Five FACT : เหมือนแต่ไม่เหมือน ! กับ 5 ความต่างที่ทำให้ Toyota Supra กับ BMW Z4 แยกกันอย่างชัดเจน

ประสบการณ์ซื้อขายรถยนต์ | 29 มี.ค 2562
แชร์ 0

Toyota Supra (A90) และ BMW Z4 (G29) สองรุ่นต่างถูกแนะนำในช่วงเวลาใกล้เคียง ทั้งยังเป็นไฮไลท์ของงาน Motor Show 2019 และเป็นทางฝั่งของ BMW Z4 ที่เริ่มทำตลาดเปิดให้ผู้สนใจในไทยจับจองเป็นเจ้าของกันได้ก่อน ส่วนทางฝั่ง Toyota Supra ต้องรอดูว่ามีความเป็นไปได้แค่ไหนที่จะถูกเปิดตัวขายในไทย

Five FACT : เหมือนแต่ไม่เหมือน ! กับ 5 ความต่างที่ทำให้ Toyota Supra กับ BMW Z4 แยกกันอย่างชัดเจน

Five FACT : เหมือนแต่ไม่เหมือน ! กับ 5 ความต่างที่ทำให้ Toyota Supra กับ BMW Z4 แยกกันอย่างชัดเจน

ภายใต้รูปแบบที่มาจากแพลตฟอร์มเดียวกันของทั้งคู่ จะบอกว่าเหมือนกัน.. แต่ก็ไม่ใช่ซะทีเดียว และจะมีอะไรบ้างของรถทั้งสองรุ่นที่เหมือนกันต่างกัน วันนี้ Chobrod Five FACT จะมาเล่าให้ฟัง

1. ต่างกัน ! กับที่มาแห่งดีไซน์ต่างค่าย

เมื่อเทียบแต่ละมุมมองทั้งสองรุ่น การออกแบบไม่มีชิ้นส่วนไหนเลยที่จะใช้ร่วมกันได้เลย แม้จะอยู่ภายใต้แพลตฟอร์มเดียวกันก็ตาม

ฟีลตัวรถแตกต่างกันอย่างชัดเจน ความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่างสองค่ายใหญ่มหาอำนาจยานยนต์โลกระหว่าง Toyota กับ BMW

ฟีลตัวรถแตกต่างกันอย่างชัดเจน ความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่างสองค่ายใหญ่มหาอำนาจยานยนต์โลกระหว่าง Toyota กับ BMW

ฟีลตัวรถแตกต่างกันอย่างชัดเจน ความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่างสองค่ายใหญ่มหาอำนาจยานยนต์โลกระหว่าง Toyota กับ BMW

“ทั้งสองทีมออกแบบทั้งจาก Toyota และ BMW ถูกแยกการทำงานกันอย่างชัดเจน และไม่เคยได้เห็นผลงานซึ่งกันและกันระหว่างขั้นตอน จนการประชุมสรุปในตอนท้ายเท่านั้นถึงจะมีการแชร์ปันไอเดียซึ่งกันและกัน” Adrian Van Hooydonk หัวหน้าฝ่ายออกแบบของ BMW เผยถึงที่มาของการออกแบบในรถทั้งสองรุ่น “ในขั้นตอนการออกแบบมันเป็นเรื่องที่ง่ายมาก ๆ” Adrian Van Hooydonk กล่าวถึงช่วงเวลาเริ่มต้นของโปรเจคนี้ ทาง Supra ได้รับการออกแบบจากทีมดีไซน์เนอร์ชาวญี่ปุ่น แต่ใน Z4 จะเป็นของฝั่ง BMW ดูแล ซึ่งรถแต่คันก็มีภาษาการออกแบบที่ชัดเจนของตนอยู่แล้ว ใช้แค่การพูดคุยกันเพียงเล็กน้อยเพื่อให้เข้าใจทิศทางของตัวรถตรงกันเท่านั้นในเรื่องของสัดส่วนและประสิทธิภาพของตัวรถ

