2 ปัญหาหลักจาก Mazda 2 คุ้มค่าหรือไม่หากจะซื้อมาใช้สักคัน

ประสบการณ์ซื้อขายรถยนต์ | 27 มี.ค 2562
แชร์ 9

อีกหนึ่งรุ่นของรถยอดนิยมกับ Mazda 2 ด้วยสมรรถนะการขับขี่ที่เหนือชั้นและรูปลักษณ์อันทันสมัย โดนใจผู้ใช้งานทุกระดับ แต่ผลตอบรับใช่ว่าจะมีแต่ในด้านดีนะคะ Mazda 2 ได้รับคำวิจารณ์ถึงปัญหาในการใช้งานต่าง ๆ ด้วยกันอีกหลายปัญหา

วันนี้ Chobrod จะมานำเสนอและสรุปปัญหาหลัก ๆ 2 ปัญหาใหญ่ ๆ  ที่ผู้ใช้งานพบในการใช้ Mazda 2 จะมีปัญหาอะไรบ้าง ลองมาอ่านกันดูค่ะ

1. ปัญหา Mazda 2 เมื่อใช้ระบบ Istop แอร์จะไม่เย็น

ระบบ i-STOP เป็นระบบช่วยประหยัดน้ำมัน ด้วยการดับเครื่องยนต์ ขณะที่หยุดรถ อีกหนึ่งเทคโนโลยี SKYACTIV จากมาสด้า ที่ทำให้คุณประหยัดน้ำมันได้มากขึ้น

Mazda i-STOP - Start-stop system

ซึ่งระบบ istop นี้ ทุกครั้งที่ทำงานจะทำให้แอร์ไม่เย็น หากจะทำให้ห้องโดยสารเย็นก็ต้องปิดก่อน ซึ่งค่อนข้างจะเป็นปัญหาจุกจิกและกวนใจพอสมควร และระบบ istop เอง แบตเตอรี่ก็หมดเร็วอีกด้วย ซึ่งมีผู้ใช้งานหลายราย ที่กล่าวถึงปัญหารถมาสด้า 2 นี้ 

  • “เคยลองนั่งตอนที่ระบบทำงานแล้วเครื่องดับ แอบร้อนอยู่เหมือนกันถึงจะมีลมออกมา”
  • “ปิดการใช้งานตลอดครับ..เพราะดับทีไร แอร์ไม่เย็น”
  • “ไม่เหมาะเลย พอระบบทำงาน แอร์ก็เย็นแต่ลม เย็นจางๆ”
  • “ถ้าการจราจรติด กระดึ๊บๆไม่เหมาะ มันดับตลอด..แต่ถ้านานๆติดไฟแดงที แล้วผ่านทีเดียว วิ่งยาวๆต่อ ผมว่าโอเคนะครับ ช่วยลดมลพิษในอากาศได้ไม่มากก้อน้อย แต่สรุป ตอนนี้ปิดครับ เพราะรถติดตลอด มันก็จะดับตลอดเช่นกัน”
  • “ระหว่าง i-stop ทำงาน ทุกอย่างจะกินไฟจากแบตโดยตรง ระบบแอร์จะทำงานเฉพาะพัดลม คอมแอร์ไม่ทำงานนะครับ จะเย็นแค่นิดๆ”
  • “จากการใช้ i-stop มาตลอดตั้งแต่รับรถ ผมสรุปเองได้แบบนี้ครับ
  1. หลังจากเครื่องยนต์ ดับไปแล้ว เครื่องยนต์จะติดใหม่เอง น่าจะมาจากความแตกต่างอุณหภูมิระหว่างภายนอกกับอุณหภูมิในห้องโดยสารครับ ถ้าขับกลางวัน อุณหภูมิภายนอก 38  i-stop อาจสั้นแค่ 5 วินาที ถ้าขับกลางคืน อุณหภูมิภายนอก ต่ำกว่า 34 c บางทีนานถึง 2 นาทีครับ
  2. ถ้าเราตั้งอุณหภูมิแอร์ไว้ 18 c ระบบ i-stop ก็จะยกเลิกเหมือนกันครับ
  3. เวลารถติดอยู่บนทางชัน(โดยเฉพาะทางชันลง) เคลื่อนตัวทีละนิด ควรปิดระบบ i-stop ครับ หรือควรปรับแอร์ไปที่ 18 c เพราะทางชัน เราต้องกดแป้นเบรคหนัก เครื่องจะดับ แล้วมันจะติดๆ ดับอยู่อย่างนั้น รำคาญมาก”
  • “เรื่องที่น่าคิดคือ สภาพแวดล้อมในเมืองไทยหรือกรุงเทพมันไม่เหมาะสมกับการใช้งานเท่าไหร่หรือปล่าว เพราะรถติดทำให้ระบบต้องทำงานบ่อย ไดฯสตาร์ตมันต้องทำงานถี่ขึ้น มันจะพังเร็วกว่าปกติหรือปล่าว อีกทั้งอากาศร้อนจัด เมื่อ istop ทำงาน แอร์ก็ตัดคอมฯได้แป๊บเดียวเดี๋ยวก็้องสตาร์ทอีกแล้ว ถ้ารถติดในเมือง ส่วนใหญ่ผมปิดครับ รำคาญแอร์ไม่เย็น และมันตัดต่อทำให้รถต้องสตาร์ตบ่อย”
  • “ผมว่าจุดประสงค์หลักของระบบนี้ คนคิดเค้าต้องการลดมลพิษมากกว่ามั้งครับ เรื่องประหยัดน้ำมันผลว่าเป็นผลพลอยได้นะครับ. ลองคิดดูว่าระหว่างรถติดๆ รถแสนคนจอดเฉยๆพ่นมลพิษออกมาร่วมกันเท่าไหร่ แต่ถ้ารถทุกคนดับ มลพิษคงลดลงไปได้เยอะนะครับ. เพียงแต่ระบบนี้มันไม่ค่อบเหมาะกับบ้านเราที่เป็นเมืองร้อนซะเท่าไหร่ครับ.”

