GWM เปิดตัว Tank 300 รุ่นปรับโฉมในประเทศจีน พร้อมไฮไลต์ใหม่ Tank 300L PHEV ฐานล้อยาว ขุมพลัง Hi4-Z กำลังรวม 761 แรงม้า วิ่งไฟฟ้าได้ 200 กม. เตรียมวางจำหน่าย 19 กรกฎาคมนี้
หลังจากปล่อยภาพอย่างเป็นทางการออกมาเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ล่าสุด Great Wall Motor (GWM) ได้เผยรายละเอียดทั้งหมดของ GWM Tank 300 รุ่นปรับโฉม (Facelift) ก่อนเปิดตัวในประเทศจีนอย่างเป็นทางการในวันที่ 19 กรกฎาคม 2569 การอัปเดตครั้งนี้มีจุดเปลี่ยนสำคัญอยู่ที่การเปิดตัวรุ่น Plug-in Hybrid (PHEV) ภายใต้ชื่อใหม่ Tank 300L ซึ่งตัวอักษร L (Long) สื่อถึงตัวถังและระยะฐานล้อที่ยาวขึ้น เพื่อรองรับระบบขับเคลื่อนไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ของ GWM

GWM Tank 300L 2026
ข้อมูลจากกระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศของจีน (MIIT) ระบุว่า Tank 300L มีมิติตัวถัง 4,886 x 1,984 x 1,927 มม. (ยาว x กว้าง x สูง) เมื่อเทียบกับรุ่นเครื่องยนต์เบนซินและดีเซล ตัวรถมีความยาวเพิ่มขึ้น 126 มม. กว้างขึ้น 54 มม. และสูงขึ้น 24 มม. ขณะที่ระยะฐานล้อเพิ่มขึ้นถึง 260 มม. เป็น 3,010 มม.
การขยายฐานล้อในครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพื่อรองรับเครื่องยนต์ที่มีขนาดใหญ่กว่าเดิม แต่เป็นการเลื่อนตำแหน่งเพลาหน้าไปด้านหน้า เพื่อเพิ่มพื้นที่สำหรับติดตั้งแบตเตอรี่ความจุสูงของระบบ Hi4-Z ซึ่งได้รับการพัฒนาให้ตอบโจทย์การเดินทางระยะไกลมากกว่าระบบ Hi4-T ที่เน้นสมรรถนะการลุยออฟโรด
Tank 300L Hi4-Z ยังคงใช้เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ เทอร์โบ ขนาด 2.0 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 245 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 380 นิวตันเมตร ความเปลี่ยนแปลงสำคัญคือการเปลี่ยนจากระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบกลไก มาใช้มอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว ประกอบด้วย
ทั้งระบบทำงานร่วมกับเกียร์ไฮบริดแบบ 3 สปีด และเฟืองท้ายล็อกดิฟเฟอเรนเชียลด้านหลัง ช่วยกระจายกำลังจากเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าได้อย่างต่อเนื่อง กำลังรวมของระบบอยู่ที่ 761 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุด 1,195 นิวตันเมตร ส่งผลให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 4.2 วินาที ซึ่งถือว่าโดดเด่นสำหรับรถเอสยูวีโครงสร้างแบบ Body-on-Frame แบตเตอรี่ลิเธียม NMC ความจุ 59.6 kWh ติดตั้งไว้ระหว่างฐานล้อ สามารถขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าล้วนได้ไกล 200 กิโลเมตร (มาตรฐาน WLTP)

ขุมพลัง Hi4-Z ใหม่
เมื่อรวมกับถังน้ำมันความจุ 77 ลิตร รถสามารถเดินทางได้ไกลสูงสุด 1,122 กิโลเมตร ต่อการเติมพลังงานหนึ่งครั้ง ด้านการชาร์จ รองรับระบบชาร์จเร็วแบบ DC สามารถชาร์จแบตเตอรี่จาก 30-80% ภายใน 16 นาที แม้แบตเตอรี่จะมีขนาดใหญ่กว่ารุ่น Hi4-T ก็ตาม
สำหรับ Tank 300 Hi4-T ยังคงใช้ระบบส่งกำลังชุดเดิม ประกอบด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้ากำลัง 177 แรงม้า แรงบิด 495 นิวตันเมตร จับคู่เกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด พร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบกลไก และดิฟเฟอเรนเชียลล็อกกลางรวมถึงด้านหลัง

