ข่าวที่ได้รับความสนใจ

ประเด็นร้อน

รีวิวรถ

ราคารถ

เปรียบเทียบ Honda City กับ Tovota Vios เทียบฟอร์มแล้ว คันไหนน่าซื้อกว่า

14 มิ.ย 2561
อดีตคลาสกลุ่มรถที่ได้รับความนิยมมากที่สุดกลุ่มหนึ่งในประเทศไทย ด้วยแต่ก่อนที่ไซส์รถประเภทนี้ B-Segment เป็นกลุ่มรถที่ราคาเริ่มต้นถูกที่สุด เอื้อมถึงง่ายที่สุด จนทำให้เกิดเป็นความนิยมของสองรุ่นนี้ Honda City กับ Tovota Vios คู่ไม้เบื่อไม้เมาต่างค่าย ที่แข่งยอดขายกันมาอย่างยาวนาน และในโฉมปัจจุบัน City กับ Vios อันไหนดีกว่ากัน น่าขับน่าซื้อมาใช้กว่า Chobrod จะขอพาไปเปรียบเทียบกันให้เห็นกันชัดๆ

เปรียบเทียบ Honda City กับ Tovota Vios เทียบฟอร์มแล้ว คันไหนน่าซื้อกว่า

เปรียบเทียบ Honda City กับ Tovota Vios เทียบฟอร์มแล้ว คันไหนน่าซื้อกว่า

 

จากคำถามมากมายในคนที่สนใจสองรุ่นนี้ City กับ Vios ใครกว้างกว่ากัน, ใครแรงกว่ากัน, สิ่งอำนวยความสะดวกคันไหนให้มาครบๆ มากกว่า เมื่อเปรียบเทียบรถขนาด B-segment Sedan ที่ทั้งสองรุ่นเพิ่งทำการไมเนอร์เชนจ์ไปเมื่อปีที่แล้ว 2017 ในช่วงเวลาไล่ๆ กัน ก่อนอื่นเราไปพาดูตัวเลขยอดขายของทั้งสองรุ่นใน 3 ปีย้อนหลัง 2015-2017 ที่แสดงให้เห็นว่า สองรุ่นนี้ขับเคี่ยวกันมาอย่างสนุกมากแค่ไหน

เปรียบเทียบยอดขายสะสมแต่ละปีของ Honda City กับ Toyota Vios ปี 2015-2017

  • ปี 2015 (คัน) : City (33165)Rank 2, Vios (35539)Rank 1
  • ปี 2016 (คัน) : City (26463)Rank 1, Vios (21810)Rank 3
  • ปี 2017 (คัน) : City (34955)Rank 1, Vios (19198)Rank 4

ทั้งสองรุ่นถือเป็นคู่แข่งในเรื่องยอดขายกันมานาน

ทั้งสองรุ่นถือเป็นคู่แข่งในเรื่องยอดขายกันมานาน

หลายคนมักจะคุ้นหู และเดาว่า เมื่อเทียบกันสองรุ่นนี้แล้ว Toyota Vios น่าจะเป็นรุ่นที่ได้รับความนิยมมากกว่าซึ่งก็จริง แต่มาระยะหลังโดยเฉพาะอย่างยิ่งสองปีที่ผ่านมา จะเห็นว่าความน่าเชื่อถือของ Honda CIty ถูกรับมอบจากผู้ใช้มีมากยิ่งขึ้นอย่างชัดเจน พอเริ่มต้นใหม่ใกล้ๆ กันเมื่อปีที่แล้ว 2017 ทั้งสองรุ่นได้เปิดตัวโฉมไมเนอร์ฯ มาใหม่ในช่วงเวลาเดือนมกราคมพอๆ กัน (City เปิดตัว 12 มกราคม 2017, Vios เปิดตัว 23 มกราคม 2017) และเห็นได้ชัดเลยว่า ยอดขายสะสมในปีนั้น City ตบ Vios ซะเสียศูนย์ ทิ้งห่างยอดขายไปกว่าหมื่นคัน ซึ่งน่าจะแสดงให้เห็นได้ชัดถึงชื่อชั้นของทั้งสองรุ่นตอนนี้แล้วว่า City ไม่ได้เป็นรอง Vios แต่อย่างใดเลย 

