จาก Galaxy Note สู่สี่ล้อ! Samsung วางแผนพัฒนาระบบรถไร้คนขับ

14 พ.ค 2561
เมื่อผู้ผลิตสมาร์ทโฟนระดับโลกแดนกิมจิลงทุนหลายร้อยล้านเหรียญพัฒนาเทคโนโลยีไร้คนขับ

Audi Samsung Drvline

Audi Samsung Drvline

การเติบโตของรถที่มีความสามารถไร้ตนขับสร้างโอกาสมากมายต่อบริษัทเทคโนโลยีเพื่อพาตัวเองสู่อุตสาหกรรมยานยนต์ ปัจจุบันผู้ผลิตสมาร์ทโฟนรายใหญ่สุดของโลกได้ลงทุนมากกว่าครึ่งพันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ที่ทำให้สามารถเป็นผู้นำตลาดในรถไร้คนขับได้ และไม่ใช่ Apple

นี่คือ Samsung Electronics ที่มีส่วนแบ่งตลาดสมาร์ทโฟนปีที่แล้ว 19% มากกว่า Apple ที่ได้ 14% โดย Samsung ทำยอดขายได้ชั่วโมงละ 44,000 เครื่องและขายอุปกรณ์เชื่อมต่อได้ปีละมากกว่า 660 ล้านเครื่อง Samsung ค่อยๆ ร่วมพัฒนาเทคโนโลยีไร้คนขับและช่วยเหลือขั้นสูง (ADAS) ผ่านศูนย์กลยุทธ์และนวัตกรรมที่ซิลิคอน วัลลีย์

จากการอ้างอิงของเดฟ แอนเดอร์สัน ผอ.แผนกเทคโนโลยีเครื่องจักรชาญฉลาดของศูนย์ หน่วยธุรกิจมีหน้าที่ “ลงทุนไปกับเทคโนโลยีของรุ่นถัดไป” เดฟเพิ่มเติมว่า “สิ่งที่ร้อนแรงที่สุดที่เกิดขึ้นตอนนี้ในซิลิคอน วัลลีย์คือรถไร้คนขับ และทุกอย่างที่เกี่ยวข้อง”

ที่สำคัญ Samsung ไม่มีความคิดจะผลิตรถเอง เหมือนกับที่คู่แข่งอย่าง Apple เคยคิด แต่ไปโฟกัสที่ open platform ใช้ซอฟท์แวร์และฮาร์ดแวร์แทนชื่อว่า Drvline ออกแบบมาเพื่อให้ Samsung “ใช้กับพันธมิตร” สำหรับผู้ผลิตที่ต้องการพัฒนารถไร้คนขับ

ดูเพิ่มเติม:
>> 
Toyota จะเปิดศูนย์ทดสอบรถไร้คนขับเดือนตุลาคมนี้
>> ใครสั่งให้ปล่อยพวงมาลัย! หนุ่มอังกฤษโดนห้ามขับรถปีครึ่งหลังปล่อย Tesla วิ่ง Autopilot แล้วไม่คุมรถ

Samsung forward-facing autonomous braking camera

กล้องเบรกอัตโนมัติของ Samsung

ในช่วง 21 เดือนที่ผ่านมา วิศวกรประมาณ 1000 คนจาก Samsung และ Harman บริษัทที่ถูกซื้อมาด้วยจำนวน 8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ได้เริ่มพัฒนาระบบไร้คนขับ บริษัทได้ใช้เงินประมาณ 70 ล้านปอนด์สร้างกรอบงานของฐานระบบไร้คนขับ และกำลังลงทุนในบริษัทที่ผลิตระบบไร้คนขับเชิงนวัตกรรม อีก 100 ล้านปอนด์ถูกอุทิศให้กองทุนเมล็ดแรกเกิดเพื่อสร้างสิ่งที่เดฟเรียกว่า “ระบบนิเวศเพื่อพันธมิตร” ทำงานในห้าแผนกคือ คอมพิวเตอร์รุ่นใหม่ เซนเซอร์ ซอฟท์แวร์ การสื่อสาร และประสบการณ์ของผู้ใช้

จากนั้น Samsung ตั้งกองทุนอุทิศให้นวัตกรรมยานยนต์ มีค่าประมาณ 212 ล้านปอนด์ เพื่อลงทุนเพิ่มเติมในบริษัทกับเทคโนโลยีที่ต้องใช้ในรถไร้คนขับ บริษัทแรกที่ได้ประโยชน์คือ TTTech บริษัทเชี่ยวชาญการบูรณาการซอฟท์แวร์

