทธิภาพมากขึ้น ช่วยลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุลื่นไถลหรือตกถนนได้
  3. ลมยางรถที่ใช้งานปกติ ไม่เน้นบรรทุกด้านหลัง ควรเติมลมให้เท่ากันทั้งหมดทุกล้อ เพื่อลดความเสี่ยงการเกิดการสึกหรอของยาง ที่ทำให้เกิดความไม่สมดุลในการรับน้ำหนัก และทำให้การควบคุมรถยนต์ทำได้ยากขึ้น
  4. หลังเติมยาง ให้เช็กว่ามีเกิดความผิดปกติส่วนไหนของตัวยางหรือไม่ มีการบวมหรือเปล่า? ด้วยการมองด้วยตาเปล่า หากส่วนของดอกยางและร่องยางที่สัมผัสกับพื้นมีความนูนออกมาจากพื้นมาก จะเสี่ยงต่อการระเบิดได้
  5. การใช้งานสำหรับบรรทุกหรือการโดยสารแบบประจำ ควรเติมลมยางเพิ่มขึ้นข้างละ 2-3 ปอนด์ ป้องกันลมยางอ่อนเกินไป อันเสี่ยงต่อการสึกหรอและทำให้ยางรั่วแตก

การเติมลมยางรถยนต์นั้นถือเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามเป็นอันขาดสำหรับการขับขี่รถยนต์ การมีปริมาณแรงดันในยางที่เหมาะสมนั้นนอกจากจะช่วยเพิ่มความปลอดภัยแล้ว ยังช่วยรักษาคุณภาพยางให้อยู่ได้นานๆ อีกด้วย

ดูเพิ่มเติม
>> ลมยางรถเก๋ง ควรเติมเท่าไหร่ ถึงพอดี ขับขี่ปลอดภัย
>> ประกันภัย คุ้มครองรถแต่งไหม? เคลมได้หรือเปล่า

เข้าดู รถยนต์มือสองราคาถูก ได้ที่นี่

ANNOiNA