รุ่น Hi4-T ยังคงเน้นสายออฟโรด
ให้กำลังรวมทั้งระบบ 421 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 750 นิวตันเมตร แบตเตอรี่ NMC ความจุ 37.1 kWh ให้ระยะทางขับขี่ด้วยไฟฟ้าล้วน 105 กิโลเมตร (WLTP) ขณะที่ระยะทางรวมอยู่ที่ 913 กิโลเมตร เนื่องจากใช้ถังน้ำมันขนาด 70 ลิตร
การเลื่อนตำแหน่งเพลาหน้าไปด้านหน้า นอกจากช่วยเพิ่มพื้นที่สำหรับแบตเตอรี่แล้ว ยังช่วยลดระยะยื่นด้านหน้าของตัวรถ ทำให้มุมไต่ (Approach Angle) เพิ่มขึ้นจาก 33 องศา เป็น 38 องศา ส่วนมุมจาก (Departure Angle) ยังคงอยู่ที่ 34 องศา แม้ฐานล้อที่ยาวขึ้นอาจส่งผลต่อมุมคร่อมเนิน แต่ GWM ได้เพิ่มความสูงใต้ท้องรถอีก 10 มม. เป็น 235 มม. เพื่อรักษาความสามารถในการขับขี่บนเส้นทางออฟโรด
รุ่นเครื่องยนต์เบนซินยังคงใช้เครื่องยนต์เทอร์โบ 2.0 ลิตร จับคู่เกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด ให้กำลัง 220 แรงม้า และแรงบิด 380 นิวตันเมตร ส่วนรุ่นดีเซลเทอร์โบ 2.4 ลิตร ได้รับการปรับกำลังเพิ่มเป็น 184 แรงม้า จากเดิม 181 แรงม้า ขณะที่แรงบิดยังคงอยู่ที่ 480 นิวตันเมตร




แม้ Tank 300L จะมีด้านหน้าที่ยาวกว่าเดิม แต่ GWM เลือกใช้ช่องตกแต่งบริเวณซุ้มล้อหน้าเพื่อช่วยให้สัดส่วนตัวรถดูสมดุล กันชนหน้าออกแบบใหม่ พร้อมไฟส่องสว่างและหูลากในตัว ซึ่งเป็นองค์ประกอบที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก Hooke Concept ที่เคยจัดแสดงในงาน Shanghai Auto Show กระจังหน้าปรับดีไซน์ใหม่ เปลี่ยนจากโลโก้ตัว T มาเป็นตัวอักษร TANK ขนาดใหญ่ ช่วยเพิ่มเอกลักษณ์และความแข็งแกร่งให้กับด้านหน้ารถ
Tank 300L ถูกพัฒนาเพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้งานที่ชื่นชอบกิจกรรมกลางแจ้งและการตกแต่งรถ โดยติดตั้งจุดยึดเกลียวมาตรฐาน M6 ไว้บริเวณภายนอกตัวรถ รวมถึงช่องยึดขนาด 1/4 นิ้ว ภายในห้องโดยสาร สำหรับติดตั้งอุปกรณ์เสริม ไม่ว่าจะเป็นไฟส่องสว่าง กล้อง Action Camera หรืออุปกรณ์แคมป์ต่าง ๆ นอกจากนี้ ยังติดตั้งสวิตช์ควบคุมอุปกรณ์เสริมบนเพดานจำนวน 6 ช่อง รองรับกำลังไฟ 300 วัตต์ต่อช่อง และจ่ายไฟรวมได้สูงสุด 1,040 วัตต์


ห้องโดยสารได้รับการปรับปรุงครั้งใหญ่ โดยติดตั้งหน้าจอกลางระบบสัมผัสขนาด 15.6 นิ้ว ทำงานบนระบบปฏิบัติการ Coffee OS เวอร์ชันล่าสุด รายละเอียดอื่นที่ได้รับการอัปเดต ได้แก่ ช่องแอร์กลางทรงสี่เหลี่ยม คันเกียร์แบบคอพวงมาลัย คอนโซลกลางออกแบบใหม่เพื่อเพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระ รวมถึงพวงมาลัยแบบ 3 ก้าน ที่กลับมาแทนพวงมาลัย 2 ก้านของรุ่นปี 2025
ด้านระบบช่วยเหลือการขับขี่ Tank 300L ติดตั้ง LiDAR บริเวณหลังคา พร้อมกล้องรอบคันเพิ่มเติม ทำให้รองรับระบบช่วยขับขั้นสูง ทั้งการขับขี่บนทางด่วน การใช้งานในเขตเมือง ระบบช่วยจอดอัตโนมัติ และเทคโนโลยีความปลอดภัยเชิงป้องกันที่ครบครันยิ่งขึ้น
การปรับโฉมของ GWM Tank 300L 2026 ถือเป็นการอัปเกรดครั้งใหญ่ ทั้งในด้านแพลตฟอร์ม ระบบขับเคลื่อนไฮบริด เทคโนโลยีภายใน และสมรรถนะการขับขี่ โดยเฉพาะรุ่น Hi4-Z ที่เพิ่มระยะทางวิ่งด้วยไฟฟ้าเป็น 200 กิโลเมตร พร้อมกำลังรวมสูงถึง 761 แรงม้า สะท้อนทิศทางของ GWM ที่ต้องการขยายกลุ่มลูกค้าจากสายออฟโรดสู่ผู้ใช้งานที่ต้องการรถเอสยูวีสมรรถนะสูงสำหรับการเดินทางในชีวิตประจำวันและทริประยะไกลมากขึ้น