ทำง่าย ๆ ลงมือได้ด้วยตัวเอง กับวิธีตรวจสอบและเติมน้ำมันพวงมาลัยพาวเวอร์

ประสบการณ์ใช้รถ | 14 มิ.ย 2562
แชร์ 2

การเติมน้ำมันพาวเวอร์ควรเปลี่ยนทุก 80,000 กิโลเมตรซึ่งมีวิธีการง่าย ๆ ที่สามารถทำได้ด้วยตัวเอง เรามาดูกันว่ามีขั้นตอนที่ถูกต้องอย่างไรกันบ้าง

ทำง่าย ๆ ลงมือได้ด้วยตัวเอง กับวิธีตรวจสอบและเติมน้ำมันพวงมาลัยพาวเวอร์

ทำง่าย ๆ ลงมือได้ด้วยตัวเอง กับวิธีตรวจสอบและเติมน้ำมันพวงมาลัยพาวเวอร์

รถยนต์ส่วนใหญ่ในปัจจุบันยกเว้นรถไฮบริดและไฟฟ้า จะมีระบบพวงมาลัยเพาเวอร์ไฮดรอลิกที่ช่วยให้ผู้ขับสามารถหมุนพวงมาลัยได้โดยไม่ต้องออกแรงมากนัก ถือว่าเป็นอีกส่วนสำคัญที่ควรใส่ใจและให้การดูแลรักษาที่ถูกต้อง วันนี้ Chobrod จึงพาทุกท่านมาทำความรู้จักกับพวงมาลัยพาวเวอร์และวิธีเติมน้ำมันพาวเวอร์ง่าย ๆ ที่ทำได้ด้วยตัวเองในไม่กี่ขั้นตอนมาฝาก

พวงมาลัยพาวเวอร์ทำงานอย่างไร?

วิดีโอแสดงวิธีการตรวจเช็คระดับน้ำมันพาเวอร์

ระบบพวงมาลัยพาวเวอร์ประกอบไปด้วยส่วนประกอบต่าง ๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็น เฟืองขับและสะพาน ที่เชื่อมต่อเข้ากับล้อหน้า ลูกสูบภายในเฟืองขับและเฟืองสะพานซึ่งเคลื่อนที่ตามแรงดันน้ำมันจากปั๊มพวงมาลัยเพาเวอร์ที่ทำหน้าที่ช่วยหมุนพวงมาลัย และกระบอกสูบซึ่งมีน้ำมันอยู่ภายในที่ติดตั้งอยู่กับตัวปั๊มหรืออาจจะตั้งห่างออกไปเพื่อให้เข้าถึงง่ายขึ้น

ถ้าน้ำมันไม่เพียงพอ จะเกิดอะไรขึ้น?

ถ้าน้ำมันเหลือน้อยการบังคับพวงมาลัยจะหนักขึ้น

ถ้าน้ำมันเหลือน้อยการบังคับพวงมาลัยจะหนักขึ้น

การบังคับเลี้ยวจะทำได้ยากขึ้น อีกทั้งปั๊มหรือชุดเฟืองขับและเฟืองสะพานอาจได้รับความเสียหาย เพราะไม่มีน้ำมันช่วยลดแรงกระแทก ดังนั้นจึงเป็นเรื่องจำเป็นสำหรับการตรวจสอบระดับน้ำมันพวงมาลัยพาวเวอร์และการเติมน้ำมันอยู่บ่อย ๆ

วิธีการตรวจสอบและเติมน้ำมันพวงมาลัยเพาเวอร์

สามารถทำด้วยตัวเองได้ง่าย ๆ ด้วยการสังเกตและปฏิบัติตามวิธีดังต่อไปนี้

อุปกรณ์ที่ใช้

  • น้ำมันพวงมาลัยเพาเวอร์
  • ถุงมือ (ป้องกันน้ำมันเลอะมือ)
  • ผ้าขี้ริ้วหรือกระดาษเช็ดมือ
  • กรวยเติมน้ำมัน

เปลี่ยนน้ำมันพาวเวอร์ ทำได้ง่าย ๆ ด้วยตัวเอง

เปลี่ยนน้ำมันพาวเวอร์ ทำได้ง่าย ๆ ด้วยตัวเอง

1. มองหากระปุกน้ำมันเมื่อพบความผิดปกติจากพวงมาลัย

กระปุกน้ำมันพาวเวอร์ในรถแต่ละคันอาจติดตั้งในไว้ในบริเวณที่แตกต่างกัน ให้ดูตำแหน่งที่คู่มือ

กระปุกน้ำมันพาวเวอร์ในรถแต่ละคันอาจติดตั้งในไว้ในบริเวณที่แตกต่างกัน ให้ดูตำแหน่งที่คู่มือ

