หมดยุคเสือนอนกิน GM เตือนแรงงานผลิตรถยนต์ ไม่ปรับตัวสู่รถยนต์ไฟฟ้าอาจ “ไม่รอด”

18 ก.ค 2562
เบอร์หนึ่ง General Motors ชี้แรงงานผลิตรถยนต์ต้องปรับตัวรับทักษะ "รถยนต์ไฟฟ้า" เพราะแต่ละค่ายพุ่งเป้าพัฒนาเรื่องนี้ หากนิ่งเฉยรับรองมีสิทธิ์ตกงาน

เป็นข่าวที่ "ช็อก" พอสมควรกับอุตสาหกรรมรถยนต์ของโลก เมื่อตัวผู้เล่นคนสำคัญในวงการรถยนต์อย่าง General Motors หรือที่คุ้นหูกันดีในชื่อ GM ยักษ์ใหญ่รถยนต์จากสหรัฐอเมริกา ออกมากำชับให้ "แรงงาน" และบุคลากรในแวดวงผลิตรถยนต์ได้ตระหนักถึงสถานการณ์ ณ ปัจจุบันว่า ธุรกิจการผลิตรถยนต์อาจจะไม่ได้สบายเหมือนเคยที่ผ่านมา

เพราะจากเดิมที่เคยแข่งกันในแง่ของผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ซึ่งก็เป็นรถยนต์แต่ละรุ่นออกมาแย่งชิงส่วนแบ่งในตลาดรถทั่วโลก แต่ปัจจุบัน กลับพบว่ามี "กลุ่มผู้ผลิตรายใหม่" ที่ไม่จำเป็นต้องทุนหนา หรือเป็นยักษ์ใหญ่ของโลกเข้ามาร่วมเล่น ร่วมแย่งส่วนแบ่งการตลาดรถยนต์มากขึ้นเรื่อยๆ

เพราะกลุ่มดังกล่าวที่ถูกเรียกว่า "สตาร์ตอัพ" กำลังผงาดด้วยเทคโนโลยี และมันสมองของคนโดยเฉพาะการสร้าง และผลิตรถยนต์ไฟฟ้า รวมถึงการผลิตรถยนต์ไร้คนขับที่จะเป็น "อนาคต" ของวงการรถยนต์ในภายภาคหน้าออกมาแข่งกับ "ค่ายรถยักษ์ใหญ่" มากขึ้นเช่นกัน 

รถยนต์ไฟฟ้าเป็นของใหม่ในโลกยานยนต์ แต่ก็มีผลกระทบกับภาคแรงงานการผลิตเช่นกัน

รถยนต์ไฟฟ้าเป็นของใหม่ในโลกยานยนต์ แต่ก็มีผลกระทบกับภาคแรงงานการผลิตเช่นกัน 

บวกกับนโยบายต่างๆ ของแต่ละประเทศที่เป็นเป้าหมายในการบุกตลาดรถของค่ายผู้ผลิต ที่ต้องสอดรับกับแนวทางการรักษาสิ่งแวดล้อม กลไกต่างๆ ทำให้เกิดความลำบากต่อค่ายผู้ผลิตรายใหญ่ต่างๆ และมันส่งผลกระทบต่อภาคแรงงานในอุตสาหกรรมรถยนต์ทันที

เรื่องนี้ถูกสำทับโดย Mary Barra ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของกลุ่ม GM ที่ออกมาระบุว่า แรงงานอุตสาหกรรมรถยนต์ของทวีปอเมริกาเหนือ และรวมถึงสหรัฐฯ เองจะต้อง "ตื่นตัว" และ "ปรับตัว" เพราะผู้ผลิตรถยนต์หลายราย ไม่เว้นแต่ GM เองก็จำเป็นต้องหาทาง และเตรียมพร้อมให้รับกับการเปลี่ยนแปลงเพื่อการเติบโตในอุตสาหกรรมรถยนต์สำหรับอนาคต

ดูเพิ่มเติม
>> 
ฟอร์ดปิดโรงงานที่รัสเซีย หลังเห็น”ตลาดรถนั่ง”วิกฤตหนัก
>> คอนเฟิร์ม ! Toyota เตรียมลุยสร้างโรงงานประกอบรถที่พม่าปีนี้เป็นที่แรก