>>> บางทีคุณอาจสนใจ bmw z4 2020

การออกแบบทุกจุดต่างมาจากทีมออกแบบของแต่ละค่าย ไม่แปลก ! ถ้าจะไม่เห็นส่วนไหนเหมือนกันเลยระหว่างสองรุ่นนี้

การออกแบบทุกจุดต่างมาจากทีมออกแบบของแต่ละค่าย ไม่แปลก ! ถ้าจะไม่เห็นส่วนไหนเหมือนกันเลยระหว่างสองรุ่นนี้

การออกแบบของ BMW จะสื่อไปในเรื่องของความเป็นสปอร์ตหล่อแบบ Roadster สืบเชื้อสายจากรุ่นก่อนหน้าไว้อย่างเด่นชัด รวมถึงการกลับมาใช้ในรูปแบบเปิดประทุนผ้าอีกครั้ง ส่วนทางด้าน Toyota Supra ถ้าเทียบกับเวอร์ชั่นก่อนหน้าเมื่อกว่า 20 ปีแล้ว แทบจะไม่เหลือภาพเดิมที่คุ้นเคยเดิมไว้เลย ด้วยขนาดตัวถังที่กะทัดรัดมากกว่าจากแพลตฟอร์มใหม่ จึงไม่เอื้อให้ตัวรถดูล่ำได้อย่างที่หลาย ๆ คนเคยเห็รถรุ่นนี้กันจนชินตา

เปรียบเทียบมิติตัวรถของ Toyota Supra 2019 กับ BMW Z4 2019

  • ยาว (มิลลิเมตร) : Toyota Supra ( 4,380), BMW Z4 (4,324)
  • กว้าง (มิลลิเมตร) : Toyota Supra (1,865), BMW Z4 (1,864)
  • สูง (มิลลิเมตร) : Toyota Supra (1,295), BMW Z4 (1,304)

ดูเพิ่มเติม
>> 
ส่องตัวจริง Toyota Supra 2019 เปิดตัวงาน Bangkok Motor show ครั้งที่ 40
>> เกือบ 20 ปีที่รอคอย ! กับการกลับมาอีกครั้งของ Toyota Supra 2019
 

2. ต่างกัน ! ในเรื่องความแรง อยู่ที่การปรับจูน

เปรียบเหมือนเป็นความท้าทายของทั้งสองค่ายที่จะร่วมใช้ขุมกำลังร่วมเดียวกัน ถึงแม้ว่าจะมากับการปรับแต่งที่แตกต่างให้กับเครื่องยนต์ชนิด 6 สูบเรียงบล็อกใหม่ ซึ่งต้องถือว่าคงไว้ในเอกลักษณ์เด่นของ Toyota Supra กับเครื่องยนต์ลักษณะนี้ที่สร้างชื่อจากเครื่องรหัส 2JZ รีดแรงม้าออกมาได้ที่ 340 แรงม้า พร้อมด้วยแรงบิด 495 Nm สำหรับ BMW Z4 ในรหัส M40i นั้นแรงม้าจะอยู่ที่ตัวเลขเท่ากัน แต่แรงบิดทะยานขึ้นไปอีกนิดที่ 500 Nm ส่วนในเรื่องระบบส่งกำลังมากับระบบเกียร์อัตโนมัติ 8 Speed ทั้งคู่ เมื่อมองไปที่เรื่องของอัตราเร่งก็ดูเหมือนว่าทาง Supra จะทำได้ดีกว่า “สมชื่อ” กับความสปอร์ตที่อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำได้ในเวลา 4.3 วินาที ส่วนทางด้าน BMW Z4 ช้ากว่าแค่นิดหน่อยที่ 4.5 วินาที

เครื่องยนต์บล็อกเดียวกัน ต่างที่เรื่องของการปรับจูนให้นิสัยของเครื่องยนต์เป็นอย่างไร