1.เปรียบเทียบราคา Honda City กับ Toyota Vios
สองรุ่นที่เราจะนำมาเปรียบเทียบกันในครั้งนี้ Chobrod จะขอนำรุ่นท็อปของทั้ง City และ Vios มาทำการเปรียบเทียบ โดยทาง Honda City รุ่นย่อยตัวท็อปจะเป็นรุ่น SV+ และ Vios ตัวท็อปจะเป็นรุ่น 1.5 S AT โดยราคาขายมีดังต่อไปนี้ 

  • Honda City SV+ CVT ราคาขายอยู่ที่ 751,000 บาท
  • Toyota Vios 1.5 S AT ราคาขายอยู่ที่ 789,000 บาท 

ดูเพิ่มเติม
>> 
Honda City อินเดียอาจมีรุ่นดีเซล CVT คาดค่าตัวไม่ถึงแปดแสนบาท
>> รวมความเห็นจากผู้ใช้จริง Honda City อะไรดี ตรงไหนน่าบ่นไปดูกัน

Toyota Vios เปิดราคามาสูงกว่าเกือบครึ่งแสน แล้วมีอะไรดีกว่าบ้างต้องไปชม

Toyota Vios เปิดราคามาสูงกว่าเกือบครึ่งแสน แล้วมีอะไรดีกว่าบ้างต้องไปชม

Toyota Vios เปิดราคามาสูงกว่าเกือบครึ่งแสน แล้วมีอะไรดีกว่าบ้างต้องไปชม

ห่างกันเกือบสี่หมื่นทั้งที่เป็นตัวท็อปเหมือนกัน อะไรคือสิ่งที่ทำให้ Vios ตั้งราคาห่างกับคู่แข่งได้มากขนาดนี้ จะเป็นด้วยอุปกรณ์ออพชั่นที่มากกว่า หรือแค่ว่าตราสามห่วงติดอยู่ที่ตัวรถ หรือ City ตั้งใจตัดราคาเพื่อดึงความสนใจทำยอดขาย ยังไงเราไปดูเจาะลึก ล้วงลูกที่รายละเอียดตัวรถแต่ละส่วนกันดีกว่า ว่าแต่ละส่วนคันไหนน่าสนใจมากกว่ากัน

2.เปรียบเทียบภายนอก Honda City กับ Toyota Vios
Honda City

City มีดีเด่นที่หน้าตาใหม่ โดยเฉพาะในโฉมไมเนอร์เชนจ์ล่าสุด ทำออกมาให้อารมณ์คล้ายกับ Honda Civic FC โฉมปัจจุบันที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากของ Honda การมาใหม่ที่กระจังหน้าโครเมี่ยมหนา-บางสลับ ช่องตะแกรงลายรังผึ้ง ไฟหน้าไฟตัดตัดหมอกเป็น LED ทั้งหมด ไฟวิ่งกลางวัน Daytime Running มีให้ครบ มือจับเปิดประตูโครเมี่ยม ล้ออัลลอยปัดเงาสลับดำ ล้วนสรุปนิยามของคำตอบที่ชัดเจนถึงความ Luxury ที่เหนือกว่ารถในคลาสนี้หลายๆ รุ่นจะสามารถมอบให้ได้เหมือน

Honda City มีสีตัวถังมาพร้อมให้เลือก 6 สีได้แก่

  • สีน้ำเงิน Cosmic Blue (ใหม่)
  • สีเงิน Lunar Silver
  • สีเทา Modern Steel
  • สีขาว Tafeta White
  • สีขาวมุก White Orchid (เพิ่มเงิน 10,000 บาท)
  • สีดำมุก Crystal Black (เพิ่มเงิน 6,000 บาท) 