ซึ่ง mazda 2 ปัญหานี้ก็มีผู้ให้คำแนะนำการแก้ปัญหามา ลองมาอ่านและวิเคราะห์ตามกันดูค่ะ หรือลองนำไปใช้ว่าได้ผลหรือไม่

Mazda Istop

หน้าจอแสดงระบบ Istop ของ Mazda 2

  • “เวลาที่รถจอดติดไฟแดงนานๆแล้วi-stopมักจะหยุดทำงานเนื่องจากอากาศในรถร้อนเกินไป สังเกตได้จากไฟรูปa/cดับไป แต่ไฟเครื่องยนต์และแบตเตอรี่ยังคงติดอยู่ ทั้งๆที่อากาศในรถก็ยังไม่ได้ร้อนถึงขนาดอยู่ไม่ได้ อันนี้เรื่องการวัดอุณหภูมิผมไม่รู้ว่าวัดอย่างไร แต่ผมมีวิธีง่ายๆมาฝาก หรือบางท่านอาจจะรู้แล้ว วิธีง่ายๆคือ เมื่อเครื่องยนต์ดับไปแล้วให้ปรับอุณหภูมิแอร์ไปที่32c (max) แล้วปิดพัดลม เหตุผลง่ายๆคือ รถจะพยายามรักษาอุณหภูมิให้ได้ตามค่าที่เราตั้งไว้ ถ้าอากาศร้อนกว่าค่าที่รถยอมรับได้ก็จะติดเครื่องยนต์เพื่อให้a/cทำงานอย่างเต็มที่ แต่ถ้าเราตั้งไว้ว่าเราอยากได้อุณหภูมิ32c นั่นหมายความว่าเราเลื่อนค่าอุณหภูมิในรถให้สูงตามไปด้วย ยิ่งตั้งไว้ต่ำเท่าไหร่marginตัวนี้ก็จะยิ่งน้อย ในทางกลับกันถ้าเราตั้งไว้สูงก็จะเพิ่มmarginตัวนี้เข้าไปด้วย ทำให้ยืดเวลาออกไปได้อีกพอสมควร และปิดพัดลมเพื่อไม่ให้มีไอร้อนที่เราตั้งไว้32cเข้ามาเพิ่มอุณหภูมิในรถ ก็จะทำให้อุณหภูมิในรถเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างช้าๆ อย่างน้อยก็ช้ากว่าเปิดให้มีไอร้อนเข้ามาเพิ่ม สังเกตง่ายๆครับ ลองทำดูรับ พอเครื่องยนต์ตัดก็ปรับอุณหภูมิไป18c เครื่องยนต์จะติดทันที ผมใช้วิธีนี้รถจอดติดไฟแดงในเมืองนานๆ2นาทีสบายๆครับ อากาศในรถก็ไม่ร้อนเพราะช่วงที่รถวิ่งก็เปิดค่อนข้างเย็น พอจอดติดไฟแดงก็ปิดตามวิธีข้างต้นครับ”
  • “จากการใช้งาน แค่เหยียบเบรกลึกและรถจอดนิ่งแป๊บเดียว istop ก็ทำงาน(เครื่องดับ)แล้วค่ะ และถ้าไม่อยากให้เครื่องติดขึ้นมาอีกครั้งในทันที ให้เปลี่ยนไปที่เกียร์ N ดึงเบรกมือ ผ่อนเบรกก็อยู่ได้ยาวๆ จนกว่าเครื่องจะติดเอง น่าจะราวๆ 2 นาทีอย่างที่ข้างบนบอกค่ะ”
  • “เคยได้ยินท่านผู้รู้แนะนำตอนเทสรถบอกไว้ว่าไม่จำเป็นสำหรับใช้งานในกรุงเทพฯ ปิดระบบไว้ดีกว่าเพราะ ติดๆ ดับๆ ไดร์สตาร์ททำงานบ่อยกว่าปกติจะเสื่อมก่อนเวลาอันควรครับ”
  • “ขับให้สนุกเถอะครับ  ให้ i stop ทำงานเพิ่ม ก็ประหยัดน้ำมันเพิ่มนิดเดียวเอง ใช้วิธีแตะคันเร่งเบาๆ ช่วงความเร็วสูงคงที่ ประหยัดได้ผลกว่าเยอะครับ”