เครื่องยนต์บล็อกเดียวกัน ต่างที่เรื่องของการปรับจูนให้นิสัยของเครื่องยนต์เป็นอย่างไร

เครื่องยนต์บล็อกเดียวกัน ต่างที่เรื่องของการปรับจูนให้นิสัยของเครื่องยนต์เป็นอย่างไร

3. ต่างกัน ! ที่ภายใน แต่ใช่ว่าจะทั้งหมด  

เมื่อมองเปรียบเทียบในเรื่องการตกแต่งของภายในห้องโดยสารระหว่างสองรุ่นนี้ Supra กับ Z4  นั้นแตกต่างกันชัดเจนในเรื่องการออกแบบทั้งหมด ตั้งแต่ แดชบอร์ดหน้า, แผงประตู หรือตัวเบาะ แต่ก็มีบ้างบางจุดในเรื่องของปุ่มสวิตช์ที่อยู่ในตำแหน่งเดียวกัน ยิ่งกับปุ่มหมุนที่คอนโซลกลาง (iDrive) ก็ทำให้รู้เลยว่า Supra คันนี้มีเชื้อของ BMW ติดมาด้วยอยู่นิด ๆ

ลือกซื้อรถยน์มือสอง BMW ภาพดีที่นี่

ดีไซน์ภายในต่างกันสิ้นเชิง แต่พวกปุ่มสั่งการทำงานต่าง ๆ  วางไว้ในตำแหน่งใกล้เคียงกันหลายจุด

ดีไซน์ภายในต่างกันสิ้นเชิง แต่พวกปุ่มสั่งการทำงานต่าง ๆ  วางไว้ในตำแหน่งใกล้เคียงกันหลายจุด

ดีไซน์ภายในต่างกันสิ้นเชิง แต่พวกปุ่มสั่งการทำงานต่าง ๆ

วางไว้ในตำแหน่งใกล้เคียงกันหลายจุด  

4. เหมือนกัน ! ที่ช่วงล่างแต่ต่างที่อารมณ์การขับขี่

Supra และ Z4 ใช้ฐานล้อขนาด 2470 มิลลิเมตรร่วมกันและทั้งคู่ยังมีการจัดระเบียบในเรื่องของการกระจายน้ำหนักแบบตัวรถแบบ 50:50 ที่ด้านหน้าและหลัง โดยการออกแบบช่วงล่างของ Supra จะเป็นแบบสปริงแม็คเฟอร์สันสตรัทDouble-Joint Spring ที่ด้านหน้าและที่ด้านหลังเป็นแบบ 5-link ช่วงล่างด้านหน้าตัวซัปเฟรมและปีกนกปรับใหม่ใช้เป็นแบบอลูมิเนียมอีกทั้งตัวตลับลูกปืนยังใช้เป็นแบบน้ำหนักเบาเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด พร้อมพวงมาลัยไฟฟ้า เช่นเดียวกับทาง BMW Z4 ที่แม้จะดูคล้ายกันในเรื่องพื้นฐาน แต่ทาง Toyota เคลมว่ามีการจัดการในเรื่องรายละเอียดมากกว่าเพื่อสมรรถนะอันยอดเยี่ยมที่สุด

Toyota เคลมว่าในเรื่องสมรรถนะการขับขี่ของ Supra มีการปรับแต่งมาเพื่อความสปอร์ตโดยแท้

Toyota เคลมว่าในเรื่องสมรรถนะการขับขี่ของ Supra มีการปรับแต่งมาเพื่อความสปอร์ตโดยแท้

Toyota เคลมว่าในเรื่องสมรรถนะการขับขี่ของ Supra มีการปรับแต่งมาเพื่อความสปอร์ตโดยแท้