City ให้อารมณ์คล้ายกับ Honda Civic โฉมปัจจุบัน ที่หลายคนต่างหลงรัก

City ให้อารมณ์คล้ายกับ Honda Civic โฉมปัจจุบัน ที่หลายคนต่างหลงรัก

City ให้อารมณ์คล้ายกับ Honda Civic โฉมปัจจุบัน ที่หลายคนต่างหลงรัก

Toyota Vios
อิทธิพลจากรูปแบบการดีไซน์ใหม่ ถูกส่งต่อให้ Vios จนกลายเป็นสูตรสำเร็จลงตัวของรุ่น กระจังหน้าสปอร์ตทรงตัว Y ที่ขานรับช่องดักลมขนาดใหญ่บริเวณกันชน ซึ่งเราสามารถสัมผัสรูปแบบดีไซน์นี้ผ่านหลายๆ รุ่นของ Toyota ไม่ว่าจะเป็น New Camry, New Altis ชุดไฟหน้าดีไซน์ใหม่เช่นกันแบบโปรเจคเตอร์รมดำนิดๆ พร้อม LED Light Guide มากับไฟวิ่งกลางวัน มือจับประตูโครเมี่ยมที่อาจจะดูขัดตาไปสักหน่อยเพราะไม่ได้มีจุดที่เป็นโครมเมี่ยมมาตั้งแต่ด้านหน้า (นอกเสียจากโลโก้สามห่วง) และที่ด้านหลังก็มาใหม่ที่ไฟ LED ในดีไซน์โคมเดิม เติมเต็มอีกนิดที่เรื่องโครเมี่ยมบริเวณคิ้วฝากระโปรงท้าย ล้อที่ใช้เป็นขนาด 16 นิ้วลายใบพัดโค้งพริ้ว สีปัดเงาตัดดำ 

Toyota Vios มีสีตัวถังมาพร้อมให้เลือก 6 สีได้แก่

  • สีแดง Red Mica Metallic (ใหม่)
  • สีขาว Super White
  • สีเงิน Silver Metallic
  • สีเทา Grey Metallic
  • สีดำ Attitude Black Mica
  • สีน้ำตาล Quote Brown Metallic

Toyota Vios ยังไม่ชัดเจนว่าเน้นความสปอร์ตหรือหรูหรา

Toyota Vios ยังไม่ชัดเจนว่าเน้นความสปอร์ตหรือหรูหรา

Toyota Vios ยังไม่ชัดเจนว่าเน้นความสปอร์ตหรือหรูหรา 

เปรียบเทียบมิติตัวรถ Honda City กับ Toyota Vios

  • ความยาวตัวถัง (mm.) :: City(4440), Vios(4410) *City ยาวกว่า
  • ความกว้างตัวถัง (mm.) :: City(1695), Vios(1700) *Vios กว้างกว่า
  • ความสูงตัวถัง (mm.) :: City(1475), Vios(1475) 
  • ระยะฐานล้อ (mm.) :: City(2600), Vios(2550) *City ยาวกว่า

กับภายนอกสองแบบสองอารมณ์ City ชัดเจนเน้นไปที่ความหรูหรามากกว่า ด้วยดีไซน์ และวัสดุที่นำมาใช้ตกแต่งส่วนภายนอก ส่วนทางด้าน Vios เหมือนยัง “แทงกั๊ก” ในตัวตนที่ยังไม่ชัดเจนนัก ด้านหน้าเน้นไปในเรื่องความสปอร์ต แต่ยัง “ติดหรู” แอบมีชิ้นส่วนที่เป็นโครเมี่ยมตกแต่ง หรือจะมองในแง่เพื่อเอาใจในตลาดวงกว้างก็ได้ แต่สำหรับผู้เขียนนั้น เรื่องของภายนอกยกให้ Honda City เข้าวินไปในยกนี้ ที่ความชัดเจนในสิ่งที่ต้องการจะสื่อถึงลูกค้าถึงความหรูหราแม้จะเป็นแค่รถคลาสเล็ก แต่ก็มีความพยายามมอบให้ในสิ่งที่ดีที่สุดที่รถราคานี้จะสามารถ รายละเอียดสวยโดนใจมากกว่า Vios ที่ยังมีบางจุด ให้ความรู้สึกขัดตาอยู่ 

มิติตัวรถต่างกันเล็กน้อย ความสูงตัวรถเท่ากัน Vios กว้างกว่าซึ่งน่าจะช่วยในเรื่องความสปอร์ตของตัวรถได้นิดๆ

มิติตัวรถต่างกันเล็กน้อย ความสูงตัวรถเท่ากัน Vios กว้างกว่าซึ่งน่าจะช่วยในเรื่องความสปอร์ตของตัวรถได้นิดๆ 