ดูเพิ่มเติม:
>> 
จีนทดสอบรถกวาดถนนไร้คนขับตั้งเวลาทำงานได้
>> รัฐแคลิฟอร์เนียอนุญาตให้ทดสอบรถไร้คนขับแบบไร้คนขับแล้ว

Samsung Drvline Platform

Samsung Drvline Platform

เดฟอธิบายว่า “เรารู้ว่าไม่มีบริษัทเดียวที่ทำได้ทุกอย่าง และเราก็เช่นกัน เราจึงเรียนรู้จากประสบการณ์ทั้งหมดในอุตสาหกรรม และนำสิ่งที่ดีที่สุดอย่างมาต่อติดกันทำให้เราเห็นได้ในอุตสาหกรรมต่อ Drvline platform” ความคิดของ open platform นี้คือผู้ผลิตสามารถปรับแต่งหรือต่อเติมได้ตามต้องการ และสามารถพัฒนาและสร้างต่อไปขณะที่เทคโนโลยีไร้คนขับพัฒนา ตัวอย่างเช่น ฮาร์ดแวร์ถูกสร้างบนแผ่นฐาน สามารถคุมรถได้ระดับ 2 (ปล่อยมือ) ซึ่งปฏิสัมพันธ์กับรถ ด้วย Samsung  processors สองตัวรอบๆ โมดูลตัวลูก ไม่ว่าจะของ Samsung หรือคู่ค้า สามารถเพิ่มได้เพื่อเพิ่มความสามารถและแรงประมวลผลของ platform

เดฟกล่าวว่าความต้องการของรถไร้คนขับในการเชื่อมต่ออุปกรณ์มีบทบาทกับจุดแข็งด้านธุรกิจของ Samsung “รถต่างๆ กำลังเป็นโทรศัพท์มือถือใช้ซอฟท์แวร์ พวกมันคือมือถือสี่ล้อ ในแง่ของรถไร้คนขับ มันต้องออกแบบจากมุมมองพื้นฐานที่ปลอดภัยต่อการใช้งาน จึงต้องเริ่มใหม่จากศูนย์ คล้ายกับปัญหาที่เราเคยเผชิญและแก้กับมือถือ” ความต้องการที่โตขึ้นของเทคโนโลยีในรถหมายความว่าอุตสาหกรรมรถได้ให้ปฏิกิริยาเร็วขึ้นและลดเวลารอในช่วงปีที่ผ่านมา คล้ายกับผู้ผลิตสมาร์ทโฟน เดฟกล่าวว่า “นั่นเป็นเทรนด์มา 10 ปีหลังสุด จากที่บริษัทเทคโนโลยีกำลังก้าวเข้ามา”

“ความคิดของ Samsung ที่จะเป็นบริษัทเทคโนโลยีเป็นเรื่องน่าตื่นเต้นต่อผู้ผลิตที่จะคอยดูว่าเราทำอะไรได้บ้าง เราเป็นผู้นำในธุรกิจที่เราจับ เราไม่ได้ผลิตสมาร์ทโฟนเครื่องแรก แต่เราตามเทรนด์อย่างรวดเร็วและแซงขึ้นมานำ อย่างที่เราทำได้ในเครื่องใช้ไฟฟ้าเพื่อผู้บริโภค ตู้เย็น ที่ล้าง ที่เป่าแห้ง และ TV สิ่งที่ Samsung กำลังทำในอุตสาหกรรมยานยนต์คือนำความสามารถในวงกว้าง ทั้งในด้านความสามารถวิศวกรรมที่เหนือกว่าและความสามารถการผลิตอย่างเต็มที่ นั่นจะเป็นเวลาแห่งการก่อกวนในอุตสาหกรรม”

รถที่ใช้ Drvline จะมีให้เลือกถึงระดับ 4 (mind- off สามารถปล่อยใจตามสบายจากการคุมรถได้) ตอนนี้กำลังทดสอบอยู่บนถนนที่เกาหลีและรัฐแคลิฟอร์เนีย ผลิตภัณฑ์แรกจากระบบใหม่นี้จะเป็นกล้องเบรกอัตโนมัติหันหน้าซึ่งเดฟกล่าวว่าควรจะเริ่มผลิตในปี 2020

Chobrodขอฝากความรู้เกี่ยวกับรถยนต์ไว้เพียงเท่านี้และอย่าลืมแชร์ความรู้เกี่ยวกับเรื่องรถยนต์ของคุณให้เราด้วยโดยการให้ Comment ด้านล่างนี้ได้เลย

Autocar

ข่าวที่ได้รับความสนใจ

ประเด็นร้อน

รีวิวรถ

ราคารถ