Mary Barra ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของกลุ่ม GM

Mary Barra ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของกลุ่ม GM

สิ่งที่ตอกย้ำได้อย่างชัดเจนกับคำพูดของเบอร์หนึ่งกลุ่ม GM ผู้นี้ คือการปิดโรงงานผลิตรถยนต์ไปแล้วถึง 4 แห่งในอเมริกาเหนือ และเมื่อกลุ่มแรงงานไม่ทันปรับตัวสิ่งที่ตามมาคือความโกรธแค้นค่ายรถยนต์ค่ายนี้ ที่ทำเหมือนกับลอยแพพนักงานที่ผลิตรถยนต์ แต่สิ่งที่ตอกย้ำลงมาจาก GM ก็ดูเหมือนจะเป็นเรื่องจริงเพราะหากไม่ปรับตัว แรงงานในภาคอุตสาหกรรมรถยนต์ก็อาจจะอยู่ยากมากขึ้นเรื่อยๆ

สิ่งสำคัญคือ "ทักษะใหม่" ของแรงงานที่จำเป็นอย่างมากในภาคอุตสาหกรรมรถยนต์ตามแนวคิดของ Barra ซึ่งเธอย้ำให้เห็นภาพว่า

“อุตสาหกรรมรถยนต์กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ถ้าบริษัทไหนต้องการเติบโต รวมถึงสร้างงานเพิ่ม ก็ไม่สามารถทำอย่างเดิมได้ตลอดไป”

แรงงานการผลิตรถยนต์จำเป็นต้องมีทักษะใหม่ที่สอดรับกับรถยนต์ไฟฟ้า

แรงงานการผลิตรถยนต์จำเป็นต้องมีทักษะใหม่ที่สอดรับกับรถยนต์ไฟฟ้า 

สิ่งที่บิ๊กของ GM ประกาศออกมาก็ดูเหมือนว่าจะเป็นเรื่องจริง เพราะไปสอดรับกับแนวคิดของ Fiat Chrysler Automobiles อีกหนึ่งค่ายรถยนต์จากอเมริกาเช่นกัน โดย Mark Stewart ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการของ Fiat ออกมาเติมข้อมูลว่า อุตสาหกรรมรถยนต์โดยเฉพาะภาคแรงงานจำเป็นต้องปรับตัวอย่างมาก เพื่อรองรับการทำตลาดรถยนต์ไฟฟ้า และรถยนต์ไร้คนขับให้ได้ เพราะทิศทางการพัฒนารถยนต์จากนี้จะพุ่งเป้าไปที่สองเรื่องนี้อย่างเลี่ยงไม่ได้

ท้ายสุดแม้จะเป็นทิศทางที่มีผลกระทบต่อ "แรงงาน" ในภาคอุตสาหกรรมรถยนต์จากอเมริกา แต่ก็ดูเหมือนว่าผลกระทบนี้อาจจะเข้ามาเยือนในภูมิภาคเอเชีย รวมถึงบ้านเราที่มีฐานการผลิต ประกอบ รถยนต์ของหลายค่ายมาตั้งถิ่นฐาน และแน่นอนว่าแต่ละค่ายก็ต้องมุ่งเน้นพัฒนาเรื่องรถยนต์ไฟฟ้าเช่นกัน ดังนั้น แรงงานฝั่งเอเชีย รวมถึงแรงงานไทยในสายการผลิตรถยนต์ ก็ต้องปรับตัวไม่ต่างกัน

ดูเพิ่มเติม
>> 
ฟอร์ดเตรียมปิดโรงงานในเวลส์ กระทบคนงาน 1,700 คน
>> โตโยต้าทุ่มเกือบ 6 หมื่นล้านบาท ปักหมุด “อินโดนีเซีย” เป็นฐานผลิต “รถยนต์ไฟฟ้า”

​ติดตามข่าวสารรถยนต์ คลิกที่นี่
ต้องการซื้อรถมือสองสภาพดี เชิญเข้าดูที่ตลาดรถตรงนี้

Cop

รีวิวรถ

ราคารถ