3.เปรียบเทียบภายในห้องโดยสาร Honda City กับ Toyota Vios

Honda City 

เรื่องของภายในห้องโดยสารของ City แม้การไมเนอร์เชนจ์ล่าสุดของรุ่นนี้ จะไม่ได้มอบอารมณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมก่อนหน้าที่เปิดตัว และก็ยังมีรายละเอียดที่เปลี่ยนไป อาทิเช่น มาตรวัดแบบใหม่ และการตกแต่งที่เน้นในเรื่องความหรูหราให้ชัดเจนยิ่งขึ้น จากการเลือกใช้วัสดุตกแต่ง Gun Metallic, Piano Black ซึ่งเหมือนจะดีไปเสียทุกอย่าง แต่กลับมาตกม้าตายที่วัสดุหุ้มเบาะนั่งทำดีที่สุดกลับให้มาได้แค่เบาะผ้าสีดำธรรมดา ซึ่งทำให้น่าผิดหวังเป็นอย่างยิ่ง

ส่วนในเรื่องของความสะดวกสบายของอุปกรณ์ก็มีที่น่าสนใจดังต่อไปนี้

  • พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น พร้อม Paddle Shift
  • ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบสัมผัส
  • ระบบกุญแจ Honda Smart Key System
  • ปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ Push Start Button
  • ภายในห้องโดยสารโทนสีดำ วัสดุหุ้มผ้าหุ้มเบาะ
  • ไฟอ่านแผนที่ด้านหน้า แบบ LED
  • ไฟในห้องโดยสาร แบบ LED
  • เครื่องเสียง 2DIN แบบหน้าจอสัมผัส ขนาด 6.8 นิ้ว รองรับวิทยุ AM-FM, Bluetooth, AUX / USB / HDMI
  • ลำโพง 8 ตำแหน่ง
  • ช่องชาร์จไฟ 12V สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง 2 ตำแหน่ง

ภายในดูดีหมด มาเสียตรงที่ให้แค่เบาะผ้าสีดำ ถ้าเป็นเบาะหนังจะชนะเลิศได้เลยสำหรับ City

ภายในดูดีหมด มาเสียตรงที่ให้แค่เบาะผ้าสีดำ ถ้าเป็นเบาะหนังจะชนะเลิศได้เลยสำหรับ City

Toyota Vios
ต่อเนื่องและเติมเต็มความสปอร์ตให้ชัดเจนยิ่งขึ้นที่ภายใน กับโทนการตกแต่งที่ใช้สีดำ-แดง ทั้งแผงแดชบอร์ด แผงประตู และเบาะนั่ง แอบแซมด้วยวัสดุ Piano Black ที่แผงควบคุมตรงกลาง และแผงควบคุมกระจก 

โดยอุปกรณ์ภายในห้องโดยสารที่น่าสนใจใน Vios มีดังต่อไปนี้ 

  • พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น
  • ระบบกุญแจ Smart Keyless Entry
  • ปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ Push Start Button
  • ภายในห้องโดยสารโทนสีดำ-แดง วัสดุเป็นหนัง 
  • ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบสัมผัส
  • เครื่องเสียง 2DIN แบบหน้าจอสัมผัส ขนาด 7 นิ้ว รองรับวิทยุ AM-FM, Bluetooth, AUX/USB/CD/MP3/ DVD
     

เน้นการใช้สีดำ-แดงเพื่อเพิ่มความสปอร์ตให้กับส่วนของภายใน แต่กลับไม่มี Paddle Shift มาให้นี่สิ

เน้นการใช้สีดำ-แดงเพื่อเพิ่มความสปอร์ตให้กับส่วนของภายใน แต่กลับไม่มี Paddle Shift มาให้นี่สิ 