Tetsuya Tada หัวหน้าวิศวกรของโปรเจครถ Supra นี้กล่าวว่า “คุณจะรู้สึกเหมือนอยู่ในรถที่ต่างรสนิยมกัน” ซึ่งสื่อในต่างประเทศให้คำนิยามเทียบของการขับขี่รถสองรุ่นนี้ว่า BMW Z4 จะได้กลิ่นอายของความสปอร์ต (ยังติดหรูสะดวกสบายอยู่เล็ก ๆ ) แต่ทางของ Toyota Supra นั้นคนที่อยู่หลังพวงมาลัยจะรู้สึกได้ถึงความสปอร์ตที่ถาโถมเข้ามา ซิ่งแบบเต็มสูบจัดเต็ม เรื่องความสะดวกสบายนุ่มนวลเอาไว้ก่อน การันตีจากปากของวิศกรออกแบบเอง Tetsuya Tada ที่กล่าวเพิ่มเติมว่า “เราไม่ได้พิจารณาถึงสิ่งใด ๆ เลย ทั้งในเรื่องการใช้งานทั่วไปหรือความสะดวกสบายเป็นสำคัญ”   

ลือกซื้อรถยน์มือสองToyota ภาพดีที่นี่

5. เหมือนกันแต่ไม่เหมือน !

การมาถึงของโปรเจค Toyota Supra กับ BMW Z4 ทำให้นึกถึงโปรเจคก่อนหน้าที่ทาง Toyota จับมือ Subaru จนกลายมาเป็นโมเดล 86 กับ BRZ ที่คลอดรถออกมาในลักษณะที่ใกล้เคียงกัน จนทำให้การตัดสินใจซื้อของหลาย ๆ คน เลือกได้ที่แค่ความชอบของโลโก้ที่ติดอยู่หน้ารถเท่านั้น แต่เมื่อมองอย่างละเอียดตามที่กล่าวมาทั้งหมดแล้วนั้นกับโปรเจคนี้ “แตกต่าง” โฟกัสที่ลูกค้าต่างกัน กลุ่มของคนที่อยากได้รถหล่อ ๆ ขับปะทะลมจากหลังคาเปิดได้ เชื้อสายยุโรป คงเลือกมองที่ Supra เป็นตัวเลือกรอง หรือใครที่อยากได้เชื้อสายสปอร์ตแบบเต็มขั้น เน้น Perfromance จริง ๆ หรือเน้นแต่งเพิ่ม Z4 ก็อาจจะยังไม่ใช่คำตอบ ทั้งสองรุ่นถูกแบ่งกลุ่มตลาดไว้อย่างชัดเจน แม้ตัวรถจะมาจากพื้นฐานเดียวกันก็ตาม

แม้จะพื้นฐานเดียวกันแต่สไตล์ความต้องการของผู้ซื้อคือตัวตัดสินมากที่สุด

แม้จะพื้นฐานเดียวกันแต่สไตล์ความต้องการของผู้ซื้อคือตัวตัดสินมากที่สุด

แม้จะพื้นฐานเดียวกันแต่สไตล์ความต้องการของผู้ซื้อคือตัวตัดสินมากที่สุด

และทั้งหมดนี้คือ Five FACT ประจำสัปดา์จาก Chobrod.com ที่เรานำมาฝากกัน น่าจะทำให้หายคล่องใจว่ารถสองรุ่นนี้เหมือนหรือต่างกันยังไง แล้วคุณละชอบอารมณ์ไหนมากกว่า ระหว่างสองคันนี้ Toyota Supra หรือ BMW Z4 อย่าลืมแชร์ให้เรารู้สักหน่อยที่ Comment ด้านล่างนี้ได้เลย

ดูเพิ่มเติม
>> 
Bangkok Motor Show 2019 : รวมภาพเหล่าบรรดาพริตตี้สาวสวยในงานมอเตอร์โชว์ 2019
>> รวมไว้ครบ ! ที่ต้องไม่พลาดไปชม ทั้งรถใหม่-รถโชว์-รถไฟฟ้า ในงาน Bangkok Motor Show 2019

ติดตามข่าวสารรถยนต์ เชิญที่นี่ 

pranut
แท็ก Five Fact