ดูเพิ่มเติม
รวบรวมความคิดเห็นเกี่ยวกับ Mazda 2 2018
คุ้มไหม ถ้าจะใช้ Mazda??

2. ปัญหามาสด้า 2 หากขับในเวลาฝนตกเสียงค่อนข้างแรง

Mazda 2

รูปทรงของ Mazda 2 ที่หลายคนมองว่าหลังคารถบางเกินไป

อีกหนึ่งปัญหาที่กวนใจหากต้องขับรถท่ามกลางฝนที่ตกลงมา เพราะ Mazda 2 ถูกวิจารณ์อย่างหนาหูถึงเรื่องเสียงดังรบกวนเมื่อฝน เป็นปัญหาที่สร้างความหงุดหงิดใจให้แก่ผู้ขับขี่มาก เพราะเสียงที่ดังนั้น มันดังมากจนรู้สึกว่าผิดปกติ แตกต่างจากเสียงฝนตกกระทบหลังคาเหมือนรถรุ่นคันอื่น ๆ โดยปัญหามาจากโครงสร้างของหลังคารถที่บางกว่าปกติ

  • “เสียงฝนตกลงหลังคารถดังมากครับ เหมือนตกลงบนหลังคาสังกะสีเลยครับ”
  • “ฝนตก หลังคาดังมากมากครับ ชัดเจนทีเดียว อีกอย่างก็ตรงพวกซุ้มล้อ พอขับเหยียบแอ่งน้ำนี่ โอ้โห ดังมากมากครับ เรื่องเก็บเสียงนี่ไม่ค่อยน่าพอใจเท่าไหร่ครับ”
  • “วันที่ฝนตกกรุงเทพหนักๆ นี่ผมต้องเพิ่มเสียงคุยกันในรถเพราะเสียงฝนมันเปาะแปะยังกะอยู่ใต้สังกะสี”
  • “เสียงหลังคา เวลาฝนตก  ต้องบอกว่า ดังมาก จนทำให้ตกใจได้เลยว่าทำไมมันบางขนาดนี้เลยหรือ  แต่อีกแหละคือยี่ห้ออื่นไม่เคยนั่ง เลยไม่ทราบว่าในประเภทเดียวกัน จะเป็นอย่างไร”
  • “ไปลองขับมา ช่วงนี้ฝนตกหนัก คนในรถแทบไม่ต้องคุยกันเลย หลังคาดังมากกก มากที่สุดเท่าที่เคยนั่งมา”
  • “ไม่เคยขับรถคันไหนดังแบบนี้มาก่อน รับไม่ได้เหมือนกันครับ ซื้อมา 1.67 ล้าน ผมได้ยินเสียงฝนตกแค่ครั้งแรกครั้งเดียว..ทนไม่ได้ขับเข้าไปเสียเงินแดมป์รอบคันเต็มระบบ ถึงตอนนี้ตกหนักแค่ไหนก็ไม่ได้ยินเสียง (จากหลังคา) มันอีกเลยย.. ให้ตีเป็นเปอร์เซ็นความดังจากหลังคา 110 % เหลือ 0%  ไม่อยากเชื่อเหมือนกัน ..แต่ยังได้ยินจากกระจกหน้าอยู่นะครับ”