เกือบจะดีอยู่สำหรับ Honda City ผ่านหมดทั้งในเรื่องของอุปกรณ์ที่ให้มาภายในห้องโดยสาร, มี Paddle Shift, ดีไซน์สวย และวัสดุที่ใช้หรูหราตอบโจทย์ได้ดีหมด มาเสียจุดเดียวที่วัสดุหุ้มเบาะ ยังเป็นแค่เบาะผ้าสีดำเท่านั้น ซึ่งทำให้ลูกค้าที่หวังจะได้รับในความ Luxury ของรุ่นนี้ตกลงไป ส่วนฝั่งของ Vios ที่เริ่มจะค้นพบตัวเองชัดเจนขึ้นกับรูปแบบห้องโดยสารแบบสปอร์ต ใช้โทนดำแดงนำเข้าไปในทุกส่วนของการตกแต่งภายใน ทั้งแดชบอร์ด แผงประตู แต่ก็เช่นกัน เมื่อทำไมจะเน้นความสปอร์ตแล้วกลับไม่มี Paddle Shift ที่เพิ่มความสนุกในการขับขี่มาให้ เหมือนทั้งสองรุ่นยัง “งงงวย” ในตัวตนของตัวเอง ยกนี้จึงให้เสมอกัน ไม่แย่และไม่เด่นโดนใจกันทั้งคู่ ทั้ง Honda City และ Toyota Vios

4.เปรียบเทียบเครื่องยนต์ Honda City กับ Toyota Vios
Honda City 

ในเวอร์ชั่นไมเนอร์เชนจ์ของ City ไม่มีการเปลี่ยนแปลงในเรื่องของขุมกำลัง ยังคงใช้เป็นเครื่องยนต์รหัส L15A ขนาด 1.5L SOHC i-VTEC พร้อมฝูงม้ากว่า 117 ตัวที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดอยู่ที่ 146 Nm ที่ 4,700 รอบต่อนาที ผสานการทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ CVT มี ECON Mode ช่วยลดการใช้พลังงานที่สิ้นเปลืองพร้อมตัวเลขเคลมจาก Honda ในเรื่องความประหยัดอยู่ที่ 17.9 กิโลเมตรต่อลิตร รองรับเชื้อเพลิงในรูปแบบ E85 เบรกด้านหน้าเป็นดิสก์พร้อมช่องระบายความร้อน ด้านหลังเป็นดรัมเบรก

เครื่องยนต์รหัส L15A ขึ้นชื่อในเรื่องความทนทาน พัฒนาต่อเนื่องมาจนเป็นที่ยอมรับ

เครื่องยนต์รหัส L15A ขึ้นชื่อในเรื่องความทนทาน พัฒนาต่อเนื่องมาจนเป็นที่ยอมรับ 

Toyota Vios
เช่นเดียวกันกับในส่วนของเครื่องยนต์ Vios ไมเนอร์เชนจ์ยังคงใชเป็นเครื่องยนต์เดิม รหัส 2NR-FBE ขนาด 1.5L 4 สูบ แถวเรียง DOHC 16 วาล์ว Dual VVT-i ให้กำลังสูงสุดอยู่ที่ 108 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิด 140 Nm ที่ 4,200 รอบต่อนาที จับคู่การทำงานกับเกียร์อัตโนมัติ CVT 7 Speed พร้อมระบบล็อคพูเล่ย์ รองรับการทำงานของเชื้อเพลิง E85 ระบบเบรกเป็นดิสก์เบรกทั้ง 4 ล้อ พร้อมช่องระบายความร้อนที่คู่หน้า 

ดูเพิ่มเติม
>> 
ระเบิดฟอร์มบอลโลก!! เร็วแรงขั้นเทพไปกับ จอมโหด “เอดิสัน คาวานี่” และ Ferrari 458 Italia ม้าลำพองคู่ใจของเขา
>> มาๆ ดูรถเจ๋งเจ้าของหล่อ พร้อมเกาะกระแสบอลโลก! ส่องรถดาวเด่นจากกลุ่ม A-D

เครื่อง 2NR ก็ไว้ใจได้เช่นกันในการใช้งาน ที่ถูกนำไปใช้กับหลายๆ รุ่นของค่าย

เครื่อง 2NR ก็ไว้ใจได้เช่นกันในการใช้งาน ที่ถูกนำไปใช้กับหลายๆ รุ่นของค่าย

เปรียบเทียบน้ำหนักและความเร็วของทั้งสองรุ่น Honda City กับ Toyota Vios

  • น้ำหนักตัวรถเปล่า (กิโลกรัม) : City(1102), Vios(1075)
  • อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (วินาที)  : City(11.19), Vios(11.62)
  • Top Speed (กิโลเมตรต่อชั่วโมง) : City(200), Vios(190)