เมื่อรู้สึกได้ว่าพวงมาลัยหมุนลำบาก หรือได้ยินเสียงแหลมสูงดังในขณะที่พวงมาลัยกำลังหมุน นั่นอาจเป็นสัญญาณว่าน้ำมันพาวเวอร์เหลือน้อย ให้สวมถุงมือเปิดกระโปรงรถตรวจสอบกระปุกน้ำมันที่อยู่ใกล้กับปั๊มพวงมาลัยพาวเวอร์หรือห่างออกไปโดยใช้ท่ออ่อนเชื่อมต่อจากปั๊ม อาจมีทั้งรูปแบบพลาสติกที่ทำมาจากโลหะ กระปุกน้ำมันที่ดีควรมีป้ายติดเอาไว้ให้ชัดเจน ถ้าหาไม่เจอสามารถดูตำแหน่งที่ติดตั้งจากคู่มือเจ้าของรถ ในรถยนต์ส่วนใหญ่กระปุกน้ำมันพวงมาลัยพาวเวอร์มักจะติดตั้งอยู่ในตำแหน่งเดียวกัน แต่ในรถรุ่นใหม่ๆ อาจจะติดตั้งไว้บริเวณอื่นเพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายหรือพื้นที่

2. ตรวจสอบระดับน้ำมันพวงมาลัยเพาเวอร์

ถ้ากระปุกสีใสจะมองเห็นระดับน้ำมันได้ชัด

ถ้ากระปุกสีใสจะมองเห็นระดับน้ำมันได้ชัด

ถ้าเป็นกระปุกที่ทำมาจากพลาสติกสีใส ๆ จะสามารถมองเห็นระดับน้ำมันภายในกระปุกได้ แต่ถ้ากระปุกเป็นโลหะหรือพลาสติกสีขุ่น สามารถใช้ก้านวัดน้ำมันตรวจสอบระดับน้ำมันที่เหลืออยู่ โดยก้านวัดมักจะติดอยู่กับฝาปิด ในรถบางรุ่น สามารถตรวจเช็คระดับน้ำมันพวงมาลัยเพาเวอร์ได้อย่างแม่นยำหลังจากเครื่องยนต์ทำงานเป็นระยะเวลาสั้นๆ แล้วเท่านั้น และบางครั้งอาจต้องหมุนพวงมาลัยไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่งหลายๆ ครั้งในขณะที่เครื่องยนต์เดินเบาด้วยเช่นกันบนก้านวัดน้ำมันหรือกระปุกน้ำมันจะมีแถบแสดงระดับเอาไว้ดังนี้

  • “ร้อน” หลังจากเครื่องยนต์ทำงานเป็นระยะหนึ่งๆ แล้ว
  • “เย็น” หลังจากดับเครื่องยนต์เป็นระยะเวลาหนึ่งๆ

ในขณะที่รถบางรุ่นอาจมีเส้นแสดงระดับน้ำมัน “ต่ำสุด” และ “สูงสุด” ที่เครื่องยนต์รับได้ อย่าลืมเปรียบเทียบระดับน้ำมันพวงมาลัยเพาเวอร์กับเครื่องหมายที่ถูกต้องเหล่านี้ด้วยเช่นกัน

3. ตรวจสอบระดับที่ก้านวัดจุ่มลึกลงไปในน้ำมันพวงมาลัยเพาเวอร์

ก้านวัดน้ำมันจะติดมากับฝาปิด

ก้านวัดน้ำมันจะติดมากับฝาปิด

ถ้ากำลังใช้ก้านวัดน้ำมันเพื่อตรวจสอบระดับน้ำมันพวงมาลัยเพาเวอร์ ขั้นแรก ให้เช็ดน้ำมันที่ติดค้างอยู่บนก้านวัดเมื่อดึงออกมาจากกระปุกออก จากนั้นจึงจุ่มลงไปใหม่จนสุดและดึงกลับขึ้นมาอีกครั้ง

ดูเพิ่มเติม
>> "น้ำมันเครื่อง"ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ 4 วิธีเช็คให้เหมาะกับรถยนต์
>> วัดน้ำมันเครื่อง เรื่องง่ายๆ ที่มือใหม่หัดขับมักละเลย

4. ตรวจสอบสีของน้ำมันพวงมาลัยเพาเวอร์

น้ำมันพวงมาลัยเพาเวอร์สภาพดีควรมีสีเหลืองอำพันหรือชมพูใส ถ้ามีสีน้ำตาลหรือดำ แสดงว่ามีเศษยางจากท่อต่อ ซีล หรือโอริงปนเปื้อนอยู่ ในกรณีนี้ควรนำรถไปให้ช่างตรวจสอบว่าจำเป็นต้องเปลี่ยนชิ้นส่วนระบบพวงมาลัยเพาเวอร์และน้ำมันพวงมาลัยเพาเวอร์หรือไม่ น้ำมันพวงมาลัยเพาเวอร์อาจดูเข้มกว่าสีจริง ถ้าไม่แน่ใจให้ดูสีของคราบน้ำมันบนผ้าขี้ริ้วหรือกระดาษเช็ดมือที่ใช้เช็ดน้ำมันออกจากก้านวัด ถ้าคราบเป็นสีตามที่มันควรจะเป็น แสดงว่าน้ำมันไม่มีการปนเปื้อน