ปัจจุบันมีร้านและอู่ที่ให้บริการแก้ไขปัญหาที่เกิดจากเสียงดังที่หลังรถนี้อยู่หลากหลายที่ ทำได้โดยติดตั้งแผ่นฉนวนลดเสียงรบกวนจากฝนตกบนหลังคา และแดมป์พื้นลดเสียงดังภายในห้องโดยสาร หรือสามารถทำด้วยตัวเองได้ง่าย ๆ เช่นกัน ซึ่งมีผู้มาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ดังนี้

  • “เงียบขึ้นจริงๆครับ แต่ถ้าเก่าอาจจะต้องระวังเรื่องกิ๊บหักหน่อย”
  • “เงียบขึ้นครับแต่ระวังกิ๊บอีกคน หาร้านที่ดีๆหน่อย อย่าดูแต่ร้านถูกๆ เพราะมันรื้อเยอะ ที่ผมทำมา2x,xxxกว่า ก็มีพื้น2ชั้น ซุ้มล้อ3 ประตู3หลังคา1+ฟอยคับ”
  • “เงียบขึ้นจริง แต่คุณต้องคำนวนดูว่ามันคุ้มไหม และร้านที่ทำต้องมีฝีมือพอควรในการรื้อ-ประกอบ ไม่งั้นเสียงจากการประกอบไม่ดีจะดังกว่าตอนไม่ damp  รวมถึงความหนาของแผ่น damp ถ้าหนามาก การประกอบก็ไม่สนิท  ถ้าบางมาก ก็ไม่รู้ว่าจะกันเสียงได้ดีไหม”
  • “ผมทำไป 2x,xxx ค่อนไปทางปลายเลย แต่งานเนี๊ยบมาก รื้อทีเดียว ทำพร้อมเครื่องเสียงครับ”
  • “คุ้มครับ เสียตังค์แค่20000 แต่ได้ความเงียบเทียบเท่ารถราคา3ล้านอัพ ถึงมันจะเปลืองน้ำมันขึ้นมาหน่อยก็ตาม”

เป็นอย่างไรบ้างคะ มาสด้า 2 ปัญหา ลองหักลบแล้วคิดว่าอยู่ในสถานะที่รับได้หรือไม่หากต้องแลกมากับปัญหาทั้งสองนี้ เพราะเป็นปัญหาที่ค่อนข้างจะน่ารำคาญใจมากกว่า เพราะสมรรถนะในการขับขี่ก็ยังจัดได้ว่าดีเยี่ยม

หากเทียบราคาและความคุ้มค่าในการใช้งานแล้ว Mazda ก็ยังถือว่าเป็นรถที่น่าขับ เพราะปัญหาทั้งสองนั้นก็สามารถแก้ไขได้ไม่ยากเย็น อาจจะแลกกับการเสียเงินเพิ่มแต่ก็ช่วยให้อายุการใช้งานยาวนานขึ้นนะคะ และปัจจุบัน mazda 2 2020 ปัญหาก็แก้ไขแล้ว ดังนั้นมั่นใจได้ว่าการขับขี่ Mazda รุ่นใหม่จะไร้ปัญหากวนใจแน่นอน

หากสนใจ ตลาดรถ Mazda 2 เข้าดูที่ Chobrod ของเราได้เลยค่ะ

ANNOiNA