สรุปรวมในเรื่องของเครื่องยนต์ และกำลังวังชาดูเหมือนว่ากับเครื่องยนต์ที่แรงม้ามากกว่าใน City จะสร้างความประทับใจในเรื่องอัตราเร่งได้ดี แม้จะมีข้อเสียอยู่ที่เรื่องน้ำหนักตัวมากกว่านิดหน่อย และระบบเบรกที่ให้มายังเป็นดรัมเบรกอยู่ที่ด้านหลังก็ตาม และในฝั่งของ Vios ที่แรงม้าน้อยกว่า แม้จะมีดีที่เรื่องดิสก์เบรกสี่ล้อก็ตามแต่การใช้งานจริงเรื่องอัตราเร่งและความเร็วสูงสุดยังเป็นรองฝั่งของ City ยกนี้จึงต้องให้ฝั่งของ Honda City เป็นฝ่ายเข้าวินไปอีกหนึ่งยก

5.เปรียบเทียบระบบความปลอดภัยระหว่าง Honda City กับ Toyota Vios
Honda City 

ครบทุกความปรารถนาในเรื่องความปลอดภัย สำหรับ Honda City ได้จัดเต็มมาตรฐานความปลอดภัยที่รถยุคนี้ต้องมีมาไว้ครบ ภายใต้โครงสร้างตัวถัง นิรภัย G-Force Control หรือ G-CON และการรับรองมาตรฐานความปลอดภัย ทดสอบการชนจาก Asea Ncap ที่ได้คะแนนเต็ม 5 ดาว ถือว่าไม่ธรรมดาจริงๆ 

และนอกจากนี้ยังมีระบบความปลอดภัยอื่นๆ ที่น่าสนใจอะไรใน Honda City ไปชมกัน

  • ถุงลมนิรภัย 6 จุด ที่ประกอบไปด้วยด้านหน้า 2 จุด ด้านข้าง 2 จุด และม่านถุงลมนิรภัย 2 จุด 
  • กล้องมองภาพด้านหลัง ขณะถอยจอดปรับมุมมองได้ 3 ระดับ 
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Cruise Control
  • ระบบป้องกันล้อล็อก ABS  
  • ระบบควบคุมการทรงตัว VSA
  • ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HSA
  • ระบบส่งสัญญาณเมื่อมีการเบรกฉุกเฉิน ESS

ของมันต้องมี สำหรับถุงลมนิรภัยหลายๆ จุดของห้องโดยสาร รวมทั้งม่านถุงลม

ของมันต้องมี สำหรับถุงลมนิรภัยหลายๆ จุดของห้องโดยสาร รวมทั้งม่านถุงลม

Toyota Vios 
อาจยังดูขาดไปในบางอุปกรณ์ที่ควรมี ในรุ่นที่ราคาแพงกว่าอย่าง Toyota Vios คันนี้ น่าผิดหวังที่สุดคือถุงลมนิรภัยที่ให้มาแค่ 2 ใบคู่หน้าเท่านั้น ที่สำหรับรถยุคนี้คงไม่พอแล้ว Cruise Control ก็ไม่มีมาให้ แต่ยังดีที่ระบบความปลอดภัยในการช่วยขับขี่ยังมีดีมาให้ครบทั้ง EBD, VSC, TRC และคะแนนทดสอบการชนยังทำได้ดีที่ระดับ 5 ดาวเช่นกัน 

โดยระบบความปลอดภัยอื่นๆ ที่น่าสนใจอะไรใน Toyota Vios มีดังต่อไปนี้ 

  • ถุงลมนิรภัย 2 จุดคู่หน้า
  • ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก ABS
  • ระบบกระจายแรงเบรก EBD
  • ระบบเสริมแรงเบรก BA
  • ระบบควบคุมการทรงตัว VSC
  • ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TRC
  • กล้องมองภาพขณะถอยจอด
  • กุญแจ Immobilizer

Toyota กลับหวงถุงลม ให้กับ Vios มาแค่สองใบ ซึ่งน้อยไปสำหรับรถยุคนี้

Toyota กลับหวงถุงลม ให้กับ Vios มาแค่สองใบ ซึ่งน้อยไปสำหรับรถยุคนี้

ชัดเจนในเรื่องความปลอดภัยที่เหนือกว่า ที่เรื่องของจำนวนถุงลม ที่ City ให้มาเต็มคัน ทั้งคู่หน้า ด้านข้าง และม่านถุงลม รวมไปถึงระบบระบบ Cruise Control นอกนั้นแล้วในเรื่องอื่นๆ ถือว่าสูสี Honda City จึงเข้าวินไปในยกนี้ด้วยราคาที่ถูกกว่าแต่ให้ถุงลมมาแบบครบๆ พร้อมรองรับความปลอดภัยในทุกตำแหน่งการนั่งของผู้โดยสาร