5. เติมน้ำมันพวงมาลัยเพาเวอร์ตามที่จำเป็นจนได้ระดับที่ถูกต้อง

ค่อย ๆ เติมน้ำมันลงไปไม่ให้ล้นกระปุก

ค่อย ๆ เติมน้ำมันลงไปไม่ให้ล้นกระปุก

ถ้ารถมีแถบวัดอยู่บนกระปุกน้ำมัน สามารถเติมน้ำมันลงไปเรื่อยๆ จนถึงระดับ “ร้อน” หรือ “เย็น” ที่ถูกต้อง แต่ในกรณีที่ใช้ก้านวัดในการตรวจสอบระดับน้ำมัน ให้ค่อยๆ เติมลงไปเพื่อป้องกันไม่ให้เติมมากไปจนล้นกระปุก ใช้น้ำมันพวงมาลัยเพาเวอร์ที่แนะนำให้ใช้กับรถของคุณเท่านั้น เพราะน้ำมันที่แนะนำจะมีความหนืด (ความข้น) อยู่ในระดับที่เหมาะกับระบบพวงมาลัยเพาเวอร์ของรถนั่นเอง ผู้ผลิตรถยนต์ไม่แนะนำให้ใช้น้ำมันเกียร์แทนน้ำมันพวงมาลัยเพาเวอร์ น้ำมันสำหรับรถยนต์นั้นมีอยู่มากมายหลายชนิด และถ้าใช้ผิด อาจทำให้พวงมาลัยเพาเวอร์และซีลของพวงมาลัยทำงานผิดปกติได้

ระวังอย่าเติมน้ำมันให้กับพวงมาลัยเพาเวอร์ “มากเกินไป” การเติมน้อยกว่าระดับที่ถูกต้องจะดีกว่าการเติมมากเกินไป เพราะน้ำมันพวงมาลัยเพาเวอร์จะขยายตัวเพิ่มเมื่อร้อนขึ้นและปลดปล่อยความมหัศจรรย์ของมันออกมา ด้วยเหตุนี้ ถ้าเติมน้ำมันจนถึงระดับสูงสุดแล้วพยายามขับรถ แรงดันที่เพิ่มขึ้นอาจเริ่มสร้างปัญหา และอาจทำให้ต้องเสียค่าใช้จ่ายจำนวนมากในการซ่อมแซม

6. ปิดฝากระปุกน้ำมัน

ขั้นตอนสุดท้ายคือปิดฝากระปุกให้แน่น

ขั้นตอนสุดท้ายคือปิดฝากระปุกให้แน่น

ขั้นตอนสุดท้ายให้กดหรือหมุนฝาให้เข้าที่และให้แน่ใจว่าหนาแน่นดีแล้วก่อนที่จะปิดฝากระโปรงหน้า

ดูวิธีการแล้ว ทุกขั้นตอนดูง่ายดาย ลองไปทำตามด้วยตัวเองดู ทั้งนี้ควรหมั่นตรวจเช็คน้ำมันพวงมาลัยเพาเวอร์เป็นประจำตามระยะที่กำหนดหรือเมื่อน้ำมันมีการปนเปื้อน ถ้าสังเกตว่าระดับน้ำมันในกระปุกลดลงอย่างเห็นได้ชัด หรือจำเป็นต้องเติมน้ำมันบ่อยๆ อาจเป็นไปได้ว่าเกิดรอยรั่วตรงไหนสักแห่งในระบบพวงมาลัยเพาเวอร์ ให้รีบทำการซ่อมแซมโดยด่วน

อีกข้อที่สำคัญคือควรเปลี่ยนถ่ายน้ำมันพวงมาลัยเพาเวอร์ตามระยะที่กำหนดในคู่มือเจ้าของรถด้วยเช่นเดียวกัน เพราะเมื่อเวลาผ่านไป ความร้อนจากเครื่องยนต์และสภาพโดยรอบจะทำให้ความสามารถในการทำงานของน้ำมันลดลง ทำให้ชิ้นส่วนภายในระบบพวงมาลัยเพาเวอร์สึกหรอและผุกร่อน ที่สำคัญ การเปลี่ยนถ่ายน้ำมันมีค่าใช้จ่ายต่ำกว่าการเปลี่ยนปั๊มพวงมาลัยเพาเวอร์หรือชุดเฟืองขับและเฟืองสะพาน

ดูเพิ่มเติม
>> 
ดูแลรถมือสอง อย่างไรให้ใช้งานได้นาน ทำตามง่ายๆ ใช้ได้ทนทาน รถจะพังยากแน่นอน
>> ถึงเวลาก็ต้องเปลี่ยน ถึงระยะก็เช็ค มาตรวจสอบกันกับรายการบำรุงรักษารถยนต์ตามระยะเวลาใช้งาน

ติดตามข่าวสารรถยนต์ คลิกที่นี่
ต้องการซื้อรถมือสองสภาพดี เชิญเข้าดูที่ตลาดรถตรงนี้

ANNOiNA