6.สรุปคันไหนน่าซื้อกว่ากัน ระหว่าง Honda City กับ Toyota Vios

ชัดเจนในบทสรุปของทุกยกการเปรียบเทียบ ที่ Toyota Vios แทบจะไม่มีอะไรเหนือกว่า Honda City เลย ทั้งเรื่องอุปกรณ์ที่ให้มา เครื่องยนต์ อัตราเร่ง และความปลอดภัย Honda City เหนือกว่าแทบทุกกระบวนท่า คงมีแต่เพียงราคาเท่านั้นแหละที่ Toyota Vios ตั้งมาแพงกว่าถึงสี่หมื่น ซึ่งก็ไม่รู้เหมือนกันว่าไปเอาอะไรมาแพงกว่าเมื่อมองที่ละเอียดตอนนี้ หรือจะเป็นเพราะโลโก้สามห่วงที่ติดอยู่ตรงหน้ารถ ความเป็นแบรนด์ Toyota แต่ยังไงซะ ก็ไม่คุ้มค่าพอที่จะต้องให้ผู้ซื้อจ่ายแพงกว่าถึงเกือบครึ่งแสน อีกทั้งความเป็นโลโก้ของ Honda ก็น่าเชื่อถือไม่ได้ยิ่งหย่อนกว่าสักเท่าไรเลย องค์ประกอบในเรื่องราคานี้ น่าจะเป็นปัจจัยบ่งบอกว่าทำไม Honda City ถึงขายดีจนแซง และหนีห่างยอดขาย Toyota Vios ไปได้ไกล 

“Toyota Vios ตั้งมาแพงกว่าถึงสี่หมื่น ซึ่งก็ไม่รู้เหมือนกันว่าไปเอาอะไรมาแพงกว่า”

“Toyota Vios ตั้งมาแพงกว่าถึงสี่หมื่น ซึ่งก็ไม่รู้เหมือนกันว่าไปเอาอะไรมาแพงกว่า”

“Toyota Vios ตั้งมาแพงกว่าถึงสี่หมื่น ซึ่งก็ไม่รู้เหมือนกันว่าไปเอาอะไรมาแพงกว่า”

และจนปัจจุบัน คู่แข่งของ Honda City ก็ดูเหมือนจะเปลี่ยนไปแล้วด้วย กลับเป็น Mazda2 ที่ทำยอดขายมาแข่งกันอย่างสนุกแทนที่ Toyota Vios ที่ดูเหมือนว่าทาง Toyota จะไปใส่ใจ และเป็นปลื้มกับตลาดคลาสอีโค คาร์มากกว่าด้วย Yaris ATIV ปล่อย Vios ทิ้งไว้กลางทาง แค่เป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับคนอยากได้รถจาก Toyota ที่เครื่องยนต์ใหญ่ขึ้นมาหน่อย ไว้สำหรับวิ่งทางไกล ขึ้นเขาขึ้นดอย สรุปรวมเปรียบเทียบระหว่างสองรุ่นนี้ Honda City กับ Toyota Vios ผู้ชนะอย่างเป็นเอกฉันท์คือ Honda City ที่เรา Chobrod อยากแนะนำให้คุณซื้อ 

เก็บไว้เป็นอีกหนึ่งคำแนะนำจากเราสำหรับผลการเปรียบเทียบในครั้งนี้ เพราะเรารู้การซื้อรถของทุกคน ปัจจัยย่อมมีมากกว่เพียงหนึ่ง ทุกคนล้วนมีเหตุผล ปัจจัยแตกต่างกันออกไป และสำหรับคุณ ระหว่างสองรุ่นนี้รุ่นไหนที่โดนใจ ถูกใจคุณมากกว่ากัน และเพราะอะไร บอกกับเราให้รู้กันบ้างสิ ที่ใต้คอมเม้นท์ด้านล่างนี้ได้เลย